ข่าว

หัวหน้าตำรวจสาวแดนเถื่อน

หัวหน้าตำรวจสาวแดนเถื่อน

24 ต.ค. 2553

"ปราเซดีส กัวดาลูเป้ เกร์เรโร" เป็นชื่อเมืองชายแดนเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเม็กซิโก ชื่อเมืองอันยาวเหยียดนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักของโลก แต่หากเอ่ยถึง หุบเขา "ฆัวเรส" ซึ่งเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ อาจจะพอนึกภาพบนแผนที่โลกออกเลาๆ เพราะที่นั่น คือจุดขนถ่ายยาเสพ

 หุบเขาฆัวเรส ได้ชื่อว่าเป็นแดนเถื่อนอันตรายที่สุดของเม็กซิโก และเมืองซิวดาด ฆัวเรส ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองปราเซดีสฯ ไปทางตะวันออกประมาณ 62.5 กิโลเมตรนั้น ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอันตรายติดอันดับโลก ทั้งสองเมืองอยู่ในรัฐชิวาวา รัฐที่มีผู้คนล้มตายจากเหตุรุนแรงอันเกี่ยวเนื่องกับการค้ายาเสพติด 2.5 หมื่นคนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

 นายกเทศมนตรีปราเซดีสฯ คนหลังสุดคือ นายเฆซุส มานูเอล ลารา โรดริเกซ ถูกฆ่าตายเมื่อเดือนมิถุนายน หลังจากแก๊งค้ายาเสพติดที่คุมพื้นที่อยู่ส่งคำขู่ฆ่านับครั้งไม่ถ้วน ส่วนตำรวจในพื้นที่ตบเท้าลาออกหรือไม่ก็ถูกอุ้มไปฆ่าหลายคนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เฉพาะเมื่อสัปดาห์ก่อนสัปดาห์เดียว มีคนถูกฆ่าตายรวดเดียว 8 ศพ

 เมืองที่มีประชากรราว 8,500 คนแห่งนี้ เป็นสมรภูมิของแก๊งซีนาโลอา กับแก๊งฆัวเรส สองแก๊งนี้รบราฆ่าฟันแย่งชิงอิทธิพลกันมานานหลายปี คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 2,000 คน 

 จึงไม่น่าประหลาดใจเท่าไหร่นักที่เมื่อตำแหน่งหัวหน้าตำรวจของเมืองว่างลง ก็เลยไม่ค่อยมีใครอยากจะมารับช่วงต่อเพราะเสมือนกับการเดินสู่แดนประหารนั่นเอง แต่บังเอิญว่าเมืองนี้ยังมีสาวน้อยวัย 20 ปี นามว่า มาริโซล บาเยส การ์เซีย ที่อาสามารับงานที่อาจเรียกได้ว่า หินที่สุดในโลกงานหนึ่ง ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ แถมยังมีห่วงเป็นลูกน้อยวัยแบเบาะอีก 1 คน

 บาเยส การ์เซีย สาวร่างเล็กไฟแรง ผมยาวสีน้ำตาล ทาเล็บสีชมพู เป็นนักศึกษาคณะอาชญาวิทยา ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองซิวดาด

 ในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งและเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หัวหน้าตำรวจหญิงคนใหม่ บอกว่าเธอจะพยายามนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่เมืองที่กลายสภาพเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน จากที่เคยเป็นชุมชนเกษตรกรอันเงียบสงบ เพราะแก๊งยาเสพติดทำสงครามชิงถนนสายเดียวของเมือง เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังชายแดนรัฐเทกซัส

 ประสบการณ์ด้านตำรวจของบาเยส การ์เซีย มีเพียงน้อยนิดในฐานะเลขานุการในสำนักงานตำรวจแห่งหนึ่ง แต่การขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญครั้งนี้ก็ใช่ว่ามาแบบล่องลอยไร้เป้าหมาย เธอมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ภารกิจของเธอ จะไม่ใช่การต่อสู้กับพวกค้ายา เพราะนั่นเป็นความรับผิดชอบของทหารและตำรวจส่วนกลาง แต่จะเน้นไปในด้านการฟื้นฟูเยียวยา และปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับชุมชน เพื่อปรับปรุงสภาพความปลอดภัยในภาพรวม

 บาเยส การ์เซีย กล่าวว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ 13 คน ทำงานในลักษณะตำรวจชุมชน และมีแผนจะจ้างตำรวจหญิงมาเพิ่มอีกจากปัจจุบันมีอยู่ 3 คน เพื่อออกเคาะประตูตามบ้านพูดคุยกับทุกๆ ครัวเรือน เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมคุณค่าสังคม และป้องกันอาชญากรรมก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

