ข่าว

โจรใต้บึ้มป่วนนราฯ-ยะลา-ปัตตานี13จุด

โจรใต้บึ้มป่วนนราฯ-ยะลา-ปัตตานี13จุด

26 ต.ค. 2553

โจรใต้บึ้ม-เผาป่วนนราธิวาส-ยะลา-ปัตตานีรวม 13 จุดเน้นสวนยางพาราขณะชาวบ้านออกกรีดยาง เจ็บ 16 ราย กอ.รมน.ชี้เป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดเหยียบทั้งหมด นักวิชาการใต้ฟันธงปมบึ้มหวังจุดชนวนครบรอบ 6 ปี เหตุการณ์สลายม็อบตากใบ

 เหตุการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ล่าสุดที่ จ.นราธิวาสเกิดเหตุรุนแรงขึ้นถึง 10 จุด ตั้งแต่ช่วงเวลา 01.30-08.20 น. วันที่ 25 ตุลาคม โดยคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซี หนัก 1 กก. ไปฝังไว้ในสวนยางพาราของชาวบ้าน รวมทั้งวางระเบิดไว้ที่บริเวณร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ และเผาจุดตรวจ อส.ในพื้นที่ 6 อำเภอ รวมทั้งหมด 10 จุด ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 12 ราย และตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย

 เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเวลา 01.30 น. คนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซี หนัก 1 กก. จุดชนวนระเบิดแบบเท้าเหยียบวางไว้ในสวนยางพาราบ้านร่อน หมู่ 2 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ทำให้นางเอื้อม จันลำภู เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เท้า ขณะเดินกรีดยางพาราภายในสวน

 ต่อมาเวลา 04.28 น. คนร้ายนำระเบิดชนิดเดียวกันไปวางไว้ในสวนยางพาราบ้านบากง หมู่ 6 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ทำให้นางอารีย์ ไชยสงคราม อายุ 62 ปี เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า ขณะกรีดยางพาราเช่นกัน เวลา 05.15 น. คนร้ายวางระเบิดชนิดเดียวกันในสวนยางพาราบ้านสาวอ หมู่ 2 ต.สุคิริน อ.สุคิริน ทำให้นางอุไรวรรณ ธัมสาโร และนางวาแม สามัน ได้รับบาดเจ็บขณะเดินเข้าสวนเพื่อไปกรีดยางพารา

 เมื่อเวลา 05.50 น. คนร้ายวางระเบิดชนิดเดียวกันในสวนยางพาราบ้านปูต๊ะ หมู่ 3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ เวลา 06.30 น. พื้นที่ อ.ศรีสาคร คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องชนิดเดียวกันไว้ในสวนยางพารา หมู่ 1 ต.ศรีบรรพต ส่งผลทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 4 ราย คือ 1.นายชำนาญ เสงี่ยมจิต อายุ 53 ปี ขาซ้ายขาด 2.นายเมือง เต็มแดง อายุ 53 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้าและลำตัว 3.นางสุวรรณี ประภาพันธ์ อายุ 34 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า และ 4.นางกลิ่น พัฒมุนี อายุ 48 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังเดินตามหลังกันเพื่อแยกย้ายไปกรีดยางพารา

 อีกเหตุการณ์เมื่อเวลา 06.35 น. คนร้ายลอบนำระเบิดชนิดเดียวกันไปวางไว้ในสวนยางพารา หมู่ 3 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ทำให้ชาวบ้านที่กำลังเดินกรีดยางพาราภายในสวนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนางกัญจนี หน่อแดง อายุ 36 ปี และเมื่อเวลา 06.40 น. คนร้ายลอบวางเพลิงอาคารที่พักชั่วคราวของ อส.อำเภอเจาะไอร้อง ที่ตั้งอยู่บ้านสุปาลัง หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ที่สร้างแล้วเสร็จเพื่อส่งกำลัง อส.ไปตั้งจุดตรวจจุดสกัดถาวร ส่งผลทำให้อาคารทั้งหลังได้รับความเสียหาย

 เวลา 08.30 น. คนร้ายเผาร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ไม่มีเลขที่ บ้านท่าเรือ หมู่ 1 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ได้รับความเสียหายทั้งหลัง คนร้ายยังลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ส่งผลให้ ส.ต.ท.ไพบูลย์ จันทร์เขียว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.รือเสาะ เหยียบกับระเบิดขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและขาขวาเกือบขาด

