ข่าว

เปลี่ยนเครียดเป็นพลัง

เปลี่ยนเครียดเป็นพลัง

26 ต.ค. 2553

น้ำท่วมที่เปลี่ยนผืนดิน บ้านพัก อาคาร กลายเป็นเมืองบาดาล จากภาคอีสาน ไหลบ่าลงมารวมกับน้ำทะเลหนุนในจังหวัดภาคกลาง ที่ตั้งอยู่บนลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม้ด้านหนึ่ง วิกฤติครั้งนี้จะทำให้เห็นน้ำจิตน้ำใจของเพื่อนร่วมชาติ องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ

สื่อมวลชนที่เป็นกำลังหลักในการระดมความช่วยเหลือ สื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งข่าวสาร ในหลายจุดที่ความช่วยเหลือและกล้องโทรทัศน์ไปไม่ถึง โดยเฉพาะน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ที่ทรงห่วงใย พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ แต่อีกด้านหนึ่งก็เปิดเผยให้เห็นภาวะความเครียดอย่างถึงขีดสุดของผู้ประสบภัย ที่ผู้ไม่เคยน้ำท่วมคงเข้าใจไม่ง่ายนัก อีกทั้งบรรดาเครือข่ายนักการเมือง ที่ฉกฉวยโอกาสบนความทุกข์ยากของคนอื่นอย่างน่ารังเกียจยิ่ง

 ปรากฏการณ์ ดวงใจ ทองระย้า ผู้ใหญ่บ้านหญิงหมู่ 3 ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ใช้สายไฟผูกคอตายกับราวบันได เนื่องจากภาวะเครียดจัดจากการที่บ้านของตนเอง และลูกบ้านถูกน้ำท่วม จะกลายเป็นปรากฏการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นทั้งในเวลาที่น้ำท่วม และน้ำลด ชาวบ้านหลายคนที่ข้าวกำลังตั้งท้องใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว เมื่อน้ำมาผืนนากว้างใหญ่ก็จมลงในน้ำ หนี้สิน รายได้หลักซึ่งได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง หายวับไปกับตา บ้านที่น้ำท่วมและเอ่อขังอยู่เป็นเวลานาน ตู้ โต๊ะ เตียง เฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ทั้งหลายที่สร้างขึ้นจากกระดาษอัดขี้เลื่อย จะคืนสภาพเดิมในทันที ต้องรื้อทิ้ง อย่างน่าเสียดาย นี่เป็นภาพที่โบกมือเรียกความเครียดเข้ามาอย่างปฏิเสธไม่ได้

 หากน้ำท่วมช่วยให้เห็นแง่งามในจิตใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งคนไทยด้วยกันแล้ว ความเครียดก็น่าจะเปลี่ยนเป็นพลังได้ ด้วยการคิดบวก นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา อธิบายว่า “ความเครียดมีประโยชน์ ช่วยให้เราอยู่ไม่นิ่ง หรืออยู่นิ่งไม่ได้ ต้องลุกขึ้นทำอะไรสักอย่างเพื่อบรรเทาความเครียดนั้น...” แต่ถ้าติดอยู่ในภาวะเครียดเป็นเวลานานมาก จนดิ้นไม่หลุด ทำใจไม่ได้ และแก้ปัญหาไม่ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่เกินแก้ หรือไม่มีความสามารถจะแก้ หรือไม่กล้าแก้ก็ตาม เช่นนี้แล้ว สภาวะเครียดก็จะกลายเป็นโรคเครียดได้ และเมื่อถึงเวลานั้น การหาทางออกก็จำเป็นต้องกระทำโดยฉับพลัน อย่างไม่ต้องการเหตุผลและสติใดๆ อีก

 เราอาจพบว่า เมื่อน้ำท่วมเกิดขึ้น ทุกคนก็พยายามจะค้นหาสาเหตุ และสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา เช่น การสร้างบ้านพักตากอากาศขวางทางน้ำไหล การไม่เตรียมการป้องกันภัยไว้ล่วงหน้า การไม่เชื่อคำพยากรณ์ของผู้เชี่ยวชาญ แต่เราไม่เคยพิจารณาในภาพใหญ่ ที่ทุกมุมโลกก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกัน และหลายแห่งก็หนักหน่วงกว่า นี่เพราะโลกเสียสมดุลด้วยฝีมือของมนุษย์ แม้กระทั่งพื้นที่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงแม้จะสร้างเขื่อนกั้นน้ำสูงถึง 2 เมตรในเขตกรุงเทพมหานคร หรือป้องกันอย่างไรก็ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะผืนดินทรุดลงโดยธรรมชาติในทุกๆ ปี นี่คือความรู้ ที่อาจทำให้ความเครียดลดลงได้บ้าง