ข่าว

ส.ส.ปชป.โอดไม่ได้ทิ้งพื้นที่น้ำท่วม

ส.ส.ปชป.โอดไม่ได้ทิ้งพื้นที่น้ำท่วม

25 ต.ค. 2553

“ส.ส.สระบุรีปชป.” โอดไม่ได้ทิ้งพื้นที่ ปัดโต้ “ฝ่ายค้าน” วอน อย่าหาเสียงบนความเดือดร้อนของ “ปชช.” พท. เสนอนโยบายแก้น้ำท่วม 5 ข้อ เน้นควบคุมการขยายตัวของ กทม. กระจายคนออกนอกเมือง ควบคุมระบบระบายน้ำ นครบาลเตรียมกำลัง700นายรับมือช่วยเหลือ

(25ต.ค.)นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ส.ส. สระบุรี เขต 2พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าเป็น 1 ในส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ที่ไม่ได้แสดงตัวตนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ว่า น้ำในพื้นที่เขตตนน้ำท่วมหนักมากพอ ๆ กับจังหวัดลพบุรี ชาวบ้านก็เครียดเพราะไม่มีที่อยู่อาศัย ตนและทุกคนไม่ได้พักผ่อนเลยเป็นไข้ นอกจากนี้ทีมงานของตน คือนางดวงใจ ทองระย้า อายุ 50 ปีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ได้ใช้สายไฟสีขาวผูกคอตาย เนื่องจากเครียดจัด หลังทนเห็นบ้านตัวเองและลูกบ้านถูกน้ำท่วมไม่ไหว ความจริงแล้วพวกเราทำงานอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ตนยังบอกนางดวงใจว่าให้ใจเย็น ๆ แต่ก็มาเกิดปัญหานี้อีก

 ส.ส. สระบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ประสานกับทางจังหวัดมาตลอด ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมทุกหน่วยงานทุก เวลา09.00 น. เพื่อประเมินสถานการณ์ และตนก็ได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เพียงแต่ว่าพื้นที่ของตนไม่กว้างเท่าจังหวัดอื่นข่าวก็เลยไม่ค่อยออกมา มีน้ำท่วม 2-3 อำเภอ แต่ความจริงแล้วได้รับผลกระทบทั้ง 13 อำเภอ แม้แต่ อ.มวกเหล็กแต่ความเสียหายน้อยอาจจะสู้ อ.เสาไห้กับ อ.บ้านหมอ อย่างที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ไม่ได้ เพราะทั้ง 2 อำเภอมีพื้นที่ติดกับ แม่น้ำป่าสัก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้ทางการเข้ามาช่วยดูแลเพิ่มเติมในส่วนใดบ้าง นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่อยากข้ามขั้นตอนแต่ตนได้ส่งอีเมลให้นายกรัฐมนตรีทราบ ถึงความต้องการในพื้นที่ซึ่ง สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ที่ต้องการตอนนี้ คือ เรือ ซึ่งได้ติดต่อกับทางจังหวัดก็ได้รับรายงานว่าตอนนี้โรงงานผลิตเรือไม่ทัน ตอนนี้ก็เร่งผลิตอยู่ ส่วนถุงยังชีพนั้นชาวบ้านไม่ต้องการ เพราะไม่มีที่ประกอบอาหาร ต้องการอาหารกล่องหรือข้าวกล่อง ตนก็จะมีทีมงานพายเรือไปส่งให้ชาวบ้านถึงบ้าน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ประเมินดูแล้วมีชาวบ้านกี่ครัวเรือนที่ประสบปัญหา ส.สงสระบุรี กล่าวว่า คาดว่าน่าจะเป็น 10,000 ครัวเรือน เพราะตำบลหนึ่งก็เป็น 1,000 ครอบครัวแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า การช่วยเหลือของรัฐบาลล่าช้าเพราะสถานการณ์เกิดขึ้นเป็นอาทิตย์แล้ว แต่เพิ่งจะตั้งศูนย์ช่วยเหลือ นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากตอบโต้เพราะเป็นการหาเสียงบนความเดือดร้อนของประชาชน ตั้งแต่วันที่น้ำเริ่มไหลเข้ามาเรา ก็ใช้ศาลากลางจังหวัดเป็นศูนย์ช่วยเหลือเลย  มีการลงไปในหมู่บ้านและประสานกับจังหวัด จนกระทั่งเริ่มขยายวงกว้างแล้วในหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งทางจังหวัดจึงได้รายงานไปยังรัฐบาล ในช่วง 2-3 วันแรก นายกรัฐมนตรีท่านก็ลงมาในพื้นที่เลย” นายวัชรพงศ์ กล่าว

