
ปภ.สรุปวิกฤติน้ำท่วมเสียชีวิต28ราย
ปภ.สรุปวิกฤติน้ำท่วม 31 จังหวัด ลดแล้ว 3 จังหวัด เสียชีวิต 28 ราย "อภิสิทธิ์ยตรวจน้ำท่วมจ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่น้ำทะลักเข้าท่วมวัดไชโยวิหาร จ.อ่าทอง ด้านเทศบาลตำบลบางกะดี ปทุมธานี เสริมลูกรังสูง 50 ซม.ระยะ100 ม.กั้นน้ำเข้าท่วมชั้นใน
(24ต.ค.) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย )ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2553 ว่า ระหว่างวันที่ 10 - 24 ตุลาคม 2553 มีจังหวัดประสบภัยทั้งสิ้น 31 จังหวัด 232 อำเภอ 1,750 ตำบล 11,572 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 828,443 ครัวเรือน จำนวน 2,488,594 คน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 2,536,439 ไร่ โดยล่าสุด วันที่ 24 ต.ค. สถานการณ์อุทกภัยได้ยุติแล้ว 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด แต่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยทั้งสิ้น 28 จังหวัด 222 อำเภอ 1,723 ตำบล 11,504 หมู่บ้าน 828,298 ครัวเรือน 2,488,039 คน ได้แก่ จังหวัดพิจิตร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก ศรีสะเกษ ตาก สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นนทบุรี ปทุมธานี กำแพงเพชร นครปฐม อุทัยธานี สิงห์บุรี เชียงใหม่ ลำพูน และจังหวัดชลบุรี
นายวิบูลย์ ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 28 ราย แบ่งเป็น จ.ระยอง 1 ราย จ.ตราด 1 ราย จ.สระแก้ว 1 ราย จ.ลพบุรี 8 ราย จ.นครราชสีมา 6 ราย จ.ชัยภูมิ 1 ราย จ.บุรีรัมย์ 6 ราย จ.สระบุรี 1 ราย ขอนแก่น 3 ราย และมีผู้สูญหาย 1 ราย ที่ จ.นครราชสีมา โดยเป็นบุคคลสัญชาติไทย 27 ราย และกัมพูชา 1 ราย
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เดินทางด้วยรถยนต์จาก กทม. มาตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ท่าชัยยุทธ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.อยุธยา โดยมีผู้ว่าฯจ.อยุธยากางแผนที่รายงานสถานการณ์น้ำและแสดงตารางแสดงระดับให้นายกรัฐมนตรีได้ชม โดยโอกาสนี้นายกฯและคณะได้เดินมาดูระดับน้ำที่ริมตลิ่ง พร้อมสอบถามถึงความเสียหายของพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน กลังจากนั้นนายกฯและคณะเดินทางต่อไปยังวัดพนัญเชิงวรวิหาร โดย 2 ข้างทางก่อนจะถึงวัดปรากฏว่าทั้ง 2 ฝั่งถนนชาวบ้านต้องนำรถยนต์ออกมาจอดข้างทาง ขณะที่บ้านเรือนประชาชน วัด โรงเรียนถูกน้ำท่วมทั้งหมด และชาวบ้านบางส่วนช่วยกันกรอกทรายลงกระสอบทำแนวกั้นน้ำ
ทั้งนี้เมื่อนายกฯและคณะพร้อมผู้ว่าฯมาถึงก็ได้ขึ้นโป๊ะเรือเพื่อสำรวจระดับน้ำ โดยที่ด้านหน้านายกฯนั้นมีโป๊ะล่มอยู่1โป๊ะ จากนั้นนายกฯได้หยุดให้อาหารปลาที่โป๊ะ และเดินขึ้นต่อไปที่พระอุโบสถเพื่อกราบนมัสการเจ้าอาวาสและจากนั้นนายกฯได้เดินทางต่อไปยังจ.