ข่าว

ผบญ.สาวแก้น้ำท่วมไม่ตกผูกคอดับ

ผบญ.สาวแก้น้ำท่วมไม่ตกผูกคอดับ

25 ต.ค. 2553

"มาร์ค" ชี้น้ำท่วมสูญทะลุหมื่นล้าน ตั้ง คชอ.กู้วิกฤติ ลั่นอย่าให้เงินช่วยเหลือรั่ว ครม.เล็งหาทางลัดจ่ายชดเชย คนกรุงเดือดรื้อคันกั้นน้ำลั่นไม่ยอมระทมฝ่ายเดียว เจ้าพระยาวิฤกติทะลักอยุธยา-ปทุมฯ-นนทบุรี รพ.มหาราชฯ เปิด 25 ต.ค.สลด ผบญ.สระบุรีเครียดแก้น้ำท่วมไ

 ความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยที่กำลังขยายพื้นที่ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสาน และภาคกลาง อีกทั้งน้ำเหนือไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทานออกประกาศเรื่องสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 10 ระบุว่า ด้วยยังคงมีปริมาณน้ำจากทางภาคเหนือไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในวันนี้ได้เข้าสู่ภาวะน้ำทะเลหนุนสูงแล้ว ล่าสุดมีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดสาคัญดังนี้ จ.นครสวรรค์ 2,772 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยา 3,190 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนพระรามหก 1,278 ลบ.ม.ต่อวินาที และที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,250 ลบ.ม.ต่อวินาที จากปริมาณน้ำดังกล่าวจึงทำให้สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 นายสงบ อรุณทอง ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท กล่าวว่า ได้แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังผู้ว่าฯ อุทัยธานี และชัยนาท ขณะนี้น้ำหลากจากลุ่มน้ำตอนบนกำลังเดินทางมาถึงอุทัยธานี และชัยนาท ประกอบกับมีฝนตกหนักในลุ่มน้ำน่าน บริเวณ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3-5 วันต่อจากนี้ สถานการณ์น้ำดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.อุทัยธานี และชัยนาท จึงขอให้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่ลุ่มต่ำ เตรียมป้องกันน้ำไหลเอ่อล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตร

"มาร์ค"ตั้ง คชอ.กู้วิกฤติ

 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ห้องรับรองสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับนายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายศักดิ์ วนิชขจร รักษาการอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

 การประชุมครั้งนี้เพื่อหารือถึงมาตรการในการเตรียมรับมือปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งถูกน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเหนือไหลลงมาใน 1-2 วันนี้ นอกจากนี้ยังหารือถึงการพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมชลประทาน ได้ร่วมออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์"

 หลังการประชุมนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่ 280/2553 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) และจัดตั้งศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมีประธานและกรรมการรวม 28 คน โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายอภิรักษ์ เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการ เช่น ปลัดสำนักนายกฯ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายพงษ์ศักดิ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ผู้บัญชาการหน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมอุตุฯ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายกสมาคมธนาคารไทย และนายวิทเยนทร์ มุตตามระ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกฯ

 ทั้งนี้ ในส่วนของศูนย์จะตั้งอยู่ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิรักษ์เป็น ผอ.ศูนย์ นายวิทเยนทร์ เป็นรอง ผอ.ศูนย์ และนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ เป็นเลขานุการศูนย์ และประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ รวม 17 หน่วยงาน ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนงบประมาณบุคลากรและเครื่องมือต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวมถึงรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือเยียวยา

เปิดสายด่วน 1111 ร้องทุกข์

 นายอภิรักษ์กล่าวถึงการทำงานของศูนย์ว่า จะประสานข้อมูลจากเครือข่ายน้ำท่วม ซึ่งที่ผ่านมามีเครือข่ายภาคประชาชนดำเนินการช่วยเหลือมีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องน้ำท่วมโดยตรง นอกจากนี้ยังมีหมายเลข  โทร.1111 เพื่อแจ้งเหตุ ส่วนการฟื้นฟูจะมีมาตรการช่วยเหลือ โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมประกอบการทำงานของศูนย์

 นายวิทเยนทร์กล่าวว่า การแจ้งร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านทางสายด่วน 1111 ในการประสานงานเบื้องต้นจำนวน 24 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมงในสัปดาห์แรก รวมทั้งผ่านเอสเอ็มเอส หมายเลข 4567891 (ส่งฟรี) ทั้งนี้ ในวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 15.00 น. จะประชุมศูนย์นัดแรกอย่างเป็นทางการ โดยมี นายสาทิตย์ และนายอภิสิทธิ์ เข้าร่วมประชุมด้วย
เล็งรื้อระบบชดเชยให้เร็วขึ้น

 ต่อมานายอภิสิทธิ์กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่นิ่ง ส่วนแผนการช่วยเหลือจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 ตุลาคมนี้ ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนจากระเบียบการเดิมเพราะล่าช้า อย่างไรก็ตาม อากาศแปรปรวนมากเรายังมีปัญหาภัยหนาวที่รออยู่ การตั้ง คชอ.และศูนย์ เชื่อว่าวันที่ 25 ตุลาคมจะดำเนินการได้เต็มรูปแบบ

 "การขอความร่วมมือในพื้นที่หากประชาชนมีช่องทางในการติดต่อใดที่สะดวกภาครัฐเข้าไปช่วยแน่นอน ทั้งนี้คงไม่ให้ประชาชนต้องช่วยตัวเอง แต่การช่วยเหลือของราชการจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเราประสานและร่วมมือกัน ภาครัฐต้องพูดความจริงกับประชาชนและขอขอบคุณและขอเป็นกำลังใจให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 นายกฯ ย้ำว่า สถานการณ์ในขณะนี้น้ำน่าจะเริ่มลดระดับลงในภาคอีสาน ส่วนภาคกลางที่ก่อนหน้านี้ฝนตกทางภาคเหนือประกอบกับน้ำทะเลหนุนซึ่งน่าห่วงมาก

กรมชลฯชี้น้ำเหนือจ่อกทม.แล้ว

 นายชลิตกล่าวว่า ขณะนี้น้ำที่นครราชสีมาไหลมาลงน้ำมูลอยู่ที่ อ.พิมาย และจะไปที่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ และไป จ.อุบลราชธานี ส่วนแม่น้ำชีเป็นน้ำที่ไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ ขณะนี้อยู่ที่ อ.แวงน้อย และ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ส่วนน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากภาคเหนือไหลมากรุงเทพฯ ถึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,250 ลบ.ม.ต่อวินาที

 "ส่วนน้ำทะเลหนุนสูงในลุ่มเจ้าพระยา แม้ประชาชนจะป้องกันตัวเองด้วยการเสริมคันกั้นน้ำ ยิ่งทำให้ระดับแม่น้ำเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการตามที่กรมชลฯ แจ้งเตือนเพราะสถานการณ์น้ำมีตัวแปรตลอดเวลา ทั้งนี้วันที่ 8 พฤศจิกายน ต้องระวังน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนน้ำเหนือหากไม่มีฝนก็คงไม่มีปัญหา" นายชลิตกล่าว

คาดโคราชจมอีก14วัน

 นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า น้ำจากแม่น้ำมูลในนครราชสีมาสูงกว่าลำห้วยต่างๆ 40 เซนติเมตร การระบายน้ำทำไม่ได้ระดับน้ำยังทรงอยู่ โดยเฉพาะอ.โนนสูง อ.ชุมพวง อ.พิมาย อ.เมือง ทำให้น้ำกระจายไปตามอำเภอต่างๆ เพิ่มขึ้น ส่วน อ.ปักธงชัย น้ำลดลง ทั้งนี้หากน้ำในแม่น้ำมูลไม่ลดลง จ.นครราชสีมา จะอยู่ในสภาพนี้ไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์

 "ส่วนของ รพ.มหาราชนครราชสีมา ได้แนวพระราชดำริคือให้กันพื้นที่จำเป็นต้องใช้ 3 ตึก คือตึกโอพีดี มีการสูบน้ำออก ซึ่งวันอังคารนี้จะเปิดใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามจากสภาพ 2 สัปดาห์ที่น้ำยังไม่ระบายก็ต้องเยียวยาทางจิตใจ ส่วนอาหารการกินเราสามารถคุมสภาพได้ แต่สภาพจิตใจเป็นปัญหามาก ซึ่งจังหวัดได้ประสานไปกรมสุขภาพจิตให้ออกกรอบกว้างๆ เพื่อเยียวยาประชาชน วันนี้ปัญหาโคราชน้ำท่วมทั้งเขตเมืองและชนบทซึ่งการจัดการต่างกัน" นายระพีกล่าว

 ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวอีกว่า ปัญหามีทุกวัน นครราชสีมาไม่มีสี เราหลงทางไปหรือไม่หลายปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดปัญหาก็ไม่มีสีอะไร ขณะนี้อยากทราบความชัดเจนเรื่องการให้ความช่วยเหลืออย่างไร สิ่งใดที่อยู่ในกรอบอำนาจก็พูดไปแล้ว เขาจะได้อะไรในการชดเชย เพราะเป็นสิ่งที่มีความหวังให้เขาต่อสู้ต่อไป

ผู้ว่าฯ ชัยภูมิยันไม่น่าห่วง

 นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ กล่าวว่า สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติช่วงเย็นวันที่ 25 ตุลาคม ทั้งนี้มี 97 หมู่บ้าน 17 ตำบลเจอปัญหาน้ำท่วมจึงใช้เรือและรถสูงนำข้าวและอาหารไปให้หมู่บ้าน ขณะนี้น้ำไหลไปทาง จ.ขอนแก่น ได้แจ้งเตือนต่อไปแล้ว หลังจากนี้ต้องมีการฟื้นฟูไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนและที่สาธารณะตลอดจนพื้นที่การเกษตร

 "ไม่มีพื้นที่น่าห่วงแล้ว เพราะสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปหารือกับประชาชน ที่น้ำท่วมทางการเกษตร เพราะมีน้ำท่วมขัง การช่วยเหลือต้องทำความเข้าใจกับประชาชน อย่างไรก็ตามต้องมาทบทวนธรรมชาติน้ำและบริหารจัดการน้ำและดูว่าอนาคตจะวางแผนในการแก้ปัญหาอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการและตัดสินใจด้วย"

น้ำ4สายทะลักอยุธยา-ปทุมฯ

 นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้วิกฤติมาก เพราะน้ำจากลุ่มน้ำ 4 สาย ถูกระบายมาถึงแล้ว และไหลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ต้องระบายน้ำอีก 7 วัน จากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2538 ได้เสริมคันกั้นน้ำสูงกว่า 5 เมตร แต่น้ำจะเริ่มท่วมเขื่อนดังกล่าว ซึ่งในอีก 7 วันข้างหน้าโดยจะเพิ่มอีก 50 เซนติเมตร กว่าจะลดก็ประมาณ 30 วัน

 นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าฯ ปทุมธานี กล่าวว่า ยังรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดร้อยละ 95 ไว้ได้ ไม่ให้ท่วมในส่วนของคันกั้นน้ำขณะนี้มีการเสริมอีก 50 เซนติเมตร เป็น 2.8 เมตร เนื่องจากน้ำสูงอีก 24 เซนติเมตร ทำให้น้ำล้นคันกั้นน้ำเข้ามา แต่ก็สามารถกอบกู้ทุกพื้นที่และเร่งเสริมคันกั้นน้ำ ส่วนของการแจ้งเตือนประชาชนได้มีการจัดเวรยาม โดยมีสายตรวจจากสมาชิกสภาตำบลใช้รถจักรยานยนต์ มีผู้ต้องขังชั้นดีจากทุกทัณฑสถาน ประชาชนมาร่วมตรวจ ตลอดจนทำสะพานไม้ชั่วคราวรองรับน้ำอีก 30 วัน และน้ำทะเลหนุนวันที่ 6 และ 11 พฤศจิกายน อีกครั้งที่ต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

 "ปทุมธานีไม่เพียงดูแลเรื่องน้ำท่วมเท่านั้น หากแต่ต้องรักษาสถานีสูบน้ำดิบสำแลด้วย เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการรับน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองประปาตะวันออก ที่ ต.สำแล พร้อมกันนี้ขอเรือจากจังหวัดที่น้ำท่วมแล้วให้ส่งมาที่ จ.ปทุมธานีด้วย" นายธานีกล่าว

ผู้ว่าฯนนท์แจ้งอพยพหนีน้ำ

 นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าฯ นนทบุรี ลงเรือสำรวจพื้นที่ในหลายอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำก้อนใหญ่ที่ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่นนทบุรี พร้อมทั้งให้ผู้ป่วยและคนชราอพยพขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ จึงสั่งให้หน่วยงานราชการเร่งสร้างคันกั้นน้ำ