พท.เสนอนโยบายแก้น้ำท่วม5ด้าน

 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแถลงว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้ และอาจขยายกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต พรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกทม. และจังหวัดที่ใกล้ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะเสนอนโยบาย5ด้าน ดังนี้

 1.จะศึกษาถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อน ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและท่วม กทม.อย่างเร่งด่วน โดยบูรณาการให้มีการจัดตั้งสถาบันร่วมศึกษาและแก้ไขผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อระดับน้ำทะเล ซึ่งจะท่วม กทม.และจังหวัดชายฝั่งทะเล เนื่องจากเกี่ยวข้องกับศาสตร์จำนวนมาก  2.จะเร่งทำแผนและออกแบบก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำรอบ กทม.พร้อมสร้างประตูควบคุมน้ำขนาดใหญ่ในแม่น้ำที่ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยจะนำผลการศึกษาจากเมืองนิวออลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันกับ กทม. เนื่องจากอยู่ริมแม่น้ำและต่อติดเนื่องกับทะเล  3.ประกาศนโยบายจำกัดการขยายของ กทม.พร้อมการกระจายอำนาจ และงานบางอย่างออกจาก กทม.เพื่อไม่ให้เมืองมีขนาดใหญ่กว่านี้จะควบคุมไม่ได้ 4.เร่งทำแผนและก่อสร้างระบบขนส่งขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไปอาศัยอยู่ที่ชานเมืองให้มากที่สุด และ5.จะเร่งทำแผนและก่อสร้างคลองผันน้ำขนาดใหญ่ทุกทิศเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้า กทม.ในฤดูน้ำหลาก
 
 นายปลอดประสพ กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ กทม.ยังทรุดอย่างต่อเนื่องอยู่ทุกปี น้ำทะเลขึ้นสูงตลอด อีกทั้ง แม่น้ำตื้นเขิน ทำให้ท่วม ผังเมืองไม่เป็นระบบกั้นทางน้ำ ทำให้เกิดการท่วมได้ง่าย

นครบาลเตรียมกำลัง700นายรับมือช่วยเหลือน้ำท่วม

 พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า สำหรับเหตุน้ำท่วมใน กทม. หลายคนคงวิตกกังวล เนื่องจากช่วงวันที่ 26-29 ต.ค. นี้ น้ำทะเลจะหนุนมากที่สุด ซึ่งทางผู้ว่าฯกทม. พร้อมคณะได้ไปตรวจดูพื้นที่ชุมชนต่างๆบริเวณโดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าอาจได้ผลกระทบบ้าง โดยทางผู้ว่าฯกทม. ได้นำกระสอบทรายไปเสริมและทำสะพานไม้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้กำชับถึงเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการจราจรของประชาชน ซึ่งถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจได้รับผลกระทบ โดยสั่งการให้ตำรวจจราจรเตรียมรถยกของทุกสน.ท้องที่ ไปเตรียมพร้อมจุดที่น้ำท่วมขัง และจัดกำลังตำรวจจราจรและตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เพื่อเตรียมช่วยเหลือประชาชนเรื่องปัญหาการจราจรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมดประมาณ 700 นาย ส่วนกำลังตำรวจนครบาลอื่นๆ จะคอยดูแลความปลอดภัยช่วงน้ำท่วมเรื่องปัญหาขโมยและโจรต่างๆ ซึ่งจะคอยดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

 สำหรับจุดที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ถนนศรีอยุธยา บริเวณแยกพญาไท ถนนรัชดา ซึ่งหากน้ำเอ่อล้นคลองน้ำแก้วอาจจะทำให้ท่วมเอ่อล้นเส้นรัชดาได้ และถนนศรีนครินทร์ซึ่งมีการซ่อมแซมทางอยู่ โดยถนนเส้นหลักดังกล่าวหากมีปัญหาน้ำท่วมการจราจรจะมีผลกระทบเป็นวงกว้างได้
 
 ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สำหรับกำลังตำรวจของ บช.น. จำนวน 750 คน ที่ไปช่วยดูแลน้ำท่วมที่ บช.ภ.3 ตอนนี้ได้สับเปลี่ยนกำลังกลับมาแล้ว เพื่อมาเสริมกำลังที่ กทม. คอยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจะใช้กำลัง ตชด. ไปสับเปลี่ยนแทน ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ 50 คัน ให้อยู่ช่วยต่อ นอกจากนี้ ผบช.น. ได้สั่ง กต.ตร ทุกสน. เป็นกำลังสำคัญในการระดมคนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามแผนที่วางไว้