ข่าว

สรุปยอดน้ำท่วมยังเหลือ27จ.ยอดตาย51

สรุปยอดน้ำท่วมยังเหลือ27จ.ยอดตาย51

26 ต.ค. 2553

สพฉ.สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมระหว่าง 10- 25 ต.ค. รวม 51 ราย ขณะที่ปภ.สรุปผลท่วม 27 จังหวัดถึง 24 ต.ค.ปชช.เดือนร้อน 2,765,228 คน ล่าสุดน้ำท่วมสิงห์บุรีสังเวยแล้ว2ศพ ต่อมาโผล่เป็นศพที่ 3 กทม.มือรับน้ำเหนือ-ทะเลหนุน26ต.ค.

(25ต.ค.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) รายงานสรุปยอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 10-25 ต.ค.โดยข้อมุลล่าสุดพบว่ามีรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้เพิ่มเข้ามาอีก 3 ราย รวมเป็นทั้งสิ้น 41 ราย จากพื้นที่ประสบอุทกภัย 16 จังหวัด โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาจาก จ.ลพบุรี  2 ราย และ จ.นครสวรรค์ 1 ราย

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามรายจังหวัดมีผู้เสียชีวิตที่ จ.ลพบุรี  8 ราย ,นครราชสีมา และบุรีรัมย์ 6 ราย ,กำแพงเพชรขอนแก่น และเพชรบูรณ์ 3 ราย , ระยอง และชัยภูมิ 2 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต 1 รายได้แก่ จ.ตราด สระแก้ว สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี อุท้ยธานี ชัยนาท และ จ.นครสวรรค์

อย่างไรก็ตามเวลาต่อมา สพฉ. ได้รายงานยอดเสียชีวิตรวมเป็น 51 ราย

น้ำท่วมสิงห์บุรีสังเวยแล้ว2ศพ

 เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.ศุภฤทธิ์   นาคมี  สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรอินทร์บุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยจังหวัดสิงห์บุรี ว่าพบผู้เสียชีวิตลอยอืดใก้ลเมรุวัดโพธิ์ลังกา  หมู่ที่ 6  ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี รุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย จ.สิงห์บุรี

 ที่เกิดเหตุพบศพทราบชื่อต่อมา  นายชัยอั้ง  ราตรี อายุ 74  ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 /  2 ตำบลอินทร์บุรี สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน มีบาดแผลถูกสัตว์น้ำกัดแทะตามร่างกาย สอบสวนญาติของนายชัยอั้งทราบว่าหลายวันก่อน ขณะน้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมบ้านนายชัยอั้งได้หายตัวไปช่วงชุลมุนเก็บข้าวของ คาดลื่นล้มเสียหลักพัดตกน้ำเสียชีวิต

 ส่วนอีกราย  พ.ต.ท.สุรินทร์ เวชปาน สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสิงห์บุรีรับแจ้งจาก พลเมืองดีพบศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่หน้าวัดโพธิ์ลังกา หมู่ 1  ตำบลบางกระบือ อำเภอเมืองสิงห์บุรี  ตรวจสอบทราบชื่อนายอุ้ยชัย แซ่เหล้า  อายุ  67  ปี อยู่บ้านเลขที่  44 หมู่ 2  ตำบลบางกระบือ  อำเภอเมืองสิงห์บุรี  สอบสวนผู้พบเห็นเล่าว่า ขณะพ่ายเรือออกจากวัดโพธิ์ลังกาเพื่อมาซื่อสิ่งของให้พระภายในวัดได้พบศพนายอุ้ยชัย  แซ่เหล้าลอยอืดข้นมาแพะต้นไม้หน้าวัด คาดช่วงน้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมเดินลุยน้ำเกิดเป็นตะคริว จึงทำให้จมน้ำเสียชีวิต

สิงห์บุรีโผล่ศพที่3งมหาทรัพย์สินในบ้านตะคริวจับจมน้ำดับ

 เวลา.19.30 น.พ.ต.ท.สุทธิฤทธิ์  นาคมี  สารวัตรเวรสภ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เดินทางไปตรวจสอบศพนายสมชาย   พุ่มพวง  อายุ 30  ปี อยู่บ้านเลขที่ 103  หมู่ 1 ใกล้วัดบางพระนอน ต.ทัพยา  อ.อินทร์บุรี มีสภาพร่างกายเขียวคล้ำ ญาติแจ้งให้ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสมชายได้พายเรือไปที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อดำน้ำงมหาสิ่งของมีค่าที่สูญหายไปขณะย้ายขึ้นที่สูงไม่เห็นนายสมชาย  โผล่ขึ้นมารีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดสิงห์บุรีและเพื่อนบ้านให้ช่วยค้นหาจนพบเสียชีวิตจมน้ำอยู่กลางบ้าน ตำรวจคาด ขณะดำน้ำเกิดตะคริวจับกะทันหันช่วยตัวเองไม่ได้เสียชีวิตญาติไม่ติดใจเอาความนำศพไปไว้ที่โรงพยาบาลอินทร์บุรี  รอความพร้อมในการบำเพ็ญกุศลต่อไป

ปภ.สรุปท่วม27จังหวัดเดือนร้อน 2,765,228คน

 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยปัจจุบัน โดยจังหวัดที่มีสถานการณ์อุทกภัยมีทั้งสิ้น 27 จังหวัด 225 อำเภอ 1,646 ตำบล 12,414 หมู่บ้าน 940,673 ครัวเรือน 2,651,944 คน พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหาย 2,878,598 ไร่ ได้แก่ จังหวัดพิจิตร ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นนทบุรี ปทุมธานี กำแพงเพชร นครปฐม อุทัยธานี เชียงใหม่ ลำพูน และจังหวัดสมุทรปราการ และมีจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ตาก และจังหวัดชลบุรี

 นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ระหว่างวันที่ 10 - 24 ต.ค. มีจังหวัดประสบภัยทั้งสิ้น 32 จังหวัด 249 อำเภอ 1,757 ตำบล 13,019 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 977,340 ครัวเรือน 2,765,228 คน โดยมีผู้เสียชีวิตมี 38 ราย แบ่งเป็น จ.ระยอง 1 ราย จ.ตราด 1 ราย จ.สระแก้ว 1 ราย จ.นครราชสีมา 9 ราย จ.ลพบุรี 10 ราย จ.นครสวรรค์ 4 ราย จ.ชัยภูมิ 1 ราย จ.สระบุรี 1 ราย จ.บุรีรัมย์ 6 ราย ขอนแก่น 3 ราย จ.อุทัยธานี 1 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 37 ราย กัมพูชา 1 ราย

 นายวิบูลย์กล่าวด้วยว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัย ได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สุดท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

กทม.มือรับน้ำเหนือ-ทะเลหนุน26ต.ค.

นายนพพร  ชัยพิชิต ผอ.สำนักชลประทานที่ 10  กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำไหลที่จังหวัดนครสวรค์  2,799 ลบม. ต่อวินาที และระบายจากเขื่อนเจ้าพระยา 3,281 ลบ.ม.ถือว่าเพิ่มไม่มากจากวานนี้น้ำจำนวนนี้จะระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาและมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาวัดได้ประมาณ 1,152 ลบ.ม.ต่อวินาที  สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 5 เมตร ขณะที่การระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักลดลงเหลือ 1,100 ลบม.  เมื่อรวมกับน้ำเจ้าป่าสักที่บางไทรมีปริมาณทั้หงมด 3,275 ลบม.และจะไหลเข้ากทม.ประมาณ 1 วัน ซึ่งน้ำจำนวนนี้ถือว่ายังรับมือไหว ขณะนี้ระดับน้ำทะเลในช่วงดังกล่าวน่าจะอยู่ที่ระดับ  2.60-2.70 เมตร โดยประมาณหรือปริ่มคันกั้นน้ำของกทม.

