
มาร์คสั่งคชอ.คุมเงินบริจาคหวั่นวุ่นวาย
นายกฯ ให้คชอ.คุมทิศทางเงินบริจาค ชี้หลังน้ำลดจะวุ่นวาย "จุรินทร์"ห่วงรพ.ปทุมธานี-นนทบุรี-สมุทรปราการชี้19แห่งเสี่ยง ผู้ว่าฯยโสธรคาด 3-4 วันน้ำจากชัยภูมิไหลถึงยโสธร
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ตุลาคมที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบ รัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.) โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดประชุมและมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า หลายพื้นที่ไม่เคยประสบปัญหามาก่อน และพื้นที่ที่มีผลกระทบบางครั้งระยะการแก้ปัญหากระชั้นมากและพื้นที่กว้าง ขวาง ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติผ่อนคลายเรื่องการขยายวงเงินสำรองฉุกเฉินของจังหวัด และผ่อนคลายกฎระเบียบบางประการที่ช่วยได้ระดับหนึ่ง
“อย่างไรก็ตามสถานการณ์จากนี้ไปมันจะมีความที่ผมใช้คำว่าสับสนและหลากหลายมากขึ้น เพราะหลายพื้นที่จะเริ่มน้ำลด แล้วมีประเด็นปัญหาที่ต้องฟื้นฟู ขณะที่จะมีพื้นที่ใหม่ๆที่ต้องรับน้ำตามทางน้ำที่จะไหลไป เช่น ภาคอีสาน ซึ่งจากการคาดการณ์คือวันที่ 4 พ.ย. ก็จะไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอยู่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ค่อนข้างเร็วจากน้ำเหนือที่ไหลลงมาบวกกับช่วงที่น้ำทะเลหนุนในอีก 2-3 วันนี้ ฉะนั้นขณะนี้จะเห็นภาพชัดเจนว่าจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และบริเวณริมน้ำได้รับผลกระทบรวมทั้งกทม.ด้วยบางส่วน ที่ต้องมีการบริหารจัดการต่อไป นอกจากนั้นในช่วงที่ผ่านมามีเครือข่ายภาคประชาชน ภาคเอกชน ที่ช่วยกันทำงานอีกทางหนึ่ง มีความต้องการที่จะเห็นการเชื่อมโยงเข้ามาของภาครัฐดังนั้นการมี คชอ.และศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ตนจึงมีคำสั่งเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.)ให้มีคชอ.และตั้งศูนย์ฯขึ้นมา
นายกฯ กล่าวถึงบทบาทของคชอ. ด้วยว่า บางหน่วยงานต้องการหารือ เพราะคชอ.คือช่องทางเตรียมการประสานข้อมูลให้มีความสอดคล้อง คือ 1.เรื่องการหารือเชิงนโยบายที่จะเสนอต่อคชอ.แล้วจะเสนอต่อครม. ที่มีอำนาจตัดสินใจ 2.การประสานการช่วยเหลือ เช่น จากนี้จะต้องบริหารจัดการอุปกรณ์ ซึ่งในบางพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงน้อยลง ก็จะโยกคนและอุปกรณ์ไปในพื้นที่ที่มีความต้องการมากกว่า และ 3.จากการบริจาคเงินเข้ามามากหลายสิบล้านบาท เราควรกำหนดทิศทางให้เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับการทำงานของเรามากทที่สุด
"จุรินทร์"ห่วงรพ.ปทุมธานี-นนทบุรี-สมุทรปราการชี้19แห่งเสี่ยง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลพิมาย และโรงพยาบาลมหาราช เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกแล้ว ส่วนโรงพยาบาลชัยภูมิ น้ำเริ่มลดแล้ว แต่ที่เป็นห่วงคือโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดคือ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งมีโรงพยาบาลเสี่ยงน้ำท่วมมี 19 แห่ง จึงได้มีการนัดประชุมมอบหมายให้จัดทำแผนงานน้ำท่วม จัดทำแผนจัดเตรียมเครื่องมือสนับสนุนให้พร้อม เช่นอ๊อกซิเจนเหลวอาหาร เตรียมแผนให้บริการเชิงลุกใน 4 มุมเมืองหากทางโรงพยาบาลน้ำท่วม ก็สามารถออกไปให้บริการประชาชนได้นอกพื้นที่ โดยขณะนี้ทางทีมแพทย์ได้ออกพื้นที่ดูแลรักษาประชาชนอยู่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทั้งหมด 54 หมู่บ้าน ออกเยี่ยมเยียนแล้ว 16 หมู่บ้าน อย่างไรก็ตามสิ่งที่จำเป็นขณะนี้ยาทาน้ำกัดเท้า ยากันยุง ถุงดำ เจลล้างมือ ผ้าอนามัย เพื่อออกแจกจ่ายในทุกพื้นที่จังหวัด
ผู้ว่าฯยโสธรคาด3-4วันน้ำจากชัยภูมิไหลถึงยโสธร
นายพงษ์ศักด์ นาคประดา ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ขณะนี้แม่น้ำมูลในพื้นที่จังหวัดยโสธร ยังทรงตัวอยู่ซึ่งทางจังหวัดกำลังติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดอื่นๆอยู่อย่างใกล้ชิด โดยน้ำที่จะไหลเข้าจังหวัดยโสธร นั้นมาด้วยกันสองทางคือที่มาจากจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสิน ร้อยเอ้ด ก่อนที่จะไหลเข้าสู้ยโสธร อีกทางคือน้ำที่มาจากจังหวัดอุบลราชธานี อย่างไรก็ตามน้ำจากจังหวัดชัยยภูมิ ขณะนี้ไหลเข้ามาถึงจังหวัดมหาสารคาม แล้วคาดว่า 3-4 วันน่าจะมาถึงจังหวัดยโสธร สำหรับแม่น้ำมูล ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดยโสธร 12 กก. ไหลผ่าน 14 อำเภอ ซึ่งตอนนี้น้ำอยู่ทรงตัวต่ำกว่าตลิ่งเล็กน้อย
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า หากน้ำก้อนใหญ่ที่ไหลมาจากจังหวัดชัยภูมิ มาถึงจังหวัดยโสธร นั้นทางจังหวัดก็เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว จุดที่น้ำท่วมแบ่งเป็น 2 ส่วนคือน้ำจะเข้าท่วมชุมชนมีหมู่บ้านเสียงเสี่ยงภัย 134 หมู่บ้าน ซึ่งส่วนนี้มีการเตรียมกระสอบทราบ ทำพนังกั้นน้ำ ส่วนพื้นที่ไร่นา พื้นที่ลุ่มยากต่อการป้องกัน ส่วนน้ำจะขังอยู่ในยโสธร นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับการระบายลงแม่น้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี



