ข่าว

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่24ตุลาคม53

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่24ตุลาคม53

24 ต.ค. 2553

*** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้มาพร้อมกับ ข่าวใหญ่ ที่เกิดติดต่อตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ข่าวฝนตกน้ำท่วม จนสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกแห่งหนในหลายจังหวัด โดยเฉพาะทางภาคอีสาน รัฐบาลและองค์กรเอกชนหลายแห่ง

พากันส่งความช่วยเหลือพี่น้องคนไทยด้วยกันอย่างเต็มที่ รวมทั้ง เครือเนชั่น ของเรา และ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา ก็ไม่อยู่นิ่งเฉย ประกาศรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ส่งไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทุกจุดที่กำลังได้รับความทุกข์ทรมานอยู่ในเวลานี้...ปรากฏการณ์เช่นนี้นับเป็น เอกลักษณ์ สำคัญอย่างหนึ่งของคนไทย แม้ที่ผ่านมาจะมีความคิดเห็นแตกแยกจนกลายเป็นสีต่างๆ ก็ตาม ในเวลานี้เลิกคิดเรื่องนั้นได้แล้ว...เพราะทุกคนคือ คนไทย สายเลือดเดียวกัน เราต้องช่วยกัน ในยามทุกข์ยากลำบากแสนเข็ญ...ใครอยู่ใกล้หน่วยงานไหน ขอให้นำ น้ำใจ ของท่านไปบริจาคได้ในหน่วยงานนั้นๆ หรือจะมาที่ เครือเนชั่น ("คม ชัด ลึก") ถนนบางนา-ตราด กม.๔.๕ ของเราก็ได้ สิ่งของทุกอย่างที่ได้รับบริจาค รับรองว่าส่งถึงมือพี่น้องคนไทยที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้...อย่างแน่นอน

** เพราะภัยพิบัติทำพิษ สนามพระ ทุกแห่งก็เลยพลอยเงียบเหงาไปด้วย จะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันบ้างก็เป็นประเภท จิ๊บ จิ๊บ คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ก็เลยต้องเอาของเก่าที่ได้เมื่อสัปดาห์ก่อนมาเสนอ องค์แรก คือ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร พิมพ์ขี้ตา ๓ ชาย ของ ร.ต.ต.พรเทพ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือที่เพื่อนพ้องน้องพี่เรียกท่านว่า "พี่เต๋า" เจ้าของร้าน พรปู่ศุข ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เจ้าของคำคมสอนใจที่ว่า "ต้องเป็นคนดี คุณพระถึงจะคุ้มครอง" วันก่อนคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง มาลงในหน้านี้ ปรากฏว่ามีท่านผู้อ่านติดต่อกันมาอย่างเนืองแน่น ทั้งที่เป็นนักสะสมพระ และเจ้านายเก่า เพื่อนเก่าๆ ที่เคยร่วมทำงานกันมาก่อน และที่คาดไม่ถึงคือ คุณครู ที่เคยสอนตั้งแต่สมัยชั้นประถมก็มี ชั้นมัธยมก็มี โทรศัพท์มาหาด้วยความรักและคิดถึงเป็นพิเศษ ทั้งนี้ก็เพราะความเป็น คนดี ของ "เต๋า" พรเทพ ทุกคนจึงยังจดจำอยู่เสมอ

** พระหลวงพ่อเงิน องค์นี้สวยคมชัดมาก ที่สำคัญเป็นพระดูง่าย ทั้งพิมพ์ทรงองค์พระ และเนื้อหามวลสาร นับเป็นพระคู่ใจของ "พี่เต๋า" ที่รักและหวงแหนมาก เห็นแขวนติดตัวเสมอ ท่านที่ ครูเก่าและเพื่อนเก่า รวมทั้ง เจ้านายเก่า ยังไม่ทราบว่า "เต๋า" พรเทพ เป็นเซียนพระตัวจริง ติดต่อคุยได้ที่โทร.๐๘-๖๐๐๗-๑๐๐๗ 

