ข่าว

น้ำท่วมศูนย์ร่มโพธิ์พระพยอมสูง2เมตร

น้ำท่วมศูนย์ร่มโพธิ์พระพยอมสูง2เมตร

25 ต.ค. 2553

น้ำจากโคราชที่ไหลลงแม่น้ำมูลที่ จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดได้เอ่อท่วมบ้านเรือน วัด ถนน และไร่นา 4 หมู่บ้าน 2 ตำบล ที่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ สูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้าน-พระต้องใช้เรือในการสัญจร ขณะทางอำเภอเตรียมพร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ส่วนศูนย์ร่มโพธิ์แก้วพร

            เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมาที่ไหลมาสมทบลงสู่แม่น้ำมูล  ล่าสุดน้ำในแม่น้ำมูลที่บริเวณสะพานเชื่อมต่อระหว่าง อ.คูเมือง - พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ได้เอ่อท่วมพื้นที่ไร่นา วัด และบ้านเรือนราษฎร แล้ว 4 หมู่บ้าน ใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.บ้านแพ  และ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง โดยเฉพาะวัดวังปลัด หมู่ที่ 3 ต.บ้านแพ อ.คูเมือง ปรากฏว่าทั้งกุฎิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ และเมรุเผาศพ ได้ถูกน้ำท่วมระดับสูงกว่า 1 เมตร เนื่องจากผนังดินกั้นน้ำไม่สามารถต้านกระแสน้ำที่ไหลแรงได้ ทำให้พระสงฆ์ที่จำอยู่ภายในวัด จำนวน 5 รูป ไม่สามารถออกไปรับบิณฑบาตได้ ประชาชนต้องนำอาหารใส่เรือท้องแบนไปถวายพระที่วัด  ซึ่งตลอดทั้งวันพระ และชาวบ้านต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของภายในวัดขึ้นไปไว้บนชั้น 2 ของกุฎิเจ้าอาวาสแทน

 นายสำราญ รุ่งแจ้งรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังปลัด หมู่ 3 ต.บ้านแพ อ.คูเมือง กล่าวว่า เมื่อรุ่งเช้าระดับน้ำจากแม่น้ำมูลได้ไหลเข้าท่วมไร่นาของชาวบ้าน และวัดวังปลัดอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของภายในวัดขึ้นไว้ในที่สูง แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืน

 ด้านพระอธิการณัฐพลชัย ฉนทธมโม เจ้าอาวาสวัดวังปลัด กล่าวว่า ก่อนหน้าที่น้ำไหลเข้าท่วมวัด ทั้งชาวบ้านและพระสงฆ์ ได้ช่วยกันทำคันดินสูงพอสมควรเพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำมูลไหล่เอ่อเข้าท่วมวัด แต่น้ำไหลแรงมากไม่สามารถต้านแรงกระแสน้ำน้ำได้ ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมภายในวัดอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสุงกว่า 1 เมตร พระสงฆ์ไม่สามารถจำวัดในกุฏิได้ ต้องอาศัยศาลาการเปรียญจำวัด และปริมาณน้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากน้ำสูงขึ้นมากกว่านี้พระอาจจะต้องขึ้นจำวัดบนชั้น 2 ของกุฏิเจ้าอาวาส และยืนยันจะไม่ออกไปจำวัดภายนอก แม้ว่าการสัญจรไปมาจะยากลำบากก็ตาม คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะเข้าสู่ภาวะปกติ จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาสร้างผนังกั้นน้ำท่วมไว้ล่วงหน้าก่อน โดยเฉพาะวัดที่อยู่ติดแม่น้ำมูล

 ขณะที่นายเดือน บุญครอบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)บ้านแพ อ.คูเมือง กล่าวว่า ขณะนี้น้ำท่วม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 2, 3, 4 และ หมู่ 8 ตำบลบ้านแพ จำนวนกว่า  700 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 3,500  คน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนชาวบ้านที่อยู่ติดแม่น้ำมูล ได้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมทั้งวางกระสอบทรายกั้นแนวเขตแม่น้ำมูลไหล แต่ไม่สามารถขวางกั้นได้ เพราะกระแสน้ำไหลแรง จึงเกิดน้ำท่วมขังดังกล่าว และปริมาณน้ำก็ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 30 ปี
 
           ส่วนศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขา 7 ตำบลบ้านแพ อ.คูเมือง ของพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพะยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ขณะนี้ระดับน้ำได้ไหลเอ่อเข้าท่วมสูงเช่นกัน โดยเฉพาะอาคารเอนกประสงค์ที่อยู่ติดริมน้ำมูล ระดับน้ำได้ท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าทางวัดจะได้หากระสอบทรายจำนวนมากมาวางแนวกั้นน้ำไหลก็ตาม แต่ไม่สามรถทานกระแสน้ำไหลบ่าเอ่อท่วมได้ ทางวัดได้ช่วยกันขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหนีน้ำอย่างโกลาหล โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงหมูป่า ของพระพยอม ที่มีอยู่จำนวนหลายตัว

 นายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ นายอำเภอคูเมือง กล่าวภายหลังนั่งเรือเข้าไปสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมภายในหมู่บ้านวังปลัดว่า  ปีนี้คาดการณ์ว่าน้ำมูลจะเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎร ในเขตพื้นที่อำเภอคูเมือง 11 หมู่บ้าน 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านแพ กับตำบลปะเคียบ ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุ่มเสี่ยงที่อยู่ริมน้ำมูล จำนวน 1,400 ครัวเรือน  และขณะนี้น้ำก็ได้เอ่อท่วมแล้ว 4 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 10,000 ไร่  อย่างไรก็ตามทางอำเภอได้มีการเตรียมพร้อมในการอพยพประชาชน และพระสงฆ์ ที่เสี่ยงจะถูกน้ำท่วมหนักไว้แล้ว