ข่าว

ธรรมชาติไม่เคยลงโทษใคร

ธรรมชาติไม่เคยลงโทษใคร

25 ต.ค. 2553

ข่าวน้ำท่วมในหลายจังหวัดที่ผ่านมา ก่อกระแสวาทกรรมซ้ำซากว่า “ธรรมชาติลงโทษ” อันเนื่องมาแต่มนุษย์ทั้งหลายได้ใช้ชีวิตแบบผิดธรรมชาติ พากันตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดความผันผวนปรวนแปรของฤดูกาล และทำให้ขาดแนวกั้นกระแสน้ำหลากล้นท้นท่วม

 โดยจริงแล้ว “ธรรมชาติไม่เคยลงโทษใคร” ด้วยธรรมชาตินั้นย่อมดำเนินไปตามกฎของธรรมชาติ คือ มีความหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามปกติเพื่อความลงตัวของธรรมชาติการมีฤดูน้ำหลากนั้นแท้จริงแล้วเป็นเรื่องดี ในทางที่จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนแผ่นดิน ทำให้ดินได้รับตะกอน หลังน้ำลดก็จะปลูกพืชได้งอกงามยิ่งกว่าเก่าก่อน

 การปลูกบ้านในลักษณะยกพื้นสูงให้มีใต้ถุน เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทางน้ำผ่านมาผ่านไปได้ยินว่าที่อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีอาคารบ้านเรือนที่ปลูกโดยยกพื้นบ้านสูงทุกหลังคาเรือน เพราะจะมีฤดูน้ำหลากมาเยี่ยมทุกปีไป ดังนั้นเมื่อถึงช่วงน้ำหลาก ชาวบ้าน อ.สองพี่น้อง ก็ใช้ชีวิตบนบ้าน โดยมีน้ำเจิ่งนองใต้ถุนบ้าน จะไปไหนมาไหนก็ใช้เรือที่สำรองไว้ใต้ถุนบ้านอยู่แล้ว ไม่พบว่าน้ำทำให้เกิดปัญหาในการครองชีวิต

 บ้านของคนจำนวนไม่น้อยในระยะหลังปลูกแบบตะวันตก ไม่ยกพื้นสูง ไม่มีใต้ถุนทำให้กีดขวางทางไปของน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ก็กลายเป็นน้ำท่วม เพราะมนุษย์เราเอาแต่ได้ ไม่แบ่งพื้นที่ให้แก่ธรรมชาติบ้างเลย ทั้งนี้มิต้องกล่าวถึงการปลูกบ้านในที่ลุ่มซึ่งเป็นที่อยู่ที่อาศัยทั่วไปของน้ำ จะไม่ให้ประสบผลเป็นทุกข์ได้อย่างไร ในเมื่อเราท่านทั้งหลาย ต่างก็พากันสร้างเหตุแห่งทุกข์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 ธรรมชาติไม่เคยลงโทษใคร มนุษย์เรานี่แหละที่กระทำสิ่งที่เป็นโทษให้ตนเอง ไม่ฉลาดในการ “แปรทุกข์เป็นธรรม-แปรน้ำเป็นสนุก” เหมือนคนในสมัยก่อนที่จัดให้มีการแข่งเรือในฤดูน้ำหลาก ขอย้ำว่าน้ำหลาก มิใช่น้ำท่วมดังที่เราเรียกขานกันทุกวันนี้

 คุณปราโมทย์ ไม้กลัด ยืนยันว่า ปริมาณน้ำในปีนี้ “มากเป็นปกติ” มิใช่มากผิดปกติเหมือนในปี๒๕๒๖ ดังนั้นท่านจึงยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพมหานครดังที่หลายคนประหวั่นพรั่นพรึง

น่าเป็นห่วงก็แต่น้ำลายของนักการเมืองขี้โม้นั่นแหละ ที่จะท่วมกรุงเทพฯ และประเทศไทย

          ท่านจันทร์
          www.prajan.com