ข่าว

'มาร์ค'ตั้งคอช.ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

'มาร์ค'ตั้งคอช.ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

24 ต.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์"ตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มีทั้งข้าราชการ พลเรือน ทหาร ภาคธุรกิจ ร่วมทำงานพร้อมตั้งศูนย์ประ สานงานเยียวยาที่ทำเนียบรัฐบาล เผย ห่วงภาคกลางน้ำทะลหนุน-น้ำเหนือไหลบ่า ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมปทุมอีกวันนี้

(24ต.ค.) เวลา 08.00 น. ที่ห้องรับรองสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับ นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายศักดิ์ วนิชขจร รักษาการอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หารือถึงมาตรการในการเตรียมรับมือปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางที่ถูกน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเหนือไหลลงมาใน 1-2  วันนี้ 

 นอกจากนี้ยังหารือถึงการพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วย โดยใช้เวลาหารือนานประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมอธิบดีกรมชลประะทานได้ ไปร่วมออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ด้วย

 ทั้งนี้ภายหลังการประชุมนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่ 280 /2553 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ กำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) และจัดตั้งศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยคำสั่งดังกล่าวระบุเหตุผลว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บ้านเรือน ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งก่อสร้างสาธารณะประโยชน์ไม่สามารถใช้การได้ตามปกติเป็นจำนวนมาก

 ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในเบื้องต้นแล้ว นั้น เพื่อให้การอำนวยการ กำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว ให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วและเป็นไปอย่างมีระบบ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ฉะนั้นอาศัยตามความในมาตรา 11(6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. 2543 และแก้ไขเพิ่มเติม จึงตั้งคณะกรรมการและจัดตั้งศูนย์อำนวยการฯ ซึ่งมีประธานและกรรมการจำนวนรวม 28 คน

 โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธาน คชอ. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน คชอ. ส่วนกรรมการ อาทิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายพงศ์ศักดิ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษานายกฯฝายข้าราชการประจำ ผู้บัญชาการหน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ปลัดกทม. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบกรมชลประทาน อธิบดีกรมอุตุฯ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นากสมาคมธนาคารไทย นายวิทเยนทร์ มุตตามระ เลขานุการรมต.ประจำสำนักนายกฯ

 ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยนั้น จะตั้งอยู่ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิรักษ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นายวิทเยนทร์ เป็นรองผอ.ศูนย์ฯ และนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ เป็นเลขานุการศูนย์ ซึ่งภายในศูนย์จะประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆรวม 17 หน่วยงาน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนงบประมาณบุคคลากรและเครื่องมือต่างๆในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวมถึงรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือเยียวยา

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อุทกภัยเกิดขึ้นหลายรอบตลอดจนสภาพดินฟ้าอากาศไม่น่าไว้วางใจ ทั้งนี้สถานการณ์เริ่มเกิดที่โคราช ปักธงชัย และรวดเร็วมีปัญหากระทบไปยังรพ. แม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนภัยแต่ประชาชนบางส่วนไม่สามารถอพยพได้ทัน อย่างไรก็ตามเวลาตนได้ไปตรวจเยี่ยมประชาชนได้เห็นหน่วยงานต่าง ๆ เร่งแก้ปัญหาเต็มที่และได้รับความร่วมมืออย่างดีทั้งกองทัพ ตร. ก.สาธารณสุข เอกชนต่าง ๆ  

 หลังจากดูสถานการณ์ได้ประชุมเพื่อให้ได้รับทราบปัญหาคือจว.มีปัญหางบประมาณที่เบิกจ่ายได้ 50 ล้าน  ตลอดจนปัญหาที่น้ำท่วมขังยาวนานจะกังวลเรื่องความสูญเสียทรัพย์สินจึงได้ประชุมในครม.เพื่อผ่อนคลายขยายวงเงิน จว.สามารถประสนไปกรมบัญชีกลางสามารถขยายวงเงิน และยกเว่นกฏระเบียบ ส่วนการชดเชยค่าเสียหาย ควรเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือเพื่อให้ทันท่วงทีแต่ก็ต้องโปร่งใส

 ในการไปเยี่ยมศูนย์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีจนท.และมีความพร้อม ในการดำเนินการ ซึ่งยืนยันหากทางศูนย์เห็นว่าไม่สามารถรับมือได้ก็ให้แจ้งมาเพื่อที่รัฐบาลจะยกระดับในการดำเนินการแก้ปัญหา แต่ก็พร้อมรับมือได้ รวมทั้งการแก้ปัญหาและสถานการณ์ให้รายรางานมายังตนโดยตรง นอกจากนี้ได่ไปตรวจเยี่ยม อ.บ้านหมี่จว.ลพบุรี บ้านที่มีปัญหาหนักเช่นกันตลอดจนไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่ จว.อยุธยาและจว.ชัยภูมิ

 อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ได้เห็นความทุ่มเทและขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนตลอดจนอาสาสมัคร น้ำใจประชาชนทุกคน  ประชาชนก็ช่วยเหลือกันเอง ตลอดจนให้การต้อนรับตน สถานการณ์ในขณะนี้น้ำน่าจะเริ่มลดระดับลงในภาคอีสาน ส่วนภาคกลางที่ก่อนหน้านี้ฝนตกทางภาคเหนือประกอบกับน้ำทะเลหนุนซึ่งน่าห่วงมากซึ่ง ตนจะไปตรวจเยี่ยมที่ปทุมธานี้ในวันนี้

 ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานและคณะกรรมการเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากตั้งเครือข่ายและติดตามสถานการณ์ศูนยฯจะเชื่อมกับประชาชน และเป็นศูนย์กลางในเรื่องน้ำท่วม ตลอดจนการประสานหลังน้ำลดเพื่อช่วยเหลือ ส่วนงานอื่นก็ดำเนินการไปเช่นการต่ออายุพรก.ฉุกเฉินในสามจว.และจะมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป  ส่วนแผนปรองดองคณะทำงานชุดนายสมบัติได้รายงานผลสรุปเบื้องต้นเสนอมาแล้วและจะเสนอครม. 2 พย.นี้  ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังหลังเหตุการณ์ความไม่สงบกรณีการขอประกันต่าง ๆ คาดจะได้รับข้อสรุปเร็ว ๆนี้