 "จากการสำรวจหลายอำเภอได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดระดับน้ำสูงกว่าแนวเขื่อนกระสอบทรายที่ป้องกันไว้ ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมขังจนชาวบ้านบางครอบครัวไม่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันทำให้ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ อ.บางกรวย ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะพื้นที่อยู่ติดคลอง นอกจากนี้วัดและโรงเรียนหลายแห่งยังถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร" นายวิเชียรกล่าว

 ส่วนที่ชุมชนวัดหงส์ทอง วัดสนามเหนือ อ.ปากเกร็ด ประตูน้ำเขื่อนพระอุดม วัดท่าเกวียน ต.คลองข่อยและต.บางพลับ ทหารจากหน่วยบัญชาการ การป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก นำกำลังทหารเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมนำกระสอบทรายไปเสริมเพิ่มแนวกั้นน้ำ หลังจากที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงจนเขื่อนที่ชาวบ้านช่วยกันทำไว้ไม่สามารถรับน้ำได้

นายกฯ ฮึ่มอย่าให้เงินช่วยรั่วไหล

 วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการท้วงติงจากหลายฝ่ายในการช่วยเหลือล่าช้าของรัฐบาลว่า คนทำงานทุกคนยอมรับว่าไม่ดี 100% เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ขอให้ติดต่อสื่อสารมา เพราะมีระบบอยู่ในพี้นที่จะสามารถแก้ไขจุดบกพร่องและช่องว่างได้ ส่วนจะดูแลอย่างไรให้งบประมาณไปถึงประชาชนทั่วทุกพื้นที่ โดยไม่มีการทุจริตนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ศูนย์ต้องติดตาม ทั้งนี้คนที่ทำงานต้องการความคล่องตัว เพราะหากติดขัดจะเป็นปัญหา แต่เมื่อคล่องตัวแล้วก็ต้องย้ำในเรื่องของความชัดเจน ความโปร่งใส

 "ผมไปในหลายจังหวัดก็เห็นความร่วมมือกันดี แต่สภาพของปัญหาเข้าใจว่าเป็นไปได้ที่จะมีความบกพร่องมีหลุดไปบ้าง แต่ผมไม่อยากให้เจ้าหน้าที่เสียกำลังใจ เพราะในภาพรวมเขาทำงานกันเต็มที่ แต่ผมเป็นห่วงในเรื่องเงินช่วยเหลือรั่วไหล เพราะพูดตรงๆ ที่ผ่านมาก็มีการสอบสวนว่ามีการรั่วไหล ฉะนั้นครั้งนี้จะต้องไม่ให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเรากังวลตรงนี้จะทำให้ความช่วยเหลือไปไม่ถึงมือประชาชนได้ ต้องพยายามทำให้ได้ ผมย้ำต่อเจ้าหน้าที่อยู่ โดยจะใช้การสอบทานกับเจ้าหน้าที่ เช่น ถ้าจะใช้วิธีการชดเชยเร็วซึ่งจะเป็นแนวทางที่ ครม.สนับสนุน เราก็จะใช้เรื่องของการช่วยเป็นพื้นที่ โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ถ่ายรูปไว้เป็นรายวันอยู่แล้ว ว่าพื้นที่ขีดวงตรงไหนน้ำท่วมขังนานเท่าไหร่” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เชื่อเสียหายทะลุหมื่นล้าน

 ส่วนการดูแลไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า นายกฯ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ นอกเหนือจากภาระหน้าที่ตามปกติของกระทรวงแล้ว ก็จะดูว่าช่วยอะไรได้เพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน โดยตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้คือการเตรียมการป้องกันให้ดีที่สุด ส่วนพื้นที่ที่น้ำท่วมขังระดับสูงจะเป็นการช่วยเหลือความเป็นอยู่ของประชาชน แต่พื้นที่ที่น้ำเริ่มลดก็จะดูแลเรื่องของผลกระทบที่ตามมา เช่น เรื่องสุขภาพ และดูแลมาตรการการฟื้นฟู ย้ำว่าแนวทางที่เราพยายามทำและเน้นการกระจายอำนาจให้มากที่สุด จะดูแลตามพื้นที่ได้ตามความต้องการอย่างแท้จริง

 นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการประเมินตัวเลขความเสียหายว่า การดำเนินการของรัฐบาลต่อไปก็คงจะมีการประเมินใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาท หรือมากกว่า ส่วนกระทบจีดีพีเท่าใดจะประเมินอีกครั้ง ขณะที่พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดแล้วได้ให้สำรวจอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร

 เมื่อถามว่า ในการประชุม ครม.วันอังคารนี้จะมีการอนุมัติกรอบวงเงินเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ใช่ แต่คงไม่ใช่เป็นลักษณะวงเงินงบประมาณที่จะดูปัญหาเฉพาะ แต่จะดูการเรื่องเกณฑ์การชดเชย ซึ่งจะมีการผ่อนคลายทั้งหมด โดยประเมินตัวเลขความเสียหายทั้งหมดและกำหนดวงเงินคร่าวๆ ไม่ได้ เพราะการสำรวจความเสียหายบางพื้นที่ยังไม่ได้เริ่มต้น
คนกรุงนอกเขื่อนฮือรื้อคันกั้น

 ช่วงเช้าวันเดียวกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และนายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายนน้ำ กทม. พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อแจกของยังชีพให้แก่ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่อาศัย ได้แก่ ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ เขตบางกอกน้อย ชุมชนวัดผาติการาม เขตดุสิต

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยอมรับว่า สถานการณ์น้ำตอนนี้ก้าวไปสู่ภาวะวิกฤติ แต่ กทม.ยังสามารถรับมือได้ คาดว่าในวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งจะมีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงสุด 2.3 เมตรเท่านั้น ไม่เกินความสูงของเขื่อนที่ 2.5 เมตร ดังนั้นขอให้ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยนอกเขื่อนกั้นน้ำอย่าตื่นตระหนก ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นน้ำได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจรจากับประชาชนที่ไม่ยินยอมตกลงย้ายที่อยู่ ซึ่งรุกล้ำพื้นที่สาธารณะเพื่อขอพื้นที่สร้างเขื่อน จะไม่ยอมให้คนเพียงกลุ่มหนึ่งสร้างความเดือดร้อนให้คนในหลักร้อยคน ตั้งเป้าว่าฤดูฝนในปี 2555 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำและคลองจะไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีก

 ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าในบางพื้นที่ เช่น ชุมชนวัดสร้อยทอง ชุมชนย่านเกียกกาย ได้รื้อแนวกระสอบทรายออกบางส่วน โดยไม่ทราบสาเหตุ ขอร้องว่าอย่าได้กระทำอีก หากประชาชนที่จำเป็นต้องใช้กระสอบทราย ขอให้ไปติดต่อที่สำนักงานเขตพื้นที่ ขณะนี้ กทม.ได้เตรียมทรายไว้เพียงพอที่จะบรรจุกระสอบ 4 แสนใบ ส่วนประชาชนที่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่อาศัย กทม.ได้เตรียมโรงเรียนและวัดไว้กว่า 20 แห่ง และเตรียมประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลบ้านให้แก่ประชาชนที่อพยพออกจากที่อยู่อาศัย ทั้งนี้หากน้ำไม่เกิน 4,500 ลบ.ม.ต่อวินาที กทม.ยังพอรับได้แต่หากเกินกว่านั้นจะเข้าขั้นลำบาก สำหรับบางหน่วยงานระบุให้ กทม.เร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำสูงอีก 1 เมตรนั้น ตนน้อมรับคำแนะนำ แต่ทำไม่ทันในช่วง 1-2 วันนี้

 แหล่งข่าวจากสำนักระบายน้ำเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 08.00 น. มีประชาชนแจ้งมาว่าในพื้นที่ชุมชนย่านเกียกกายและชุมชนวัดสร้อยทอง รื้อแนวกระสอบทรายซึ่งเป็นคันกั้นน้ำเจ้าพระยาออกจำนวนหนึ่ง ซึ่งนายสัญญาได้ลงไปดูพื้นที่และเจรจาประชาชนให้หยุดรื้อแนวกั้นน้ำ กลับถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากการตรวจสอบพบว่าชาวบ้านที่รื้อกระสอบทรายนั้นอยู่นอกคันกั้นน้ำ และต้องการระบายน้ำไม่ให้เข้าท่วมบ้านอีกจึงรื้อกระสอบทรายออกหวังให้ไหลไปชุมชนอื่น และมีบางรายได้รื้อเพื่อเปิดทางเข้าออกของรถ เพราะชาวบ้านไม่อยากจอดไว้นอกบ้าน เนื่องจากกลัวรถหาย ทำให้สำนักระบายน้ำต้องประสานไปยังเจ้าหน้าที่เทศกิจให้เข้าไปดูแลแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ที่มีปัญหา

