ข่าว

สบน.ชี้เก็บภาษีสกัดเงินนอกไร้ผลพบทุนต่างชาติเปลี่ยนเก็งกำไรแทน

สบน.ชี้เก็บภาษีสกัดเงินนอกไร้ผลพบทุนต่างชาติเปลี่ยนเก็งกำไรแทน

25 ต.ค. 2553

สบน.เผยมาตรการภาษีสกัดเก็งกำไรในตราสารของต่างชาติไม่ได้ผล ชี้เงิน 2 แสนล้าบาทยังไม่ไหลออกแต่เปลี่ยนเป็นเก็งกำไร แนะออกมาตรการภาษีหนุนนำเงินไปลงทุนนอกแทน

 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่าหลังจาก รัฐออกมาตรการเก็บภาษี 15% สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐบาลและธปท.นั้น ในเบื้องต้นส่งผลให้ตลาดชะงักเล็กน้อยเพราะมีผลทางจิตวิทยาในการลงทุนและเป็นการแสดงท่าทีของภาครัฐ แต่หลังจากนั้นพบว่าการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติก็ยังอยู่ในระดับปกติ โดยขณะนี้มีประมาณ 2 แสนล้านบาทและยังไม่ได้ไหลออกไป ทำให้เงินบาทยังคงแข็งค่าเหมือนในปัจจุบัน

 “ส่วนตัวมองว่าเงินลงทุนในตราสารของภาครัฐของต่างชาติ 2 แสนล้านบาทไม่ได้ถือว่ามาก หากเทียบกับประมาณเงินในระบบเศรษฐกิจไทยที่มีถึง 14 ล้านล้านบาท แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนของต่างชาติมากกว่า ซึ่งหลังจากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศครั้งแรกเดือนกรกฎาคมจนถึงขณะนี้ ก็มีการถอนการลงทุนระยะยาวในพันธบัตรของรัฐบาลเป็นการลงทุระยะสั้นในพันธบัตรหรือตราสารหนี้ของ ธปท. โดยเฉพาะช่วงนี้ยังไม่มั่นใจว่ารัฐจะมีนโยบายหรือมาตรการออกมาสกัดกั้นเงินทุนจากต่างชาติอีกหรือไม่ เนื่องจากเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง เงินดังกล่าวจึงพร้อมจะเคลื่อนย้ายออกไปได้ทุกเมื่อ” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว

 ทั้งนี้ มองว่าเงินลงทุนในตราสารภาครัฐของต่างชาติระดับ 2 แสนล้านบาท ไม่น่าจะมีผลกระทบหรือมีนัยต่อการแข็งขึ้นของเงินบาทหรือมีการเข้ามาเก็งกำไร เพราะถือเป็นการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนที่เห็นว่าตลาดไหนดีก็หันไปตลาดนั้น ทางที่ดีควรปล่อยให้เงินไหล-เข้าออกอย่างเสรี และแทนที่จะเก็บภาษีจากเงินไหลเข้า ควรจะใช้มาตรการภาษีจูงใจหรือสนับสนุนให้เอกชนไทยนำเงินออกไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะเป็นการผลักดันเงินออกจากระบบได้ส่วนหนึ่ง