ปทุมธานีทันที โดยใช้เวลาอยู่ที่วัดไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นายกฯมาถึงนั้นปรากฏว่ามีชาวบ้านทั้งที่ประสบภสวะน้ำท่วมและไม่ได้ประสบภัยด้วยตนเอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตชด. ได้ช่วยกันเตรียมกระสอบทรายเพื่อทำเป็นแนวเสริมกั้นน้ำ แต่ทั้งนี้มีชาวบ้านบางส่วนบ่นเสียดายที่นายกฯน่าจะมาพูดคุยกับชาวบ้านบ้างหรือมาช่วยกรอกทรายลงกระสอบสัก 1-2 กระสอบ เพราะชาวบ้านอยากเห็นนายกฯทำในสิ่งที่ชาวบ้านกำลังทำบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดอ่างทอง ยังอยู่ขั้นวิกฤต ล่าสุดที่บริเวณวัดไชโยวรวิหาร น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดไชโยวรวิหารที่สูงเกือบ 10 เมตร ทำให้ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งวัดเกือบ 2 เมตร ส่งผลให้กระแสน้ำที่เชียวกราดไหลทะลักผ่านกำแพงคอนกรีต และบางจุดน้ำก็มุดใต้พื้นคอนกรีตเข้ามาบริเวณวัดไชโยวรวิหาร และเขตชุมชนวัดไชโย ทหารจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ต่างระดมช่วยกันกรอกกระสอบทรายและดำน้ำนำกระสอบทรายไปอุดตามรูต่างๆ
จ.ส.อ.วินิต ฟองเขียว หัวหน้าชุด กล่าวว่า ตอนนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่วัดไชโยแห่งนี้สูงกว่าตลิ่งมากและที่สำคัญน้ำผุดขึ้นใต้ดิน และใต้พื้นคอนกรีตจำนวนมาก ตนได้นำทหารกรอกกระสอบทรายเพื่อทำคันกั้นน้ำบางส่วนก็ต้องให้ดำลงไปเพื่อหารูและทำการอุดซึ่งเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก อย่างไรก็ตามก็พยายามสู้จนวินาทีสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดไชโยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของอ่างทองถ้าเกิดน้ำท่วมได้รับความเสียหายจะกระทบกระเทือนต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดอ่างทองเพราะวัดไชโยมีนักท่องเที่ยวช่วงเสาร์-อาทิตย์จำนวนมากแต่ในช่วงนี้ประชาชนที่มากราบไหว้หลวงพ่อโตวัดไชโยน้อยบางตา
นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางกะดี ได้เร่งเสริมถนนซอยโรงสีข้างประตูน้ำเชียงราก เนื่องจากช่วงสายวันนี้น้ำขึ้นท่วมถึงถนนแล้ว และหากไม่เสริม น้ำจะเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในจะทำให้น้ำเข้าท่วม 5 ตำบล คือ ตำบลบางกะดี ตำบลบ้านกลาง ตำบลบางพูน ตำบลสวนพริกไทย และตำบลบางพูด
โดยได้นำดินลูกรังมาเททับถนนเดิมให้สูงขึ้น 50 ซม.เพื่อให้พ้นที่จะขึ้นสูงในค่ำคืนนี้ นอกจากนี้ยังมีหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้นปูนถนนทางขึ้นประตูน้ำเชียงรากการไฟฟ้า ติดตั้งสำหรับเดินเครื่องสูบน้ำในคลองเชียงรากออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าหากการไฟฟ้าไม่มาย้ายหม้อแปลง มีสิทธิ์ถูกน้ำท่วมหากหม้อแปลงระเบิด จะทำให้เครื่องสูบน้ำหยุดทำงานน้ำก็จะเอ่อล้นท่วมในพื้นที่ทันที
ในพื้นที่เขตเทศบาลได้มีการเตรียมยกพื้นถนนขึ้นสูงหมดทั้งเขตจะเหลือเพียง 100 เมตรที่ติดประตูน้ำเชียงรากเท่านั้น จึงขอฝากการไฟฟ้าให้มาช่วยย้ายหม้อแปลงให้เร็วที่สุดหากน้ำท่วมมีหวังระเบิดแน่นอนส่วนชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำได้ทำสะพานทางเดินให้ชาวบ้านพร้อมน้ำเรือเหล็ก มาให้ชาวบ้านและรถสุขาเคลื่อนที่ จะจอดเป็นจุดให้ชาวบ้านได้ใช้กัน



