
เพื่อน
ในกลุ่มเพื่อนๆ นักเขียน คุณตั๊ก วงศ์รัฐ นับได้ว่าเป็นเพื่อนที่ผมรู้จักคุ้นเคยมานานที่สุดคนหนึ่ง เราพบกันครั้งแรกในปี 2517 ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งที่ผ่านฟ้า ซึ่งคุณตั๊กทำหน้าที่ฝ่ายศิลป์และดูแลการจัดหน้าหนังสือ Impact ซึ่งเป็น supplemen
ให้แก่สำนักพิมพ์ธีระการพิมพ์ ด้วยความติดใจฝีมือของคุณตั๊ก ผมจึงไปขอให้คุณตั๊กช่วยออกแบบปกให้ ซึ่งแม้จะมีการงานเต็มมือคุณตั๊กก็ไม่ได้ปฏิเสธคำขอของผม และช่วยออกแบบปกให้หนังสือชุดดังกล่าว 2 เล่ม คือ “สิบความคิด” และ “สิบเสน่หา” ซึ่งแม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 36 ปี แต่ปกหนังสือที่คุณตั๊กออกแบบให้ผมก็ยังมีเสน่ห์อยู่ไม่เสื่อมคลาย
นอกจากจะเป็นเพื่อนเก่าแล้ว คุณตั๊กยังเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดเป็นอย่างมาก เพราะบ้านเราที่ถนนเพชรเกษมอยู่ห่างกันเพียง 2 ซอย สมัยเมื่อ 20-30 ปีก่อน รถประจำทางจากกรุงเทพฯ ที่วิ่งไปถึงบ้านเรามีแค่สาย 91 ซึ่งวิ่งระหว่างสนามหลวงกับหมู่บ้านเศรษฐกิจฯ เพียงสายเดียว ดังนั้น ผมกับคุณตั๊กจึงมักจะพบกันโดยไม่ได้นัดหมายในตอนเย็นๆ ที่ร้านอาหารย่านบางแคซึ่งเราแวะมากินดื่มกัน ก่อนต่อรถเมล์สาย 91 กลับบ้าน และไม่ว่าคุณตั๊กจะมีอะไรก็จะต้องส่งข่าวมาบอกหรือชวนผมให้มีส่วนร่วมกิจกรรมด้วยเสมอ ครั้งหลังสุดน่าจะเป็นตอนที่คุณตั๊กรับหน้าที่ดูแลหน้าเรื่องสั้นให้แก่ "คม ชัด ลึก" ฉบับวันอาทิตย์ เมื่อหลายปีก่อน ก็ยังขอให้ผมเขียนเรื่องสั้นให้ ส่วนผมเองถ้ามีงานอะไรก็เป็นต้องรบกวนคุณตั๊กเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ผมเป็นนายกสมาคมนักเขียนฯ ก็ได้พึ่งพาคุณตั๊กในการออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆ ให้อยู่หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งคุณตั๊กก็จะกุลีกุจอทำให้ด้วยความเต็มใจ แม้ว่าบางครั้งจะเป็นงานด่วนประเภทบอกวันนี้ขอพรุ่งนี้ก็ตาม
คุณตั๊กมาหาผมที่บ้านครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกันยายน ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งคราวนี้สิ่งที่แปลกไปคือคุณตั๊กเลิกดื่มเบียร์โดยเด็ดขาดหลังจากที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่ จ.ราชบุรี คุณตั๊กพูดแบบสนุกๆ ว่า เวลาที่พบเพื่อนๆ สวนกุหลาบในงานศพเพื่อนร่วมรุ่นทีไร เพื่อนๆ พากันชี้นิ้วว่า “มึงจะเป็นคนต่อไป” แต่ก็กลับมีเพื่อนคนอื่นตัดหน้าไปก่อน และว่าเพื่อนซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่รักษาคุณตั๊กกำชับว่าต่อไปนี้ห้ามเป็นอะไรอีก เพราะจะเกษียณแล้ว คุณตั๊กก็เลยต้องเชื่อเพื่อน
การพบกันในวันนั้น จบลงด้วยเรื่องการจะพิมพ์หนังสือของผมเป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีต้นฉบับแปลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณตั๊กในฐานะที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเป็นอย่างดีได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ใช่แต่แค่นั้น เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว คุณตั๊กยังโทรศัพท์มาบอกว่าเดี๋ยวจะเดินไปไปรษณีย์เพื่อส่งหนังสือภาษาญี่ปุ่นที่มีอยู่มาให้ผมดูเป็นตัวอย่าง และนัดกันว่าเมื่อผมกลับจากต่างประเทศแล้ว เราจะสานเรื่องนี้กันต่อ
คุณตั๊ก โทรมาหาผมเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องการพิมพ์หนังสือภาษาญี่ปุ่นของผม ซึ่งคุณตั๊ก บอกว่ายินดีจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพราะอยากให้ทำให้สำเร็จ อยากให้คนญี่ปุ่นได้อ่านงานของผม และเรื่องสุดท้ายที่เราพูดกันคือเรื่องงานสัปดาห์หนังสือฯ ปลายเดือนนี้ ที่ “ชมรมรักการอ่าน-เขียน กับประภัสสร เสวิกุล” จะร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือฯ ในการให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจในการเขียนหนังสือ ในวันที่ 29-30 ตุลาคม และผมได้ชวนคุณตั๊กไปให้คำแนะนำแก่ผู้สนใจร่วมกับผมในวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งผมจะไปประจำอยู่ที่บูธ DIY ทั้งวัน คุณตั๊กก็รับปากทันทีด้วยความกระตือรือร้น
ผมใจหายเมื่อเปิดอินเทอร์เน็ตเช้าวันนี้ และทราบข่าวการจากไปของคุณตั๊ก วงศ์รัฐ - เพื่อนที่ทำให้ "ความเป็นเพื่อน” มีความหมายมากกว่า “คำว่าเพื่อน”
และผมเชื่อว่า “ความเป็นเพื่อน” ของผมกับคุณตั๊ก จักไม่มีวันจากไปไหนอย่างแน่นอน