 กระทั่งเวลา 10.30 น. คนร้ายลอบวางระเบิดที่หัวสะพานบ้านบลูกา หมู่ 4 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ 2 นาย คือ ด.ต.พลวัฒน์ เทพศร และ ส.ต.ท.วินัย วันแรก โดยทั้งสองนายถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณเท้าและลำตัว

 ต่อมาเวลา 10.40 น. คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือไปวางไว้ริมถนนจารุเสถียรสายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง ช่วงบ้านต้นไม้สูง หมู่ 2 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี นอกจากนั้นยังจุดชนวนระเบิดขณะเจ้าหน้าที่ทหารชุดพัฒนาสันติ ฉก.นราธิวาส 31 จำนวน 6 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน เพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

 ส่วนที่ จ.ยะลา เมื่อเวลา 06.20 น. วันเดียวกัน  เกิดเหตุระเบิดภายในสวนยางพารา หมู่ 2 บ้านบากาลูวะ ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน ทำให้นายสำลี ฤกษ์งาน อายุ 70 ปี ถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย อาการสาหัส เบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดเหยียบ ที่คนร้ายนำมาฝังไว้ใต้โคนต้นยางพารา

 เช่นเดียวกับที่ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 06.40 น. วันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดภายในสวนยางพารา 2 แห่ง ที่บ้านเจาะกะพ้อ หมู่ 2 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ ทำให้นางรอพียะห์ อาแว อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บขาทั้งสองข้างถูกระเบิดจนกระดูกเละ และนายพันธ์ ขุนพรหมยา อายุ 50 ปี ถูกระเบิดที่ขาซ้ายจนกระดูกเละเช่นกัน สอบสวนทราบว่าจุดเกิดเหตุทั้งสองแห่งเป็นสวนยางพาราอยู่ติดกัน ขณะเหยื่อทั้งสองคนกำลังกรีดยางพาราอยู่นั้น ปรากฏว่าได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางไว้จนเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกันเสียงดังสนั่น ทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บดังกล่าว 

  นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายมีเป้าหมายในการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากจุดที่เกิดระเบิด อยู่ด้านหลังของฐานทหารที่รับผิดชอบพื้นที่เพียงประมาณ 100 เมตรเท่านั้น และที่สำคัญเชื่อว่าน่าจะเป็นการข่มขวัญชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งในย่านดังกล่าวมีพี่น้องชาวไทยพุทธอาศัยอยู่ประมาณ 20 หลังคาเรือนไม่ให้เข้าไปกรีดยางด้วย อย่างไรก็ตาม  ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองเข้าไปช่วยเหลือและดูแลชาวบ้านแล้ว

 ด้าน พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่คนร้ายพุ่งเป้าหมายไปยังสวนยางพาราในเวลาที่ชาวบ้านกำลังออกกรีดยาง  ลักษณะเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องชนิดเหยียบระเบิด ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะมีสตรีที่ออกกรีดยาง เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ในเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากวันที่ 25 ตุลาคม เป็นวันที่มีการสลายการชุมนุมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้ผู้ไม่หวังดีพยายามนำประเด็นมาสร้างกระแส สร้างความสนใจต่อสาธารณชน และหวังก่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน

 "ขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในวันนี้ และขอให้ความมั่นใจว่าข้าราชการทุกฝ่ายพร้อมจะดูแล ปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนทุกคน พร้อมกับขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัย สิ่งผิดปกติใดๆ เพื่อให้สังคมบังเกิดความสงบสุขในพื้นที่อย่างแท้จริง" พ.อ.บรรพตกล่าว

  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ และนักวิชาการชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า การก่อเหตุครั้งนี้มีความหมายโดยตรงที่กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบมีความพยายามที่จะนำประเด็นความเดือดร้อนและความรู้สึกที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่บริเวณศูนย์ราชการ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 คน มาปลุกกระแสให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวและญาติพี่น้องของเหยื่อที่ต้องสูญเสียบุคคลในครอบครัวทำให้รู้สึกไม่พอใจ และไม่ยอมรับเจ้าหน้าที่รัฐ

 "ความรู้สึกที่ติดค้างในใจของชาวบ้านเป็นปมขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากจิตใจที่ยากจะแก้ไขในเวลาอันสั้น กลายเป็นช่องว่างที่กลุ่มผู้ไม่หวังดียังฉวยโอกาสสร้างกระแสการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ได้อย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะการก่อเหตุกับผู้บริสุทธิ์มากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงว่าจะมีการปลุกกระแสการต้านรัฐได้อีก ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง" ผศ.ดร.ศรีสมภพกล่าว