เจ้าพระยาทะลักขนของหนีน้ำวุ่น

 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อเข้าท่วมในชุมชนต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นางแตงอ่อน ม่วงทอง ชาวชุมชนสันติชนสงเคราะห์ กล่าวว่า น้ำในคลองบางกอกน้อยได้เอ่อขึ้นท่วมบ้านเรือนตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. ซึ่งมีสิ่งของบางส่วนที่ขนหนีน้ำไม่ทันก็ถูกน้ำท่วมเสียหายเล็กน้อย ที่ผ่านมาเขตบางกอกน้อยแจ้งเตือนมาเป็นระยะบ้างแล้ว สำหรับสิ่งของยังชีพที่หลายหน่วยงานมามอบให้นั้นถือว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะในพื้นที่มี 350 หลังคาเรือน ชาวบ้านที่อยู่ท้ายชุมชนก็ไม่สามารถมารับของได้เพราะน้ำขึ้นสูงถึงเอว

 นายศรัญ สุจินดา ชาวชุมชนวัดผาติการาม เขตดุสิต กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องห้องสุขาเป็นอย่างมาก เพราะน้ำท่วมจนห้องสุขาที่มีอยู่ใช้การไม่ได้ เมื่อขอเข้าใช้ห้องสุขาที่โรงเรียนวัดผาติการาม สังกัด กทม. เจ้าหน้าที่โรงเรียนก็ไม่ให้เข้า เพราะเกรงว่าสิ่งของจะหาย ซึ่งเข้าใจในเรื่องความปลอดภัยแต่ปัญหาของประชาชนควรที่จะให้ความช่วยเหลือ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม สำนักระบายน้ำ กทม.แจ้งว่าเมื่อเวลา 07.15 น. ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงสุดที่ 1.98 เมตร ถือว่าเป็นระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดในรอบปีนี้ ส่วนปริมาณน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาวัดได้ 4,468 ลบ.ม.ต่อวินาที

 นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า โรงเรียนในสังกัด กทม.จะเปิดเทอมในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เบื้องต้นเท่าที่ประเมินสถานการณ์มีโรงเรียนสังกัด กทม.ได้รับผลกระทบ 9 แห่ง ขณะนี้ได้เร่งระบายน้ำทั้งหมดแล้ว ซึ่ง กทม.ยังคงให้เปิดเรียนตามปกติ แต่หากนักเรียนที่ประสบภัยไม่สามารถมาเรียนได้ ก็ต้องแจ้งให้ทางโรงเรียนได้รับทราบ และจะได้รับสิทธิ์ลาเป็นกรณีพิเศษ

ปทุมฯ อ่วมพระ-ชาวบ้านอลหม่าน

 ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ นายสายัณ นพขำ นายก อบต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เกิดเหตุแนวกระสอบทรายกั้นน้ำพังทำให้ชาวบ้านหมู่ 4 และหมู่ 5 ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 ครัวเรือน ส่วนพระอุโบสถและกุฏิเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อนุสรณ์บวรสถานพระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) ที่ชาวปทุมธานีให้ความเคารพนับถือได้รับความเสียหาย พระ เณร ชาวบ้าน ต้องช่วยกันขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงอย่างอลหม่าน

 นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า น้ำเริ่มท่วมพื้นที่ ต.บางกะดี ต.บ้านกลาง ต.บางพูน ต.สวนพริกไทย และ ต.บางพูด จึงขนดินลูกรังมาเทบนถนนสูงขึ้น 50 เซนติเมตร

 เมื่อเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี โดยนายกฯ กล่าวกับชาวบ้านตอนหนึ่งว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ยังน่าวิตก เนื่องจากมีน้ำไหลผ่านมายังแม่น้ำต่างๆ ที่เป็นสายหลัก ซึ่งจะไหลลงสู่อ่าวไทยและมีระดับน้ำสูงขึ้น ระดับน้ำหลายจุดถือว่าถึงจุดสูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา จากนั้นนายกฯ ได้ขึ้นรถจี๊ปเข้าไปพบประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมบ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เมื่อรถเคลื่อนไปได้ไม่ไกล นายกฯ ตัดสินใจลงจากรถและเดินลุยน้ำเข้าไปในชุมชน และมอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้าน

