
มาร์คสั่งฟันนักการเมืองอปท.ไม่ดูน้ำท่วม
"นายกฯ" ส่งสัญญาณข้าวแพง พร้อมสั่งกรมท้องถิ่นฟันนักการเมืองไม่ใส่ใจปชช. สั่งตำรวจ-ทหารคุ้มกันคันกั้นน้ำ หวั่นเกิดความขัดแย้ง
เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 25 ต.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังภายประชุมคชอ.ว่า ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจะดำเนินการ 3 ด้าน คือ ประสานและนำเสนอข้อมูล ประสานเรื่องของมาตรการนโยบายและประสานความช่วยเหลือโดยเชื่อมโยงภาคเอกชนและภาคประชาชน ทั้งนี้หากประชาชนที่ไหนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือให้โทรศัพท์เข้ามาที่ศูนย์ หมายเลข 1111 หรือแจ้งทางจังหวัด และความต้องการที่รวบรวมจากในพื้นที่นั้นทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(ปภ.) จะรวบรวมเรื่องความขาดแคลนในพื้นที่ทั้ง เรือ สุขา กระสอบทราย และเต๊นท์ โดยจะใช้เงินที่รับบริจาคจากประชาชน แต่ระเบียบเป็นอุปสรรคฉะนั้นตนจึงขอให้มีการแก้ไขระเบียบทั้งหมดให้เสร็จภายในพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) เพื่อจะนำเงินก้อนนี้มาใช้เพื่อสนับสนุนและทำให้กระจายลงในพื้นที่อย่างรวดเร็ว และนอกจากนั้นในวันพรุ่งนี้ ปภ.และกรมบัญชีกลางได้ข้อสรุปและจะเสนอเข้าครม.ว่าหลักเกณฑ์ของพื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษจะมีอะไรบ้าง
“คร่าวๆจะกำหนดเรื่องของพื้นที่ที่มีน้ำท่วมฉับพลัน บวกกับพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และจะใช้ข้อมูลของภาพถ่ายทางดาวเทียมประกอบ โดยในการช่วยเหลือกรณีพิเศษจะได้รับชดเชยเพิ่มเติมทั้งแง่ของทรัพย์สินและพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งพรุ่งนี้จะได้ตัวเลขและยอดงบประมาณทั้งหมด ส่วนการช่วยเหลือตามเกณฑ์ปกติทุกคนได้อยู่แล้ว แต่เราจะเรียกร้องกันว่าตรงไหนเหมือนหรือต่างกันก็มีรายละเอียดมาก ซึ่งเราจะทำให้ดีที่สุด และมีเหตุผลรองรับ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวถึงเกณฑ์พิจารณาอีกว่า จะดูตามความจำเป็น เช่น ถ้าพูดถึงพื้นที่น้ำท่วมฉับพลันเพื่อจะช่วยเรื่องของทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายถือว่าเขาไม่สามารถขนย้ายได้ในเวลาจำกัด ส่วนกรณีน้ำท่วมขังนานถ้าตนบอกว่าต้องท่วมนาน 7 วัน ก็จะมีคนบ่นว่าทำไมท่วมนาน 6 วันถึงไม่ได้ ดังนั้นต้องมีจุดใดจุดหนึ่งซึ่งเป็นคำตอบได้ ส่วนได้มากน้อยแค่ไหนต้องดูจำนวนครัวเรือนและจำนวนงบประมาณด้วย ส่วนจะชดเชยเป็นเงินสดหรือไม่อย่างไรนั้นจะมีการเสนอมาเป็นทางเลือก อย่างไรก็ตามจุดที่น้ำลดแล้วหากพื้นที่ไหนเริ่มกลับภาวะปกติสถานการณ์นิ่งแล้วก็จะช่วยเหลือทันทีไม่อยากให้รอทั้งหมดเพราะมีจำนวนเยอะมาก
“และผมได้ฝากให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นไปด้วยเกี่ยวกับการทำงานของท้องถิ่นบางแห่ง ทั้งเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้องหรือไม่ร่วมมือ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เป็นข่าวคราวอยู่ในเรื่องปัญหาการให้ความช่วยเหลือประชาชน ไม่เร่งช่วยเหลือ ช่วยเหลือไม่ทั่วถึงโดยลักษณะที่เป็นการจงใจไม่ใช่สุดวิสัย ซึ่งกรมมีหน้าที่ในการตรวจสอบ” นายกฯ กล่าว
สำหรับกรณีที่มีการสวมรอยของบริจาคและตั้งงบประมาณขึ้นมา นายกฯ กล่าวว่า ประเภทอย่างนี้แหละที่ตนจะให้ทางกรมฯดำเนินการ ส่วนพบหลายพื้นที่หรือไม่ ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบแต่เท่าที่สัมผัสในการลงพื้นที่ส่วนใหญ่ท้องถิ่นร่วมมือดี เข้มแข็ง ชาวบ้านเขาก็บอกมา แต่บางพื้นที่ก็ไม่ร่วมมือ แน่นอนว่าท้องถิ่นเป็นอิสระแต่ว่าก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และถ้าไม่ปฏิบัติภารกิจของตัวเองและจงใจให้เกิดความเสียหายกับประชาชน กรมฯก็มีหน้าที่ในการดำเนินการ ส่วนจะลงโทษอะไรได้บ้างตนก็ขอให้ไปดู อย่างน้อยที่สุดถ้ายังไม่แน่ใจว่ามีบทลงโทษอะไรได้อย่างน้อยก็ต้องเสนอความจริงให้ประชาชนทราบ
