ข่าว

ป๋า-รัฐบาล-กองทัพใครจะอึดกว่ากัน

ป๋า-รัฐบาล-กองทัพใครจะอึดกว่ากัน

01 เม.ย. 2552

ท่าทีของรัฐบาลของ “มาร์ค 1” วันนี้หลายคนบอกว่า "สอบตก" เพราะมีแต่เชิงรับ ไม่มี เชิงรุก ทั้งที่มีอำนาจอยู่เต็มมือ แต่กลับนั่งมองปรากฏการณ์โฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับละครหลังข่าว

 ทั้งที่ใครต่อใครพากันหวั่นเกรงว่า ขืนปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินด้วยระบบวิดีโอลิงก์ เข้ามายังกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงทุกวัน บ้านเมืองจะหาความสงบสุขได้อย่างไร

 อุณหภูมิการเมืองไทยร้อนขึ้นทุกวัน ตามแรงโหมของการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่ข้างทำเนียบรัฐบาล

 โจมตีกราวรูดทั้ง “รัฐบาล-กองทัพ” รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง โดยเฉพาะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย

 ทั้งที่รู้ว่า "องคมนตรี" นั้นมีความสำคัญอย่างไร "ประธานองคมนตรี" มีความหมายมากแค่ไหน

 ทำให้ ณ วันนี้ “พล.อ.เปรม-พล.อ.สุรยุทธ์” ต้องปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ ด้วยการออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาของนักโทษหนีคุก

 นั่นยิ่งทำให้ ทักษิณ และกลุ่มเสื้อแดงฮึกเหิม สุมไฟใส่ฟืน เร่งความร้อนแรง เพื่อเผด็จศึกอำมาตยาธิปไตย

 อาจจะเพราะรู้ดีว่า หากฝ่ายนี้ยืนระยะได้ "แต้มต่อ" ที่เคยมีเหนือ "รัฐบาล-กองทัพ" ก็อาจหลุดลอยไป

 เพราะหากยิ่งเร็วยิ่งเป็นผลดี แม้ว่า พล.อ.เปรม จะออกมาระบุว่า จะไม่ตอบโต้กับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พาดพิง จะใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว แต่การรวมตัวกันของเหล่าบรรดาอาจารย์ และคณะนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ และนักเรียนเก่า จ.สงขลา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ก็ไม่อาจทำให้ พล.อ.เปรม สวมบท "เตมีย์ใบ้" เหมือนที่เคยเป็นเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ได้

 เป็นการ “ส่งสัญญาณ” ไปถึงกลุ่มคนเสื้อแดงว่า “ชมรมคนรักป๋า” ก็มีพลังพร้อมที่จะปกป้อง “ป๋าเปรม” หากไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ที่ผ่านมา พล.อ.เปรม ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการทำปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549

 “ผมไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 และไม่ได้เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่คิดฟ้องร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เขากล่าวหา การกล่าวหาต้องมีเหตุมีผล ผมไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร และไม่เคยคิดที่จะเป็นศัตรูด้วย”

 "...มีคนพยายามผูกโยงว่าเป็นศัตรูกับคุณทักษิณ ทั้งๆ ที่เราก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง คุณทักษิณก็ทำหน้าที่ของคุณทักษิณไป ส่วนตัวก็ทำหน้าที่ของผม แต่คุณทักษิณว่าผมเป็นศัตรูกับเขา ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับคุณทักษิณเลย"

 หลายคนสงสัยว่า กองทัพ ทำอะไรอยู่ ทั้งที่ชู พล.อ.เปรม เป็น "เสาหลักของกองทัพ" แต่เมื่อพล.อ.เปรม ถูกแตะต้องมากขนาดนี้ กลับวางเฉยราวกับว่า เป็นเรื่องปกติทั่วไป

 นั่นเป็นเพราะ วงในกองทัพนั้นเชื่อว่า เกมนี้ไม่ใช่เกมยาว

 อายุของการเคลื่อนไหว จะมีคดีความยึดทรัพย์ ทักษิณ เป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนด พร้อมๆ กับนโยบายประชานิยมของรัฐบาล รวมทั้งมาตรการความช่วยเหลือที่ทุ่มลงไปเพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน

 เผอิญว่า ไตรมาสแรกนั้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปพร้อมๆ กันทั่วโลก แต่เชื่อว่า เมื่อโลกทุ่มเทแก้ปัญหา และประกอบกับผลลัพธ์จากนโยบายรัฐบาลที่กำลังจะออกมา ความแรงของเสื้อแดง ก็จะค่อยๆ ผ่อนลง

 กองทัพเชื่อว่า ที่ทักษิณ แรงในวันนี้ ก็เพราะเกรงว่า อีกไม่กี่วันปัจจัยเกื้อหนุน อันเปรียบเสมือน "เทพีแห่งโชค" จะไปยืนฝั่งรัฐบาลเต็มตัว

 ยิ่งเมื่อการขับเคลื่อนของ ตำรวจในการทำสำนวนคดีที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง และเร่งกระบวนการถอดยศ ทักษิณ เริ่มเห็นผลแล้ว ก็เหลือเพียงแค่ อาการ "ดิ้นเฮือกสุดท้าย" เท่านั้น

 ถ้าเป็นดังที่ว่า ก็ต้องไปวัดกันละว่า งานนี้ พล.อ.เปรม กองทัพ รัฐบาล ทักษิณ และคนเสื้อแดง ใครจะอึดมากกว่ากัน

ทีมข่าวความมั่นคง