 หัวหน้าตำรวจคนใหม่ จะมีบอดี้การ์ดอารักขาความปลอดภัยสองคน แต่จะไม่พกปืน เธอบอกว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับอาวุธและแท็กติกอะไรๆ ทั้งหลายเป็นเรื่องของนายโฆเซ่ หลุยส์ เกร์เรโร นายกเทศมนตรี

 หัวหน้าตำรวจสาว มิได้ตอบเมื่อถูกถามว่า เหตุใด จึงต้องการหาตำรวจหญิงมาเพิ่ม 

 ก่อนหน้านี้ นายกเทศมนตรีเกร์เรโรได้เคยเชิญชวนให้ประชาชนในท้องถิ่น ส่งไอเดียเข้ามาว่าจะทำอย่างไรให้เมืองน่าอยู่มากขึ้น และเกิดชอบไอเดียหลายๆ อย่างของนักศึกษาอาชญาวิทยาคนนี้มาก จึงได้เสนองานนี้ให้แก่สาวน้อย แล้วเธอก็ตัดสินใจรับ เพราะเธอเองก็รักเมืองนี้ ซึ่งเป็นบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่มานับสิบปี แม้ว่าเกิดและเรียนอยู่ในเมืองซิวดาด ฆัวเรส  
     
 บางคนอาจชื่นชมการตัดสินใจของคุณแม่วัย 20 ว่า กล้าหาญ แต่บางคนอาจบอกว่าบ้าบิ่นไม่เข้าท่า แต่สะท้อนความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่าสถานการณ์ในพื้นที่นั้น ช่างน่าสิ้นหวังเพียงใด ชาวบ้านบอกว่ากลางคืนแทบออกไปไหนไม่ได้ เพราะขบวนรถแก๊งยาเสพติดทั้งรถเอสยูวี รถกระบะ พร้อมกลุ่มชายฉกรรจ์ถือปืนไรเพิล หรือสไนเปอร์ .50 อยู่ในท่าพร้อมยิง ออกวิ่งกันพล่าน

 มีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า หัวหน้าตำรวจไร้ประสบการณ์คนนี้จะทำอะไรได้ แม้แต่รัฐบาลกลางในเม็กซิโกซิตี้ ยังจัดการไม่ได้ ทั้งกับแก๊งค้ายา ปัญหาความไร้ศักยภาพของตำรวจท้องถิ่นที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาดีพอ เงินเดือนก็น้อยและถูกแก๊งยาซื้อตัวได้ง่ายๆ

 ประธานาธิบดีฟิลิเป้ กัลเดโรน ของเม็กซิโก ยอมรับว่าตำรวจท้องถิ่นเผชิญอุปสรรคหลายอย่างในการทำงาน รับเงินเดือนเฉลี่ยเพียง 4,000 เปโซ (ราวๆ 9,000 บาท) ทั้งส่วนใหญ่ยังร่ำเรียนในโรงเรียนไม่ถึง 10 ปี ระดับการอ่านออกเขียนได้ หรือการศึกษาพื้นฐานยังด้อยอยู่มาก

 สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ หลายคนบอกว่าลองให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ตัวเอง เมืองนี้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนมานาน คงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ในวันเดียว แต่มารอดูกันว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะทำอะไรได้บ้าง หากมีวิธีใดช่วยขจัดความกลัวออกไปได้บ้างก็คงจะดี อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็มีความตั้งใจแรงกล้าอยากทำให้มันดีขึ้น
   
 บาเยส การ์เซีย กล่าวว่า เราทุกคนในเม็กซิโกตกอยู่ในความกลัว ความกลัวเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่อย่าปล่อยให้ความกลัวเอาชนะเราได้

 เธอกล่าวด้วยว่าใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มในการตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งนี้หรือไม่ รวมถึงการปรึกษาหารือกับคนในครอบครัว และที่สุด ตัดสินใจรับงานเสี่ยงตาย เพราะต้องการให้ลูกชายได้อยู่ในชุมชนที่ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อยากเห็นคนออกไปไหนมาไหนโดยไม่อยู่ในอาการหวาดผวาอย่างแต่ก่อน

 หัวหน้าตำรวจหญิงแดนเถื่อนวัย 20 กล่าวทิ้งท้ายว่า คนรุ่นใหม่ต้องใส่ใจชุมชนของตนเอง แม้เธอไม่มีประสบการณ์มากนัก แต่ประสบการณ์สร้างได้จากการทำงาน

อุไรวรรณ นอร์มา
ที่มา : เอพี