ข่าว

ฝนทำม็อบเสื้อแดงบางตาสัญญานเน็ตดีทีวีหาย

ฝนทำม็อบเสื้อแดงบางตาสัญญานเน็ตดีทีวีหาย

31 มี.ค. 2552

พายุฝนฤดูพัดถล่มเสื้อแดงปราจีนบุรีเช่นกันหายเหลือไม่เกิน 10 คน เสื้อเหลืองเกือบ200ชุมนุมล้อมบ้านเสื้อแดงชุมพร “ปธ.วอร์รูมปชป.” เชื่อทักษิณเดินหน้าให้รุนแรง หวังคลอด “กม.นิรโทษกรรม” โดยมีเป้าหมายให้ “ตัวเอง”พ้นผิด ได้ทรัพย์คืนและกลับคืนสู่อำนาจ เตือน “รบ.

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงระหว่างการปราศรัยผ่านระบบวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากฝนตกหนักเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ประกอบกับเมฆฝนตั้งเค้าอีกครั้งในช่วงเย็น ส่งผลให้จำนวนประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณกำลังปราศรัยผ่านระบบวีดีโอลิงก์ จุดที่มีผู้นั่งฟังการปราศรัยมากที่สุดคือบริเวณด้านหน้าเวทีใหญ่สะพานชมัยมรุเชฐเท่านั้น ที่ด้าน ถ.พิษณุโลก มีผู้นั่งฟังการปราศรัยเป็น 2 คือ ด้านหน้าเวทีใหญ่ไปจนถึงหน้าอาคาร ปปช. และบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลที่ตั้งจอโปรเจคเตอร์อยู่

ส่วน ถ.นครปฐม ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลมีผู้นั่งฟังเป็น 2 ช่วงเช่นเดียวกัน คือ บริเวณตั้งแต่ด้านข้างเวทีใหญ่ไปจนถึงประตู 2 และบริเวณจอโปรเจคเตอร์หน้าประตู 1 ไปจนถึงป้อมรักษาการทำเนียบรัฐบาลเชิงสะพานอรทัย ถ.ราชดำเนินนอก มีผู้ชุมนุมบางตา เช่นเดียวกับบริเวณ ถ.เลียบคลองผดุงกรุงเกษม แต่บริเวณดังกล่าวมีบรรดาผู้ค้ามาตั้งหาบเร่แผงลอยเป็นจำนวนมาก ทำให้ดูคล้ายมีผู้ชุมนุมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมี ตชด.จำนวนหนึ่งที่ออกเวรแล้ว แต่งกายชุดครึ่งท่อนนั่งฟัง การปราศรัยบริเวณภายในรั้วทำเนียบรัฐบาล และด้านหน้าตึกสันติไมตรี

นอกจากนั้นระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณเริ่มการปราศรัยปรากฏว่า การถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงของ เว็บไซต์ dstation ที่ถ่ายทอดการชุมนุมตลอด 24 ชั่งโมงสัญญาณขาดหายไป ส่วนงานกาชาดถูกผลกระทบจากฝนตกเช่นเดียวกัน มีผู้มาเที่ยวงานบางตา
 
พายุฝนฤดูพัดถล่มเสื้อแดงปราจีนบุรีหายเหลือไม่เกิน 10คน
 
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 มี.ค.52 พล.ต.ต.สัญชัย ไชยอำพร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า สถานการณ์กลุ่มคนเสื้อแดง จ.ปราจีนบุรี ที่มีการตั้งเต้นท์ชุมนุมหน้าศาลกลาง จ.ปราจีนบุรี โดยในวันนี้ได้มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กลุ่มเสื้อแดง ที่มีเหลืออยู่ประมาณไม่เกิน 10 คน จากที่เมื่อวานนี้มีการชุมนุมกว่า 100 คนเศษ ต้องหาที่หลบฝน

 “เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รักษาการณ์เฝ้าระวังสถานที่ราชการ และพบไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใด ๆ ในการชุมนุม ซึ่งหากปฏิบัติตามกรอบรัฐธรรมนูญ และชุมนุมอย่างสงบแล้ว จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด”พล.ต.ต.สัญชัยกล่าวในที่สุด