ผบญ.สาวแก้น้ำท่วมไม่ตกผูกคอดับ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางดวงใจ ทองระย้า อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ใช้สายไฟสีขาวผูกคอตายกับราวบันไดทางขึ้นชั้น 2 เนื่องจากเครียดจัด หลังทนเห็นบ้านตัวเองและลูกบ้านถูกน้ำท่วมไม่ไหว จึงตัดสินใจผูกคอตายเพื่อหนีปัญหา อย่างไรก็ตามแพทย์โรงพยาบาลเสาไห้ต้องปีนหลังคาบ้านเข้าตรวจสภาพศพ

 นายวิโรจน์ ทองระย้า อายุ 53 ปี สมาชิก อบต.เริงราง สามีผู้ตาย ให้การว่า เมื่อคืนวันที่ 23 ตุลาคม ไปช่วยชาวบ้านดูแลรถที่นำมาจอดบนถนนปากทางเข้าหมู่บ้าน เนื่องจากถูกน้ำท่วม กระทั่งรุ่งเช้ากลับบ้าน พบว่าภรรยาผูกคอตายแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดอาการเครียดจัด เพราะน้ำท่วมในพื้นที่ ทำให้ลูกบ้านเดือดร้อนหลายหลังคาเรือน ส่วนสาเหตุอื่นไม่มี

คนอ่างทองลุยน้ำเผาศพ

 นายสุเทพ กาแก้ว นายก อบต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กล่าวว่า หลายหมู่บ้านในเขตริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้สร้างคันเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ขณะนี่ระดับน้ำสูงมาก กระทั่งท่วมท่อน้ำทิ้งของวัดสระแก้วซึ่งเป็นสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าและยากจนกว่า 2,000 คน อีกทั้งคันดินบางช่วงข้างวัดถูกน้ำพัดพัง ทำให้เด็กเริ่มได้รับผลกระทบขาดเครื่องอุปโภคบริโภค

 ส่วนที่บริเวณวัดไชโยวรวิหาร ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวัดได้เกือบ 10 เมตร ทำให้ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งวัดเกือบ 2 เมตร และกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลทะลักผ่านกำแพงคอนกรีต บางจุดน้ำทะลุใต้พื้นคอนกรีตเข้าในวัดและเขตชุมชนวัดไชโย ทหารจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ต่างระดมช่วยกันกรอกกระสอบทรายและดำน้ำนำกระสอบทรายไปอุดตามรูต่างๆ

 ที่วัดเสาธงทอง หมู่ 1 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ระดับน้ำท่วมสูงกว่าประมาณ 2 เมตร ญาติทำพิธีเผาศพนายสุชาติ ตาดเพชร อายุ 46 ปี ที่เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ด้วยความทุลักทุเล แขกที่มาร่วมงานต้องนั่งเรือ อบต.เข้าไปในวัด ซึ่งมีไม่เพียงพอ บางส่วนก็พายเรือมาเอง จากนั้นญาติช่วยกันยกโลงศพลงเรือลากไปเผายังเมรุที่ถูกน้ำท่วมกลางลานวัด นางทองดี ตาดเพชร อายุ 68 ปี ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ลูกชายเสียชีวิต และมาเผชิญกับน้ำท่วม ทำให้งานศพลูกชายเป็นไปอย่างที่เห็น แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

คันกันน้ำพังอุทัยฯจม3เมตร

 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุทัยธานี ว่า คันกั้นน้ำแควตากแดด บริเวณด้านท้ายเขื่อนวังร่มเกล้า พังทลายลงด้วยแรงน้ำที่ท่วมสูง 1-3 เมตร ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก นาข้าวเสียหายกว่า 2,000 ไร่

 ที่ จ.สุพรรณบุรี นายวิโรจน์ คณูวัฒนา นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สั่งเร่งระบายน้ำออกจากตลาดบางลี่ หรือตลาดสองน้ำ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนและถูกน้ำท่วมขังกว่า 50 เซนติเมตร