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของแนวคันกั้นน้ำที่กังวลจะมีความขัดแย้งและอาจถูกทำลายนั้น ตนได้กำชับทั้งทางตำรวจและกองทัพในพื้นที่เป็นหลักในการส่งคนเข้าไปช่วยเฝ้าดูแล 24 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้เกิดทำลาย เกิดปัญหาและช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้ถ้าพื้นที่มีแนวโน้มดูแลไม่ได้ให้แจ้งมาจะมีการเสริมกำลังเข้าไปให้
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในกทม.ว่า มีการรายงานในที่ประชุม ซึ่งกำลังติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดเช่น ที่สามเสน สะพานพุทธ ก็ยังรับได้ แม้ช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดก็คงจะรับได้ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 27 ต.ค. แต่ขณะนี้ก็ประมาณการกันว่าขึ้นมาที่ 2.30- 2.40 เมตร ก็ยังรับได้ถึง 2.50 เมตร แต่ทั้งนี้ก็ต้องเตรียมแผนเอาไว้โดยมีแนวกั้นน้ำและติดตามการไหลของน้ำเข้ามาในแต่ละจุด โดยจะรายงานเข้ามาวันละหลายรอบก็ติดตามดู และยังไม่มีประเด็นในเรื่องของการระบายในส่วนของจังหวัดในปริมณฑล ทั้งนี้มีจำนวนหนึ่งที่เป็นชุมชนนอกแนวกั้นน้ำกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบเหมือนกับที่พื้นที่ตนไปลง ที่เราต้องดูแลในเรื่องของการให้เขาสัญจรไปมา และนำสุขา น้ำ เข้าไปบริการให้ได้
นายกฯ กล่าวถึงมาตรการประกันราคาสินค้าเกษตรเนื่องจากมีข้าวเสียหายจำนวนมาก ส่วนต่างราคาจะให้อย่างไรว่า ส่วนต่างราคาได้อยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีข้าวเพราะเราใช้ระบบนี้มาตลอดเพราะชาวนาได้ขึ้นทะเบียนไว้ และตนก็จะนำเรื่องของการบริหารสต็อกข้าวเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากผลผลิตได้รับความเสียหายและมีความเป็นไปได้ว่าส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือจะเป็นเรื่องข้าว ฉะนั้นต้องมีการทบทวนเรื่องของยุทธศาสตร์การระบายข้าว คือแทนที่จะระบายข้าวก็อาจจะนำข้าวมาช่วยเหลือประชาชน หรืออย่างน้อยก็ต้องชะลอเพื่อดูสถานการณ์ผลผลิตด้วย ส่วนรัฐอาจจะต้องขาดรายได้นั้นความจริงจะพูดอย่างนั้นก็ไม่เชิง เพราะจะมีผลเหมือนกันเพราะเมื่อเกิดเหตุสัญญาณที่ส่งออกไปขณะนี้คือราคาข้าวจะต้องสูงขึ้นอยู่แล้ว
ส่วนจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ไปถึงตรงนั้น แต่มาตรการเชิงการช่วยเหลือในแง่ของการเงิน คือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่จะผ่อนคลายเงื่อนไขต่างๆเพื่อให้ผู้ประกอบการที่รับผลกระทบได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนเพื่อให้ธุรกิจเดินได้ แต่ยังไม่ได้พูดเรื่องของการกระตุ้นทางด้านการคลัง
สำหรับตัวเลขความเสียหายเกิน 1 หมื่นล้านบาทในครม.จะมีพิจารณางบประมาณเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวย้ำว่า คิดว่าขณะนี้ยอดความเสียหายยังบอกไม่ได้เพราะสถานการณ์หลายพื้นที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอยู่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำตัวเลขเข้ามา เช่น กำหนดเกณฑ์น้ำท่วมขัง 7 วันเท่ากับกี่ครัวเรือน ซึ่งหน่วยงานจะมีตัวเลขคร่าวๆในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เราก็ต้องเผื่อเอาไว้ว่าจะต้องมีเพิ่มขึ้น เพราะระดับน้ำยังสูงขึ้นในหลายพื้นที่
นายกฯ กล่าวถึงแผนการรับมือในระยะยาวว่า มีเรื่องของผังเมือง และโครงการที่เกี่ยวกับระบบการระบายน้ำในลุ่มน้ำ
ชาวระยองช่วยขนสิ่งของช่วยน้ำท่วมภาคกลาง-อีสาน
ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปลวกแดง จ.ระยอง นายทิวา พรหมอินทร์ นอภ.ปลวกแดง จ.ระยอง และนายชัยณรงค์ คูเพ็ญวิจิตรตระการ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปลวกแดง นำชาวอำเภอปลวกแดง ช่วยกันลำเลียงสิ่งของอุปโภคบริโภค ที่ประชาชน ห้างร้าน บริษัท โรงงานอุตสาหกรรม ในอำเภอปลวกแดง ร่วมกันบริจาคช่วยเหลือผู้ประสพภัยน้ำท่วมทางภาคกลางและภาคอีสาน โดยช่วยกันบรรทุกของทั้งหมดขึ้นรถมูลนิธิกู้ภัยปลวกแดงกว่า 50 คัน พร้อมนำเรือท้องแบน จำนวน 2 ลำ ไปแจกจ่ายผู้ประสบภัย และการนำสิ่งของต่างๆในครั้งนี้ ได้เน้น เรื่อง ยาสามัญประจำบ้าน ยาป้องกันน้ำกัดเท้า มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยจะมีการระดมความช่วยเหลือ ตลอดไปจนกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ



