
พลิกวิกฤติน้ำท่วมเป็นโอกาส
ช่วงนี้ไม่มีข่าวอะไรใหญ่ไปกว่าวิกฤติน้ำท่วมในหลายจังหวัด เกือบทั่วประเทศก็ว่าได้ จากภาคเหนือ อีสาน สู่ภาคกลาง และกรุงเทพฯ เมืองหลวงจะรอดพ้นหรือไม่ นั่นยังเป็นปริศนาซึ่งจะมีคำตอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ผสมกับน้ำทะเลหนุน
ความเสียหายมากมาย ผู้ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ ภาคเกษตรชนบท ไร่นาเสียหาย ทำให้ขาดรายได้ และอำนาจการซื้อ หลายครอบครัวต้องยากจนกว่าเดิม หนี้สินจะพอกพูน ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการเยียวยาได้ผล ย่อมส่งปัญหาต่อเนื่องไปสู่การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้องและอาชญากรรม
นายกฯ มาร์คได้ประเมินว่าความเสียหายโดนรวมจากวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาท หรือมากกว่า ส่วนกระทบถึงอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจมากเท่าไรนั้นจะประเมินอีกครั้ง พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดแล้วได้ให้มีการสำรวจอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร
วิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้จะนำไปสู่ภาวะข้าวยากหมากแพงหรือไม่นั้น นายกฯ มาร์คเชื่อว่าไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็จะติดตามสถานการณ์ต่อไป
แน่นอน วิกฤติครั้งนี้ยังไม่สาหัส เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งถูกซ้ำเติมโดยพายุไต้ฝุ่น ทำให้ระดับน้ำสูงท่วมเกินหลังคาเรือน ทำให้คนสิ้นเนื้อประดาตัว ขาดที่อยู่อาศัย
น้ำท่วมครั้งนี้เหมือนกับการชะล้างแผ่นดินให้สารพิษตกค้างต่างๆ จากเคมีเกษตรบนพื้นที่ภูเขา และกากพิษจากอุตสาหกรรมและการทิ้งจากครัวเรือน ในแม่น้ำลำคลองทั่วประเทศ ให้เจือจางลงไป เหมาะสำหรับการฟื้นฟูแผ่นดินทองผืนนี้ให้น่าอยู่กว่าเดิม
เป็นบทเรียนอันเจ็บปวดว่าการตัดไม้ทำลายป่า ต้นน้ำลำธาร ทรัพยากรธรรมชาติในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาให้เกิดวิกฤติครั้งนี้เพราะขาดป่าไม้อุ้มน้ำ เมื่อน้ำไหลมา การผลักดันให้ออกไปสู่ทะเล ทำให้เราไม่ได้เก็บกักน้ำไว้ตามแหล่งต่างๆ นอกเหนือจากเขื่อน และถ้าเราเร่งระบายมากเกินไป อาจทำให้น้ำต้นทุนลดน้อยสำหรับปีต่อไป
ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายว่า เราควรเลิกใช้สารเคมีเกษตร หันไปเพิ่มการใช้อินทรียวัตถุ ปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อให้ผลิตผลของแผ่นดินปลอดจากสารพิษในอาหาร
แต่นักการเมืองเก๋าเกม เสธ.หนั่นบอกว่ากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ได้เดินสายสร้างความปรองดองกับทุกพรรคการเมือง และกับบุคคลที่หลากหลายความคิด ซึ่งขณะนี้สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้จากการที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ แล้ว
นายกฯ มาร์คและคณะรัฐมนตรี ลงไปในพื้นที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มการเมืองต่างความคิดกันได้อย่างไม่มีปัญหา และไม่มีม็อบมาขับไล่ ทุกฝ่าย ทุกสี ต่างพร้อมใจกันออกมาช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนจากการที่ถูกน้ำท่วม
เสธ.หนั่นมองว่าวิกฤตน้ำท่วมเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงน้ำใจ แสดงความปรองดองกันอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่น้ำลดลง ทุกฝ่ายก็ต้องหยุดทะเลาะกัน ต้องออกมาเร่งช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ น้ำท่วม นาล่ม ต่อไป! ขออนุโมทนาด้วยนิ! อิอิอิ!!!