เสื้อเหลืองเกือบ200ชุมนุมล้อมบ้านเสื้อแดงชุมพร

 เมื่อเวลา 18.45 น.วันที่ 31 มีนาคม 2552 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมพร หรือ “ กลุ่มคนเสื้อเหลือง ” ประมาณ 200 คน เดินทางไปชุมนุมหน้าบ้านเลขที่ 113/9 ซอยธนาคารกรุงเทพ ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านของ นางกฤษณา สิทธิสาร โดยกล่าวโจมตีว่านางกฤษณา เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมโจมตีรัฐบาล กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ “ กลุ่มคนเสื้อแดง ” พร้อมเรียกร้องว่าหาก นางกฤษณา ยังอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ขอให้ย้ายบ้านออกจากจังหวัดชุมพรไป
 นายสุนทร รักษ์รงค์ แกนนำ พธม.ชุมพร ผู้ประสานงาน พธม.14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า การชุมนุมหน้าบ้านของนางกฤษณา ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการกดดันให้นางกฤษณา ยุติการเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และอย่าใช้บ้านดังกล่าวเป็นฐานให้กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดชุมพร หากนางกฤษณา ยังยืนยันว่า จะร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ขอให้ย้ายบ้านออกจากจังหวัดชุมพรไปเลยดีกว่า

 ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองชุมพร ประมาณ 10 นาย ได้เดินทางมารักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมเจรจาขอให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองสลายการชุมนุมเนื่องจากเกรงว่า อาจเกิดความรุนแรง และกลุ่มคนเสื้อเหลืองได้ยอมสลายการชุมนุมในเวลาประมาณ 19.20 น.

 นางกฤษณา กล่าวว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อเหลืองบางคนตะโกนด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย และขอให้ตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับ นปช. แต่ตนคิดว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะคิดแตกต่างกันได้ หากตนไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตนคงไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารมาซื้อบ้านหลังนี้ได้ ก่อนเกิดเหตุตนได้รับการติดต่อให้ไปถ่ายวิดีโอการปราศรัยหน้าสถานีรถไฟชุมพรของ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ นายกสมาคมชาวประมงปากน้ำชุมพร ซึ่งเป็นแนวร่วมของ นปช.ใน จ.ชุมพร แต่ตนไม่ได้ร่วมปราศรัยด้วย ไม่คิดว่าบ้านนี้เมืองนี้จะป่าเถื่อนกันถึงขนาดนี้ หลังจากนี้คิดว่าคงจะไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองชุมพร

 นายสวรรศ์พงศ์ สิทธิสาร บุตรชายของนางกฤษณาเจ้าของบ้าน กล่าวว่า ขณะที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองชุมนุมหน้าบ้าน ตนออกไปทำธุระนอกบ้าน ทันทีที่ทราบข่าว ก็รีบเดินทางกลับมา เพราะเป็นห่วงแม่และห่วงข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องมือในการทำมาหากินของตน ส่วนตัวแล้วตนไม่เคยฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง แต่ตนคงไม่สามารถห้ามมารดาในเรื่องนี้ได้

“ชำนิ”เชื่อทักษิณเดินหน้าให้รุนแรงหวังนิรโทษกรรม

 นายชำนิ  ศักดิเศรษฐ์  รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิบัติการทางการเมือง (วอร์รูม) เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ การชุมนุมของคนเสื้อแดงเห็นว่าในวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแลกด้วยการเดินหน้าในการการเผชิญหน้า และต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้เกิดการเจรจา และที่สำคัญคือต้องการให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเมื่อได้ศึกษากฎหมายฉบับนี้แล้วพบว่าแก้ไขปัญหาอยู่ 3 อย่างคือ ให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวได้รับทรัพย์สินที่ถูกยึดคืน และสุดท้ายคือให้พ.ต.ท.ทักษิณและพวกพ้องกลับเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ฉะนั้นวิธีเสนอกฎหมายนี้ ไม่สอดคล้องกับสภาพความจริงของการปฏิรูปการเมือง แต่กำลังเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาให้กับตัวบุคคล ดังนั้นรัฐบาลจะต้องไม่ให้เกิดความรุนแรง และอดทนในการชี้แจง

  สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือเมื่อมีการชุมนุมแล้ว มีการเผชิญหน้ากันแล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือต้องไม่ให้เกิดความรุนแรง ต้องไม่ให้มีเงื่อนไขใดเป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่แก้ปัญหานี้ รัฐบาลต้องเดินหน้าต่อไป ต้องแก้ปัญหานี้ให้กลับไปสู่ความสงบให้ได้ ผมคิดว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีขอเจรจากับพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ให้หันมาปฏิรูปการเมือง เป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผล เพียงแต่ว่าพรรคการเมืองในสภาวันนี้ทำให้การเคลื่อนไหวกับคุณทักษิณ ของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าทำอย่างนี้จะทำให้การหารือในสภาเป็นไปไม่ได้ วันนี้เรากำลังพูดถึงปัญหาของนักการเมือง แต่เราไม่ได้พูดถึงปัญหาการเมืองของประเทศ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่ามันเดินไปไม่ได้

 ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอให้รัฐบาลยุบสภาและให้นายเสนาะ เทียนทองหัวหน้าพรรคประชาราช เป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวแล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยแล้วค่อยจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น ประธานวอร์รูม กล่าวว่า นายเสนาะเป็นพรรคที่มีส.ส.เพียง 9 คน อยากถามว่าจะมีความชอบธรรมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ซึ่งตามข้อเท็จจริงไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะอย่างนั้นได้ และขณะนี้ตนคิดว่าประเทศไทยมีปัญหาความเชื่อมั่น และรัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงานหนักเพื่อเรียกร้องความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพราะถ้าไม่มีความเชื่อมั่นก็จะแก้ปัญหาอื่น ๆ ไม่ได้ ดังนั้นจะต้องพยายามคลี่คลายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

 ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดงโจมตีเรื่องความชอบธรรม ในการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น นายชำนิ กล่าวว่า เป็นคำอธิบายหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณสูญเสียอำนาจหลังจากผลของกฎหมาย ซึ่งตนยังยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่ตำแหน่งในวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย มาจากการโหวตอย่างเป็นอิสระของส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งประเทศ และพรรคพลังประชาชนก็ตั้งรัฐบาลมา 2 ครั้งแล้วก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะตั้ง ไม่ใช่แย่งตั้งรัฐบาลตั้งแต่ครั้งแรก

 ประธานวอร์รูม กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่ามีการวางแผนรัฐประหารจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า ต้องยอมรับว่าในความเป็นจริงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในครั้งนั้นที่รัฐประหารมีตัวตน แต่การที่ใครไปพบกับใครที่ไหนเป็นเรื่องที่เล่ากันไป แต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือคมช.ได้ออกแถลงการณ์ชัดเจนถึงเหตุผลที่ดำเนินการ แต่น่าแปลกใจที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดจาเรื่องนี้เลย และจะเห็นว่าหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญใหม่ มีการเลือกตั้งใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณก็กลับมาและอยู่ในฐานะที่จะพูดจาเรื่องนี้ได้ แต่พ.ต.ท.ทักษิณกลับไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เพราะตอนนั้นพรรคพลังประชาชนเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

 “ ตอนนั้นพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล และต่อมาคุณสมัคร สุนทรเวช ออกไป ก็ตั้งคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก คุณทักษิณก็พึงพอใจที่มีรัฐบาลของตัวเองแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ของคุณทักษิณ และคุณทักษิณออกไปต่างประเทศ เพราะมีคดี และเมื่อสูญเสียรัฐบาลไปแล้วจึงหันกลับมาพูดเรื่องนี้กับคมช.ใหม่ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า เป็นการพูดหลังเหตุการณ์ที่ตัวเองสูญเสียอำนาจไปแล้ว ” นายชำนิกล่าว