ข่าว

มาร์คตรวจนนท์คาดน้ำเพิ่มอีก1สัปดาห์

มาร์คตรวจนนท์คาดน้ำเพิ่มอีก1สัปดาห์

25 ต.ค. 2553

นายกฯล่องเรือตรวจเจ้าพระยาเมืองนนท์ คาดน้ำยังเพิ่มอีก 1 สัปดาห์ผู้ว่าฯเล็งขยายงบทดลองจ่าย สั่งจว.น้ำท่วมรับมือปัญหาสุขภาพจิต

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ต.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจสภาพน้ำท่วมที่ชุมชนย่านมัสยิดท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาและประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม โดยนายกฯได้ทักทาย พบปะกับประชาชนที่มารอต้อนรับตั้งแต่ปากซอยจนถึงมัสยิด และมอบสิ่งช่วยเหลือประชาชนด้วย

 ซึ่งการตรวจน้ำท่วมวันนี้นายกรัฐมนตรีได้สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า กางเกงสแล็คสีดำพับขาเท่าหัวเข่า รองเท้าแตะหุ้มนิ้วปลายส้นเปิดสีดำ เดินลุยน้ำท่วมตั้งแต่ปากทางที่น้ำสูงท่วมตาตุ่มเข้าไปจนถึงมัสยิดที่น้ำท่วมถึงหัวเข่า ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี มารอต้อนรับและรายงานบอกถึงสถานการณ์ให้นายกฯรับทราบ

 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพบว่าที่กำแพงรั้วทางเข้าไปยังมัสยิดมีรอยตะไคร่น้ำที่สูงกว่าในวันนี้ โดยชาวบ้านบอกว่าเป็นรอยตะไคร่น้ำที่น้ำเคยท่วมใหญ่เมื่อปี 2538 และนอกจากนี้ตลอดข้างทางมีบ้านเรือน ร้านค้า โรงเรียนรุ่งเรืองวิทยา สถานีอนามัย ที่ถูกน้ำท่วมขังเช่นกัน

 โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้กล่าวบรรยายสรุปสถานการณ์ว่า ขณะนี้ประชาชนในจ. นนทบุรีได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวม 6 อำเภอ ประมาณ 5 หมื่นครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองหลักที่เชื่อมต่อกับลำน้ำเจ้าพระยา โดยล่าสุดแนวคันกั้นน้ำที่ทางจังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำขึ้นไม่อาจต้านทานน้ำทะเลหนุนสูงเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมได้ จึงจำเป็นต้องเสริมแนวคันกั้นน้ำอีก ขณะนี้ได้ใช้งบทดรองจ่ายของจังหวัดไปแล้ว 48 ล้านบาทจากวงเงินที่ตั้งไว้ 50 ล้านบาท

 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขอขยายกรอบวงเงินเพิ่มเติม อีกทั้งอยากขอให้ครม. ช่วยผ่อนปรนกฎระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ที่มีความจำเป็น เช่น เรือ สุขาลอยน้ำ เพราะชาวบ้านมีความต้องการเร่งด่วนมาก

 ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับแน่นมัสยิดตอนหนึ่งว่า ปีนี้ปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ ซึ่งจากการรายงานปริมาณน้ำที่ไหลลงมาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ก็ประเมินได้ว่า 1 อาทิตย์จากนี้ไป ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ แม้ว่าในช่วง 2-3 วัน จะไม่มีปัญหาเรื่องฝนตกก็ตาม แต่น้ำที่ไหลลงมาจากทางเหนือยังมีปริมาณสูงมาก ซึ่งบางจังหวัด เช่น ลพบุรี สระบุรี ปริมาณน้ำอาจลดลงบ้าง แต่สำหรับพื้นที่ กทม. ปทุมธานี และนนทบุรีนั้น ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ ซึ่งหลายหน่วยงานก็พยายามเสริมแนวป้องกันน้ำ แต่หลายชุมนุมก็ไม่สามารถป้องกันได้ ซึ่งภาครัฐพยายามที่จะเข้าไปให้ความช่วยหลือเพื่อให้ตรงกับความต้องการของ ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯ พร้อมคณะ รวมทั้งสื่อมวลชน ได้ลงเรือตำรวจน้ำที่เตรียมไว้จำนวน 3 ลำ ตรวจระดับน้ำ ดูความเสียหาย และทักทายประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนายกฯ นายองอาจ และผู้ว่าฯ ยืนที่หัวเรือตรวจสถานการณ์โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที และได้ลงเรือที่ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์

 จากนั้น นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่ได้ตรวจสภาพพื้นที่น้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา จากจ.อยุธยาไล่ลงมา พบว่าระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอยู่ ซึ่งแต่ละจังหวัดได้กำหนดแนวป้องกันไว้ค่อนข้างชัดเจน ให้สามารถสัญจรไปมา และนำสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือได้ แต่จุดสำคัญ ๆ เช่นที่ อ.สำแล จ.ปทุมธานี ทางการประปาก็มั่นใจจะสามารถดูแลไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเข้าไปจนกระทบคุณภาพของน้ำ ส่วนพื้นที่ จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และกทม.นั้น เท่าที่ดูปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่เราคาดการณ์อยู่ แต่ก็น่าเป็นห่วง เพราะแนวการป้องกัน ถ้ามันเกิดปัญหาเหมือนที่ จ.ปทุมธานี แม้จุดเดียวก็จะเกิดความเสียหายได้มาก จึงต้องเข้มงวดกวดขันและตรวจตราอย่างละเอียด  สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการนำเงินจากส่วนกลาง และเงินที่ได้รับบริจาคมาไปจัดสรรตามความต้องการที่มีการแจ้งเข้ามา เช่น เรือที่ยังมีความต้องการค่อนข้างมาก และอุดช่องว่างที่ทางราชการ และท้องถิ่นมีข้อจำกัดอยู่

 เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร ไม่ให้มีการรื้อคันกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเข้าชุมชนตัวเอง นายกฯ กล่าวว่า ทางพื้นที่จะต้องชี้แจงว่าแนวทางเป็นอย่างไร อย่างที่บ้านงิ้ว จ.ปทุมธานี ก็มีการทำความเข้าใจกันและก็ได้รับความร่วมมือ ปัญหาเรื่องอารมณ์ของคนเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งทำมากที่สุดในตอนนี้คือเจ้าหน้าที่ต้องเร่งขยันเกาะพื้นที่ เพราะเวลาที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานานจะมีความเครียด ซึ่งเท่าที่ตนเดินทางไปมาทุกจังหวัดก็มีการเตรียมรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต ไว้แล้ว

 นายกฯ ยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ในเวลา 15.00 น. วันเดียวกันนี้ ว่า นอกจากจะแก้ปัญหาเร่งด่วนแล้ว จะนำเอาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม.ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ เรื่องการดำเนินการแก้หลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือสำหรับปีนี้ และก็จะเริ่มเข้าไปดูเรื่องการฟื้นฟูในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดว่าจะมีแนว ทางอย่างไร รวมถึงการวางระบบการโยกย้ายทรัพยากร เช่น จ.ชัยภูมิ และจ.นครราชสีมา ที่น้ำเริ่มลดแล้ว มาช่วยในพื้นที่อื่น ๆ ที่กำลังมีน้ำเข้าไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการพูดคุยถึงปัญหาผังเมืองที่กีดขวางทางน้ำหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นมติที่ตนได้มอบไปแล้ว ซึ่งจะต้องมาดูกันหลังจากนี้อีกทีหนึ่ง