ข่าว

น้ำมูลหนุนสูงท่วมอุบลฯอพยพ142ครอบครัว

น้ำมูลหนุนสูงท่วมอุบลฯอพยพ142ครอบครัว

25 ต.ค. 2553

แม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ อพยพชาวบ้านแล้ว 142 ครอบครัว “ประยุทธ์” เผยกองทัพพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รับ “กำลังพลไม่พอ” วอน ปชช. ” เห็นใจ ” ทหารมีภารกิจเยอะ ยันทหารเป็น “ ลูกหลาน” ไม่คิดทำร

 (25ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำที่จังหวัดอุบลราชธานี สถานการณ์น้ำแม่น้ำมูลเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมสองฝั่งในเขตชุมชนของเทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยเฉพาะที่ชุมชนท่าบั้งมั้ง น้ำท่วมทั้งชุมชน ชาวบ้านต้องนำเรือมาใช้สัญจรในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านเทศบาลเมืองวารินชำราบ ทั้งนี้ได้เคลื่อนย้ายอพยพราษฎรในชุมชนที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนเกตุแก้ว ชุมชนท่าบั้งมั้ง และชุมชนดีงาม รวม 142 ครัวเรือน ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย โดยใช้พื้นที่บริเวณด้านข้างสำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สาขาวารอนชำราบ เป็นที่พักชั่วคราว

 ส่วนระดับน้ำที่สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยวันละ 3 - 5 เซนติเมตร  ซึ่งพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่รองรับปริมาณน้ำสุดท้ายจากทางด้านบนของภาค ซึ่งปริมาณน้ำมูลจากจังหวัดนครราชสีมา และชัยภูมิ คาดว่าจะมาถึงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 3 - 4 วันข้างหน้า ส่วนปริมาณน้ำชี วัดที่บ้านธาตุน้อย อ.เขื่องใน ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 80 เซนติเมตร  ซึ่งได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรแล้วบางส่วน

กองทัพพร้อมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหาร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ขณะนี้ได้ลุกลามเข้ามายังพื้นที่ กทม.ว่า ขณะนี้กองทัพได้ติดตามสถานการณ์อย่างอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้เตรียมแบ่งพื้นที่รับผิดชอบไปยังหน่วยต่างๆที่คาดการณ์ว่าน้ำอาจจะทะลักเข้ามา พร้อมทั้งเตรียมแผนปฏิบัติไว้ 3 ข้อ คือ ป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ที่ยังไม่เกิด ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย และฟื้นฟูบูรณาการหลังน้ำลด ซึ่งรัฐบาลก็ได้ดำเนินการในจุดอยู่

อย่างไรก็ตามไม่ได้มีปัญหาในเรื่องงบประมาณที่จะช่วยเหลือ แต่มีปัญหาในเรื่องของจำนวนกำลังพลซึ่งไม่เพียงพอต่อการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากมีพื้นที่ที่ประสบภัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งทหารคงต้องเลือกเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหรือความเดือดร้อนมากก่อน ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้มีการเตรียมการในเรื่องนี้แต่คงต้องมีการประชุมหารือกันอีกครั้ง ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนและทุกฝ่ายเห็นใจทหารและกองทัพเนื่องจากกองทัพก็มีภารกิจในหลายส่วน อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าว ปัญหาชายแดน และปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อทุ่มเทนำกำลังไปดูแลส่วนใดส่วนหนึ่งก็มีคนวิจารณ์ว่าทหารไม่สนใจการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ หรือไม่ดูแลรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน แต่พอน้ำท่วมก็วิจารณ์ว่าไม่สนใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ ใน 1 วันทหารทำหลายภารกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ภารกิจเชิงลับอย่างเดียวมี 10 ภารกิจ ต่อตำบล ต่อหมู่บ้าน เป็นจำนวนรวมกว่า 2,000 ภารกิจ แต่ก็ยังมีคนวิจารณ์ว่าทำไมยังไม่เรียบร้อยสักที ซึ่งตนอยากจะถามว่าถ้าทหารไม่ทำภารกิจถึง 2,000 ภารกิจต่อวันแบบนี้หรือไม่ และจะเกิดเหตุ 200 ครั้งต่อวันหรือไม่ ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากให้เกิดเหตุแม้แต่เขตเดียว ประชาชนเพียงคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บจนเลือดตกยางออกทหารก็ไม่มีความสุขแล้ว เพราะเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทหาร ดังนั้นทหารไม่ใช่ตนคนเดียวที่ทำงาน และไม่ใช่ระบบแบบล้วงลูก แต่เป็นระบบตามสายบังคับบัญชา ที่จะต้องไปกำกับดูแลความเรียบร้อย รวมทั้งให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้นทหารถือเป็นลูกหลานของท่าน ซึ่งคงจะไปฆ่าหรือทำร้ายท่านคงเป็นไปไม่ได้ และตนคงไม่สั่งให้ใครไปทำเรื่องร้ายๆกับประชาชน