
ร.ฟ.ท.เร่งเสริมบริการแอร์พอร์ตลิงก์
ร.ฟ.ท.เร่งแก้ปัญหาใช้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ เตรียมจ้างเอกชนบริหารจัดการลานจอดรถตามสถานีรถไฟฟ้า พร้อมนำบัตรโดยสารเติมเงินมาใช้บริการในเดือนธันวาคม ลดปัญหาต่อคิวซื้อตั๋วยาว
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้รับความสะดวกในการนำรถยนต์มาจอดที่สถานีรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.มีนโยบายจะจัดจ้างเอกชนมาลงทุนและบริหารจัดการลานจอดรถในสถานีดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้เกิดความรวดเร็ว ซึ่งหาก ร.ฟ.ท.ดำเนินการเอง จะมีปัญหาล่าช้าในส่วนของงบประมาณ ทำให้ไม่ต่อการแก้ปัญหากับผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.จะว่าจ้างเอกชนทำหน้าที่บริหารจัดการลานจอดรถเป็นเวลา 3 ปี โดยเอกชนต้องลงทุนจัดเตรียมพื้นที่จอดรถ ตีช่องจราจร และจัดเก็บรายได้ค่าจอดรถ ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าจอดรถที่เหมาะสม โดยจะใกล้เคียงกับอัตราค่าจอดรถของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในโครงการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีเอ หรืออาจจัดเก็บในอัตราเหมาจ่าย 20-25 บาท
"คาดว่าจะประกวดราคาคัดเลือกเอกชนที่เข้ามารับงานได้ภายในปีนี้ ซึ่งสาเหตุที่เราว่าจ้างเอกชนในระยะสั้นๆ เพราะต้องการให้บริษัทลูกที่อยู่ระหว่างจัดตั้งมารับหน้าที่บริหารจัดการลานจอดรถต่อไป" นายยุทธนากล่าว
ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จำนวนมากถึงวันละ 4.3 หมื่นคน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ใช้บริการวันละ 3 หมื่นคน จึงทำให้มีการต่อคิวยาวในการซื้อตั๋วโดยสาร ร.ฟ.ท.จึงเตรียมนำบัตรโดยสารแบบเติมเงิน หรือสมาร์ทการ์ด มาให้บริการในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาให้ผู้โดยสารได้
สำหรับระบบสมาร์ทการ์ดที่จะนำมาให้บริการแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.บัตรเติมเงิน สำหรับบุคคลทั่วไป และนักเรียน นักศึกษา และ 2.เหรียญทรงกลม หรือ TOKEN สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเที่ยวเดียว ซึ่งจะนำมาใช้แทนระบบตั๋วกระดาษที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถซื้อได้ที่ตู้จำหน่ายบัตรโดยสารประจำสถานี โดยผู้โดยสารสามารถซื้อเหรียญทรงกลมจากตู้จำหน่ายได้สูงสุด 6 เหรียญต่อการทำรายการ 1 ครั้ง ส่วนบัตรเติมเงินสามารถตรวจสอบมูลค่าบัตรได้ รวมทั้งตรวจสอบประวัติการเดินทางได้ 6 รายการย้อนหลัง