 อย่างไรก็ตามเขื่อนต่าง ๆ เช่นป่าสักและเขื่อนเจ้าพระยาได้เริ่มลดการระบายน้ำลงแล้ว ประกอบกับร่องมรสุมได้พัดผ่านไปใต้แล้วตอนนี้ปริมาณฝนภาคเหนือและภาคกลางลดลงเหลือเพียงกระจาย ไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำไหลหลากในลุ่มน้ำเจ้าพะยา ทั้งนี้เราเร่งระบายน้ำเต็มที่ให้อยู่ในระดับตลิ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนแต่อาจล้นตลิ่งบ้างในพื้นที่ลุ่ม  อย่างไรก็ตามกทม.ยังต้องระวังน้ำทะเลหนุนช่วง 26 - 28 ตค.และ 8 พย.

ประสานทางหลวงชนบททำคันกั้นน้ำท่าเรือสาธร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม.ยังคงลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม โดยวันนี้ได้ไปยังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณบีทีเอสตากสิน ท่าเรือสาธรและกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวถือว่าลุ่มต่ำกทม.เตรียมประสานกับกรมทางหลวงชนบทเพื่อขอปรับปรุงพื้นที่ เบื้องต้นอาจทำคันกั้นน้ำให้สูง  2.50 จากเดิม 2 เมตร หากได้รับอนุญาตกทม.พร้อมใช้งบของกทม.ดำเนินการ

เกาะเกร็ดน้ำสูงชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่า ชาวบ้านที่อยู่อาศัยบนเกาะเกร็ด โดยเฉพาะที่บริเวณ หมู่ 5 ชุมชนวัดเสาธงทอง ต.เกาะเกร็ด กำลังได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และไม่มีเขื่อนคอนกรีตกั้นน้ำ ทำให้ในวันนี้ ( 25 ต.ค.)น้ำจากแม่น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านแล้ว โดยระดับน้ำที่เข้าท่วมนั้น สูงกว่า 60 เซนติเมตร และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยกันขนย้ายข้าวของสำคัญและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ขึ้นที่สูงเพื่อหนีน้ำ

 ชาวชุมชนเสาธงทองรายหนึ่ง เล่าว่า สถานการณ์น้ำในครั้งนี้ยังไม่รู้ว่าจะหนักเหมือนปี 2538 หรือไม่ ทำให้เกิดความวิตกกังวลมากจนต้องหยุดขายของ เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะเกร็ดแล้ว เพราะปริมาณน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมแล้ว แม้ว่าในตอนนี้น้ำจะท่วมไม่มาก แต่เท่าที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนและระดับน้ำทะเลที่จะหนุนสูงในวันที่ 25 – 27 ต.ค. นี้  ทำให้ชาวบ้านบนเกาะต้องเตรียมพร้อมรับมือ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกันไว้หรือไม่ เพราะปริมาตรน้ำที่จะไหลมานั้น มีรายงานว่าปริมาณมาก ชาวบ้านบนเกาะคงได้รับผลกระทบโดยตรง

 "สิ่งที่อยากจะขอร้อง คือเรือนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่และเรือดูดทรายด้วยว่า ช่วยแล่นกันเบา ๆ หน่อย เพราะตอนนี้ระดับน้ำในแม่น้ำกับบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำมันเท่ากันแล้ว เมื่อเรือแล่นเร็ว ก็จะเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้ามากระแทกบ้าน ทำให้บ้านได้รับความเสียหายหลายหลัง และตอนนี้ที่เกาะเกร็ดก็ไม่มีอะไรน่าเที่ยว มีแต่ความทุกข์ของคนที่ต้องขนย้ายของหนีน้ำท่วม ดังนั้นหากเรือนักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยวชมรอบเกาะเกร็ดในตอนนี้ก็จะเป็นเรื่องดีและเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอีกด้วย" ชาวชุมชนเสาธงทอง กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณหน้าวัดปรมัยยิกาวาส ได้มีระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ (25 ต.ค.) จนทำให้น้ำล้นปริ่มเขื่อนที่หน้าวัดปรมัยยิกาวาส โดยเฉพาะที่เจดีย์มอญหรือเจดีย์เอียง ซึ่งเป็นโบราณสถานและสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะถูกน้ำเข้าท่วม แม้ว่าจะมีเขื่อนคอนกรีตกั้นล้อมไว้ก็ตามเพราะระดับน้ำในตอนนี้สูงเท่ากับแนวเขื่อนคอนกรีตแล้ว