รพ.มหาราชย้ำเปิด 25 ต.ค.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เร่งทำความสะอาดตึกผู้ป่วยนอกและเครื่องมือแพทย์ ตรวจเช็กระบบคอมพิวเตอร์จากการถูกน้ำท่วมขังมานานกว่าสัปดาห์ เตรียมพร้อมที่จะเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยในวันที่ 25 ตุลาคม ในส่วนของแผนกอายุรกรรม แผนกเด็กเล็ก และแผนกหูคอจมูก ซึ่งจะให้บริการเฉพาะผู้ป่วยรายเก่าที่มีความจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง หรือจำเป็นต้องมารับยาเนื่องจากยาหมดเท่านั้น ไม่สามารถที่จะให้บริการผู้ป่วยรายใหม่ได้ ระบบการดำเนินการหลายส่วนยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงในส่วนของตึกอุบัติเหตุ ห้องผ่าตัด และห้องไอซียู ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากยังไม่มีน้ำสะอาดที่จะนำมาใช้ ประกอบกับการจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ชั้นสูงยังไม่พร้อม

 ผศ.พิเศษ นพ.ศพร ศิริโสภิตกุล หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์และหน่วยโรคหัวใจเด็ก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทดลองต่อกระแสไฟฟ้าและระบบน้ำประปา พบว่าสามารถใช้การได้ รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ถูกน้ำท่วมก็ผ่านการเก็บกู้และทำความสะอาด จึงเตรียมเปิดให้บริการบางส่วน

 ล่าสุด ระดับน้ำที่ท่วมขังบริเวณโรงพยาบาลลดลง 10 เซนติเมตร เหลืออยู่ประมาณ 60-70 เซนติเมตร ขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดมกำลังกันนำกระสอบทรายมากั้นเป็นแนวโดยรอบอาคารผู้ป่วยนอก และตึกอุบัติเหตุ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 8 เครื่อง เพื่อสูบน้ำออกจากโรงพยาบาลเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งหมด

ในหลวงทรงช่วยชาวชัยภูมิ

 เมื่อเวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานถุงยังชีพแก่นายดิสธร วัชโรทัย ผู้แทนพระองค์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ชัยภูมิ จำนวน 3,000 ครอบครัว ที่อาคารอเนกประสงค์ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม เทศบาลเมืองชัยภูมิ

 ศาสตราภิชาน ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย ที่ อบต.เจริญผล อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ จำนวน 2,000 ชุด

 นายกฤษศญพงศ์ ศิริ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า เมื่อเวลา 08.30 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้สมเด็จพระวันรัต ผู้แทนพระองค์ ประทานถุงยังชีพ ได้แก่ เครื่องเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภค บริโภค ในโครงการน้ำพระทัยสมเด็จพระสังฆราช ประทานอุปถัมภ์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งร่วมกับกรมการศาสนา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง หากประชาชนจะร่วมบริจาคสิ่งของหรือปัจจัย ติดต่อได้ที่ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร

ลำน้ำชีล้นตลิ่งกาฬสินธุ์น่าห่วง

 สถานการณ์น้ำหลากในลำน้ำชีที่ไหลจาก จ.ชัยภูมิ สู่ จ.ขอนแก่น นายเดชา พลกล้า รักษาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ที่ฝายวังยาง อ.ฆ้องชัย ระดับน้ำชีสูงกว่าระดับปกติถึง 78 เซนติเมตร อีกทั้งยังพบว่ากระแสน้ำยังมีความรุนแรงและยังได้นำเอาวัชพืชมาเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ส่งผลให้เกิดน้ำซึมผ่านพนังกั้นน้ำชั้นนอก ตรงบ้านโนนแดงและบ้านสะดำศรี ผู้ว่าฯ ได้วิทยุสั่งการให้ชาวบ้านในพื้นที่ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ เตรียมการป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน และการอพยพ ในช่วง 3 วันนี้ ปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงจะทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่

 หลังการระบายน้ำจาก จ.นครราชสีมา ลงลำน้ำมูลล่าสุดปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่บริเวณสะพานเขตติดระหว่าง อ.คูเมือง และอ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์  ระดับน้ำสูงขึ้นรวดเร็วเฉลี่ยวันละ 30-50 เซนติเมตร ดังนั้นศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขา 7 ของวัดสวนแก้ว ที่มีพระพยอม กัลยาโณ เป็นเจ้าอาวาส ที่อยู่ติดกับลำน้ำมูล จึงหยุดการก่อสร้าง เพื่อระดมคนงาน ชาวบ้าน และนักเรียน ที่มาทำงานภายในศูนย์กว่า 100 คน ช่วยกันบรรจุกระสอบทรายทำพนังกั้นน้ำกว่า 2 หมื่นกระสอบ ป้องกันน้