
"ยาเสพติด"กลับมาแล้ว
ตำรวจภูธรภาค 7 จับกุมหญิงสาวแก๊งค้ายาเสพติดชนิดที่เรียกว่า "ไฮเทค" สุดๆ
หญิงสาวคนนี้ใช้เครื่องบินบังคับขนาดใหญ่ บรรทุกยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือ บินข้ามกำแพงคุกเขาบิน จ.ราชบุรี ก่อนส่งสัญญาณให้ท้องเครื่องเปิดออกเพื่อทิ้งของตามจุดที่นัดหมายโดยใช้แผนที่ดาวเทียมผ่านทางอินเทอร์เน็ตนำร่อง มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเป็นตัวควบคุม
ความเขี้ยวของขบวนการนี้ยังตั้งรหัสในโทรศัพท์มือถือป้องกันไว้ด้วย จนกว่านักโทษจะส่งเงิน 1 แสนบาทจ่ายเป็นค่าสินค้า จึงจะส่งรหัสเปิดเครื่องให้
สอบสวนขยายผลพบว่าแก๊งนี้เป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคกลาง โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในธุรกิจ
ความจริงปัญหายาเสพติดแทบทุกประเทศทั่วโลกเรียกว่าเรื้อรังก็คงไม่ผิด ยังไม่มีประเทศใดสามารถสกัดกั้นได้อย่างเด็ดขาด
ส่วนหนึ่งเพราะมูลค่าตลาดสูงมาก วงเงินไหลเวียนระดับหลายแสนล้านบาทเลยก็ว่าได้ มากกว่างบประมาณของบางประเทศด้วยซ้ำ เอาเฉพาะบ้านเราปีหนึ่งจับยาเสพติดได้หลักร้อยล้าน พันล้านบาทเข้าไปแล้ว
การระบาดของยาเสพติดช่วงนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากยุคล่าสังหาร 2,500 ศพ ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เงียบหายไปพักใหญ่
กลับมาคราวนี้มีวิธีการจัดส่งที่แยบยลขึ้น ทั้งรายใหญ่และรายย่อย องค์กรการค้ายาเสพติดสลับซับซ้อนขึ้น หยั่งรากลึกถึงข้าราชการและนักการเมืองเข้าไปร่วมขบวนการ
ไปดูตามหมู่บ้านชนบททั้งภาคเหนือ โดยเฉพาะภาคอีสาน วัยรุ่น คนหนุ่ม คนสาว ติดยาเสพติดกันงอมแงม ของพวกนี้หาซื้อได้ง่ายพอๆ กับขนมนมเนย
ไม่อยากฟังคำแก้ตัวของใคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ, ป.ป.ส., สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของเหล่าทัพ ลงไปดูเอง ถ้าหาไม่เจอก็ไม่ต้องมาอยู่หน่วยงานแบบนี้
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหงอก หัวเฒ่า เขาเห็นกันทุกวัน จับก็ไม่กล้า ส่วนหนึ่งเป็นลูกหลาน ส่วนหนึ่งกลัวถูกตามฆ่าเพราะเม็ดเงินไหลเวียนในแต่ละหมู่บ้านเอาการอยู่
เห็น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้างานปราบปรามยาเสพติดของ สตช. ก็ดูเข้าท่าเพราะเป็นงานถนัด
ได้คนถูกกับงานภาพรวมน่าจะดีขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน งบประมาณ กำลังคน ที่พอเพียง
รีบหน่อยเริ่มจากรายย่อยตามหมู่บ้านก่อน สกัดไม่ให้เยาวชนตกเป็นทาสยา ส่วนรายใหญ่ๆ ใช้เวลามากๆ ค่อยเอาไว้โชว์ตอนหลัง ชาวบ้านเขารออยู่