 สำหรับความช่วยเหลือของหน่วยงานราชการในจังหวัดนนทบุรีนั้น ปรากฏว่าในวันนี้ (25 ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางมาเยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่ชุมชนมัสยิดท่าอิฐในเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี  และในช่วงบ่าย วันเดียวกัน นายชวรัฐ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเดินทางมาดูสถานการณ์น้ำท่วมที่วัดชลอ เขตอำเภอบางกรวย พร้อมกับแจกของช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน

เทศบาลเมืองสุพรรณฯเร่งป้องกันน้ำท่วมเมือง

 นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง ทางเทสบาลฯได้ประเมินสถานการณืไว้แล้วว่าปีนี้น้ำต้องท่วม จึงไม่ประมาทได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งก่อนหน้าไว้แล้วพร้อมทั้งอุดช่องทางน้ำเข้ามาในพื้นที่ทุกช่องทุกรู  พร้อมจัดเวรยามตลอด 24 ชม. ตรวจสอบการไหลของน้ำ

  ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงกว่าระดับถนนประมาณ 30 ซ.ม. แต่ยังมีน้ำซึมจากเขื่อนที่กำลังก่อสร้างไม่เสร็จด้านทิศตะวันออก เบื้องต้นนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางมาตรวจสอบ พร้อมได้กำชับให้โยธาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี เร่งแก้ไขแล้ว เพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจในตัวเมืองต้องดูแลให้ดีอย่าให้น้ำเข้าไปโดยเด็ดขาด อย่าให้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังให้ผู้นำท้องถิ่นแต่ละแห่งที่ได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมตลอดเวลา

 ขณะนี้ระดับน้ำยังสูง และมีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำในเขื่อนกระเสียวล้นเขื่อน ประกอบกับน้ำทางภาคเหนือไหลลงมาถึงเขื่อนชัยนาทเป็นจำนวนมาก อาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนได้ ทางเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี จึงขอให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและทำแนวป้องกันน้ำ โดยก่อผนังกั้นน้ำ เพื่อลดความเสียหายที่อาจะเกิดขึ้นได้ หากประชาชนที่เดือดร้อนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่งานป้องกันฯของเทศบาลตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อโดยตรงที่ตน ซึ่งมีทีมงานเตรียมพร้อมในทุกๆด้านที่ประชาชนขอมา

 อ่างทองน้ำท่วม4อำเภอ10ตำบลเดือดร้อนกว่า3พันครัวเรือน

 สถานการณ์น้ำในจังหวัดอ่างทองยังหนักน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่บางพื้นที่น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรแล้ว ล่าสุดน้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ ต.ชัยภูมิและตำบลหลักฟ้า อ.ไชโย ชาวบ้านต้องเดือดร้อนไปตามๆกัน โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.หลักฟ้า ประชาชน ทหารจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ต้องช่วยกันกั้นแนวกระสอบทราย สูงกว่า 1 เมตรแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแต่ก็ต้องเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะน้ำได้ไหลซึมเข้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากจุดนี้พังได้บ้านเรือนประชาชนหลายร้อยหลังต้องจมน้ำและได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางอำเภอไชโยประกาศเตือนชาวบ้านให้เก็บของขึ้นที่สูงอย่างด่วนเพราะไม่ทราบว่าจะรับมือกับกระแสน้ำที่สูงขึ้นและไหลแรงขนาดนี้ได้

 สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนถือว่าหนักมากคือพื้นที่ ชุมชนบ้านรอ ต.บางแก้ว ถูกน้ำท่วมไหลคันกั้นน้ำจนกลายเป็นเมืองบาดาลระดับน้ำสูงบ้านบางหลังถูกน้ำท่วมถึงชั้นบน ชาวบ้านต้องพากันขนข้าวของออกมาอยู่บนถนน

 สำหรับสถานการณ์น้ำที่จังหวัดอ่างทองในขณะนี้ตอนนี้บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำแล้ว 4 อำเภอ 10 ตำบล ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 3,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 แสนไร่ ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 3 ปี หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัดเมื่อปี 2549