
"กิเลน"ฉลอง แซงทีโอที 2-1 แฟนบีจี-ท่าเรือ ก่อเหตุมวยหมู่
"กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ไล่แซงชนะ ทีโอที แคท 2-1 ฉลองแชมป์ลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก 2010 ส่วน บางกอกกล๊าส เจ๊า การท่าเรือไทย แบบไร้สกอร์ แต่หลังจบเกมแฟนบอลทั้งสองทีมก่อเหตุตะลุมบอนสั่งลาปิดฤดูกาล ขณะที่ บุรีรัมย์-พีอีเอ ไม่พลาดถล่ม อินทรีเพื่อนตำรวจ
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2010 นัดปิดฤดูกาล เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผลดังนี้ ที่สนาม อบจ.สระบุรี “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี อันดับ 7 พบ “ฉลามชล” ชลบุรี อันดับ 3 เกมค่อนข้างเนือย มีโอกาสลุ้นสกอร์กันไม่เยอะ นาทีที่ 22 เจษฎา พั่วนะคุณมี แปให้ คลีตัน ซิลวา หลุดเดี่ยวกระดกข้ามหัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล แต่แรงไปบอลตกหลังคาตาข่าย ชลบุรี หวิดขึ้นนำบ้าง เอกพันธ์ อินทเสน เปิดเตะมุมด้านซ้ายเลยไปเสาไกล เดฟ ซิมพ์สัน แหย่ชนเสาอย่างน่าเสียดาย จากนั้นสถานการณ์ของทีมเยือนแย่หนัก ท้ายครึ่งแรก ไพศาล โพธิ์นา โดนใบแดงจากจังหวะสกัด เจษฎา พั่วนะคุณมี ที่จะหลุดเดี่ยวในช่วงทดเวลาครึ่งแรก
แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังนาทีที่ 52 ชลทิตย์ จันทคาม ไปสกัด คลีตัน ที่ถึงบอลก่อนตรงปากเขตโทษ เจอใบแดงอีกราย ชลบุรี ต้องเหลือ 9 คน และจากลูกโทษ เจษฎา พั่วนะคุณมี ปั่นฟรีคิกเสียบมุมบน สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เหินสุดตัวปัดไม่พ้นเป็นสกอร์ออกนำ 1-0 ของเจ้าถิ่น แต่ชลบุรี กลับมาตีเสมอจาก อดุล หละโสะ ยิงไปแฉลบ ศิวะเมต ธนูศร เปลี่ยนทางเข้าประตู 1-1 ในนาทีที่ 75 จบเกมเสมอกันไป พร้อมได้เงินบริจาคช่วยภัยน้ำท่วมในพื้นที่สระบุรี 226,710 บาท
ที่สนาม มธ.รังสิต “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์-พีอีเอ ที่กำลังคั่วอันดับ 2 พบ “สุภาพบุรุษโล่เงิน” อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมอันดับ 10 เจ้าถิ่นออกนำก่อน 1-0 จากการยิงของ แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส กองหลังชาวบราซิเลียน ในนาทีที่ 32 ก่อนที่กลับมาเล่นกันใหม่ครึ่งหลังแค่ 3 นาที ชนานันท์ ป้อมบุบผา ยิงตีเสมอให้เจ้าบ้าน 1-1 แต่ดีใจแค่ 4 นาที สุเชาว์ นุชนุ่ม ส่องให้ทีมเยือนนำอีกหน 2-1 แถมอินทรีเพื่อนตำรวจ ต้องเหลือแค่ 10 คน ดักลาส การ์โดโซ ยิงหนีห่าง 3-1 นาทีที่ 68 ทว่าเจ้าบ้านไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 71 ลี โฮ จิน ยิงไล่ 2-3 ก่อนที่สุเชาว์ มายิงจุดโทษปิดท้าย นาทีที่ 77 บุรีรัมย์-พีอีเอ ชนะ 4-2 คว้ารองแชมป์ปลอบใจ
ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม “วิหคเพลิง” ทีโอที แคท อันดับ 11 พบ เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ที่ซิวแชมป์ไปแล้ว เกมครึ่งแรกเจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำก่อน 1-0 จากฝีเท้าของ วิชา นันทะศรี นาทีที่ 43 ก่อนที่ครึ่งหลัง "กิเลนผยอง" จะได้ คริสเตียน คัวคู วอลเลย์ตีเสมอให้ทีมเยือนเจ้าของสนามตัวจริงเป็น 1-1 ในนาทีที่ 75 และดักโน เซียกา มายิงจุดโทษก่อนหมดเวลา 2 นาที เมืองทองฯ ชนะ 2-1 ได้ฉลองแชมป์แบบชื่นมื่น
ที่สนามเทศบาลเมืองหนองปรือ คู่นี้เตะช้ากว่าคู่อื่นๆ 4 นาที “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ที่ 6 ของตาราง ยังต้องลุ้นอันดับเพื่อเงินรางวัลที่มากกว่าเปิดบ้านพบ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษเมืองไทย ที่ร่วงตกชั้นไปแล้ว นัดนี้ทีมเยือนบุกมาลูบคมนำก่อนจาก ปิยะวัฒน์ ทองแม้น นาทีที่ 38 แต่ ธีระเวคิน สีหวงษ์ ตีเสมอให้เจ้าถิ่นในนาทีที่ 57 จบเกมเสมอ 1-1 แบ่งไปทีมละแต้ม
ที่สนามกองทัพบก เป็นดาร์บี้แมทช์กองทัพไทย “กงจักรพิฆาต” ทหารบก ตกชั้นไปแล้ว พบ “นิลมังกรนาวี” ราชนาวี-ระยอง ที่รอดตายแล้วอันดับ 13 ปรากฏว่าเป็นทีมเยือนได้ประตูชัยจาก จาง กิล ย็อก นาทีที่ 60 ส่วนที่ลีโอ สเตเดี้ยม บางกอกกล๊าส เสมอ การท่าเรือไทย 0-0 แต่หลังจบเกมเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อแฟนบอลทั้งสองทีมก่อเหตุวิวาทตะลุมบอนชกต่อยกัน
ที่สนามกีฬากลางพิจิตร ทีทีเอ็ม พิจิตร เสมอ บีอีซี เทโรศาสน 0-0 และที่สนาม ม.กรุงเทพ รังสิต แบงค็อก ยูไนเต็ด เสมอ เอสซีจี สมุทรสงคราม 0-0
สรุปตารางคะแนนเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลพร้อมเงินรางวัล 1.เมืองทองฯ 67 คะแนน 10 ล้านบาท 2.บุรีรัมย์ 63 คะแนน 2 ล้านบาท 3.ชลบุรี 60 คะแนน 1.5 ล้านบาท 4.การท่าเรือไทย 48 คะแนน 8 แสนบาท 5.บางกอกกล๊าส 45 คะแนน 7 แสนบาท 6.พัทยา ยูไนเต็ด 43 คะแนน 6 แสนบาท 7.โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 42 คะแนน 5 แสนบาท 8.เอสซีจี สมุทรสงคราม 42 คะแนน 4 แสนบาท 9.บีอีซี เทโรศาสน 35 คะแนน 10.ราชนาวี-ระยอง 33 คะแนน 11.อินทรีเพื่อนตำรวจ 33 คะแนน 12.ทีโอที แคท 33 คะแนน 13.ทีทีเอ็ม พิจิตร 32 คะแนน 14.ศรีสะเกษเมืองไทย 27 คะแนน 15.แบงค็อก ยูไนเต็ด 24 คะแนน 16.ทหารบก 22 คะแนน (กรณีคะแนนเท่ากันพิจารณาจากผลการแข่งขันคู่กรณี เป็นลำดับแรก หากเท่ากันต่อด้วยจำนวนแมทช์ชนะ, ประตูได้-เสีย, ประตูได้)
สรุปทีมตกชั้น ศรีสะเกษเมืองไทย, แบงค็อก ยูไนเต็ด, ทหารบก ทีมขึ้นชั้น ศรีราชา, ขอนแก่น และเชียงราย



