ข่าว

 "หนี้-สายลับ"ยาเสพติดต้องชดใช้ด้วยชีวิต

"หนี้-สายลับ"ยาเสพติดต้องชดใช้ด้วยชีวิต

25 ต.ค. 2553

ศพชายนิรนามถูกอุ้มฆ่าและเผาอำพรางคดี กลางไร่มันสำปะหลัง ซ.บ้านห้วยไข่เน่า หมู่ 4 ห่างจากถนนสาย 331 กม.105 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2553 เป็นหนึ่งในแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเมืองชลบุรี ต้องมาสังเวยชีวิต เพียงเพราะค้างส่งค่ายา

 ร่างชายไร้วิญญาณที่มีสภาพศพไหม้เกรียม แต่ยังปรากฏรอยสักรูปดอกบัวอยู่ข้างขวาอย่างเด่นชัด "รอยสักรูปดอกบัว" จึงกลายเป็นสิ่งยืนยันความมั่นใจของนางอุษากับนายพยุง คริบสงวน ว่าศพที่อยู่เบื้องหน้านี้ คือ นายวรายุทธ คริบสงวน หรือไมค์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/83 หมู่ 1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นลูกชายของของเขา ส่วนนางทวีนุช เกตุตา ก็ยืนยันกับ พ.ต.ท.เสน่ห์ ยศรุ่งเรือง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตรงกันว่าผู้ตายเป็นสามีของเธอ

 คดีนี้ พ.ต.ท.ประกอบ แสงพริ้ง สวญ.สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ ชมถนอม สว.สส. และลูกทีมเร่งสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายมาลงโทษให้ได้

 เพียงวันเดียว หลังจากชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติ และคำให้การของญาติผู้ตาย จึงทราบว่า ผู้ตายเป็นหนึ่งในแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เมืองชลบุรี จนกระทั่งชุดสืบสวนสามารถดมกลิ่นไปถึงตัวหนึ่งในแก๊งยาเสพติดที่ต้องสงสัยก่อคดีนี้ คือ นายสมพงษ์ ไทยานนท์ อายุ 24 ปี หรือปุ้ม อยู่บ้านเลขที่ 85/11 หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบุคคลที่ผู้ตายติดต่อเป็นคนสุดท้าย

 นายสมพงษ์ จึงถูกควบคุมตัวมาสอบสวนจนกระทั่งยอมปริปากให้การว่า ผู้ตายขาดส่งเงินยาเสพติดที่นำไปจำหน่าย ทำให้นายสมพงษ์ ต้องค้างส่งเงินค่ายาเสพติดกับนายยศธนนท์ ภู่วิจิตร หรือเฮียต้อง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 1 ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในพื้นที่เมืองชลบุรี

 "เฮียต้องโกรธแค้นมากเรื่องที่ ไมค์ ไม่จ่ายเงินค่ายาเสพติดที่นำไปจำหน่าย ถึงกับบอกกับผมว่า ถ้าไม่เอาตัวไมค์มาให้ ปุ้มก็ต้องตายแทน” นายสมพงษ์ ให้การ

 แผนปฏิบัติการทวงหนี้เงินค่ายาเสพติด และ "เฮียต้อง" กำลังสงสัยว่า "ไมค์" อาจเป็นสายลับให้ตำรวจจึงเริ่มต้นขึ้น... เวลาประมาณ 3 ทุ่มของวันที่ 18 ตุลาคม เมื่อนายวรายุทธ ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้องฮอนด้า เวฟ 100 สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน กษว 43 พิษณุโลก มาพบนายสมพงษ์ ที่บ้านพักตามนัดหมาย ขณะที่นายยศธนนท์ พร้อมพรรคพวกอีก 3 คน กำลังดักรออยู่ เมื่อนายวรายุทธมาถึงลูกสมุนของนายยศธนนท์ ได้บังคับและข่มขู่ให้นายวรายุทธขึ้นมาบนรถกระบะมาสด้า สีดำ ทะเบียน ถข 8964 กรุงเทพมหานคร แล้วขับมายังจุดเกิดเหตุ ส่วนนายสมพงษ์ นั่งรถยนต์ส่วนตัวสีขาวคันเก่าๆ ติดตามมา

 เมื่อรถกระบะจอดสนิทริมไร่มันสำปะหลังแล้ว นายวรายุทธถูกลากลงมาจากรถ ถูกลูกสมุนของนายยศธนนท์ รุมทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะ ต่อย กระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างกายบอบช้ำ สะบักสะบอม นายวรายุทธก้มลงกราบแทบเท้าของนายยศธนนท์ และพยายามอ้อนวอนร้องขอชีวิต แต่นายยศธนนท์กลับชักอาวุธปืนขนาด 9 มม.ออกมาจากเอว แล้วเล็งไปที่ศีรษะนายวรายุทธ เมื่อเห็นปากกระบอกปืนนายวรายุทธ ตื่นกลัวรีบวิ่งหนีอย่างล้มลุกคลุกคลานเข้าไปในไร่มันสัมปะหลัง แต่ถูกไล่ล่าด้วยทูตมรณะที่ยังวิ่งตามมาติดๆ พร้อมแผดเสียงแห่งความตาย ทำให้นายวรายุทธล้มลงกับพื้นดิน แถมยังถูกยิงกระหน่ำซ้ำที่ศีรษะจนร่างกายนิ่งสนิทไม่ไหวติง

 หนึ่งในลูกสมุนของนายยศธนนท์วิ่งกลับไปที่รถกะบะหยิบแกลลอนน้ำมันเบนซินที่เตรียมไว้ในรถ ออกมาราดบนตัวนายวรายุทธ ก่อนจุดไปเผาร่างเพื่ออำพรางคดี ก่อนพากันแยกย้ายหลบหนีไป ส่วนนายยศธนนท์ ขับรถมาส่งนายสมพงษ์ที่ปากทางเข้าบ้าน พร้อมกับสั่งห้ามและกำชับว่า อย่านำเรื่องไปบอกใครไม่เช่นนั้นจะตามฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว

 คำให้การทั้งหมดจากนายสมพงษ์ พ.ต.ท.ประกอบ สั่งการให้ พ.ต.ท.เสนห์ ยศรุ่งเรือง พนักงานสอบสวน ขอหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยา เพื่อจับกุมตัวนายยศธนนท์ พร้อมพรรคพวกอีก 3 คน มาดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร 

 นับเป็นคดีอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่หลงผิดอยู่ในวังวนของค้ายาเสพติด ซึ่งจะมีแต่ "คุก" และ "ความตาย" รอคอยอยู่เบื้องหน้า!!

    -   คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ - ศุภกร อรรคนันท์   -