** พระซุ้มพระธาตุ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง เป็นพระที่บรรจุในกรุเดียวกับพระหูยาน พระร่วงยืนประทานพร หลังลายผ้า พระยอดขุนพล ฯลฯ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของวงการพระมานานปี สำหรับ พระซุ้มพระธาตุ เป็นพระที่ขุดพบได้น้อยมาก ประมาณ ๑๐ องค์ จึงพบเห็นได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิมพ์พิเศษ ๒ หน้าอย่างที่เห็นในภาพนี้ มีไม่เกิน ๕ องค์ องค์พระมีขนาดเล็กกะทัดรัดน่ารักมาก คือ กว้างประมาณ ๑.๕ ซม. สูงประมาณ ๒.๕ ซม. ศิลปะสมัยลพบุรี องค์พระประทับนั่งสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว ลายกนก สวยงามอลังการมาก ที่ใต้ฐานเรือนแก้วมีบัวรองรับเป็นรัตนบัลลังก์รองฐาน พระเกศามาลาเป็นแบบผ้าโพก ตามรูปแบบพระศิลปะลพบุรี พระพิมพ์นี้มีการขุดพบจากหลายกรุหลายวัดด้วยกัน มีทั้งเนื้อชินเงิน และเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง พระที่ขุดพบแต่ละครั้งได้จำนวนไม่มากนัก ทำให้มีพระหมุนเวียนในวงการน้อยมาก องค์ในภาพนี้ผิวพระยังอยู่ในสภาพเดิมๆ ทุกอย่าง เป็นพระของ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ ผู้สะสมพระรอบนอกสนามพระ แต่ได้พระมาล้วนสุดยอดทั้งนั้น     

** พระอริสงฆ์รูปหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง คือ หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม ผู้ได้รับการสืบทอดวิทยาคม และตำราการสร้างพระเนื้อผงวิเศษ มาจาก สมเด็จฯ โต โดยตรง ท่านได้สร้างพระเนื้อผงวิเศษ พิมพ์ต่างๆ มากมาย รวมทั้งพระชิ้นฟัก (สี่เหลี่ยมผืนผ้า) เหมือนกับของอาจารย์ แต่ได้เปลี่ยนพิมพ์ทรงใหม่ โดยเพิ่มจำนวนฐานให้มากขึ้น เช่น พระพิมพ์สมเด็จ ฐาน ๘ ชั้น แขนหักศอก ฐาน ๘ ชั้น แขนกลม ฐาน ๑๔ ชั้น แขนกลม และถ้ามีตัว อุ (ขอม) อยู่ข้างแขนซ้ายขวา จะเรียกว่า พิมพ์แซยิด อย่างเช่นองค์ในภาพนี้ เรียกว่า พิมพ์แซยิด แขนกลม ฐาน ๑๔ ชั้น องค์นี้อยู่ในสภาพสวยสมบูรณ์ ถือเป็น พระองค์ครู ได้ทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อหามวลสาร เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ สนนราคาอยู่ที่หลักแสนกลาง

** พระสมเด็จ องค์ต่อไปมีต้นกำเนิดมาจาก วัดระฆัง ธนบุรี เรียกว่า พระสมเด็จหลังฆ้อน เนื้อโลหะผสม ขนาดองค์พระเล็กกะทัดรัด กว้างประมาณ ๑.๒ ซม. สูงประมาณ ๑.๗  ซม. สร้างโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ อิศรางกูร ณ อยุธยา) เจ้าอาวาสวัดระฆังรูปที่ ๘ เมื่อประมาณปี ๒๔๕๓-๒๔๕๗ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพิมลธรรม โดยนำแผ่นโลหะที่พระอาจารย์ต่างๆ ได้ลงอักขระไว้ มาหลอมรวมกับชนวน พระพุทธชินราช (จำลอง) ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตร

** พระสมเด็จ วัดระฆัง หลังฆ้อน สร้างโดยการเททองหล่อแบบโบราณ บนแม่พิมพ์ที่เป็นช่อชนวน มีพิมพ์พระสมเด็จเรียงกันเป็นเส้นยาวประมาณ ๕ ซม.กว้างประมาณ ๓ ซม. หนาประมาณ ๐.๕ ซม. เมื่อเนื้อโลหะเหลวเย็นลงแล้ว ช่างจึงเลื่อยออกเป็นกิ่งๆ จากแกนชนวน แล้วตัดออกเป็นเส้นแบนๆ โดยมีพระเรียงติดกันเป็นเส้น ต้องใช้สิ่วหรือเลื่อยตัดแบ่งองค์พระออกจากกัน ตรงรอยต่อระหว่างองค์พระ แล้วใช้ ฆ้อน เคาะด้านหลัง เพื่อให้องค์แยกจากกัน อันเป็นที่มาของชื่อ พระสมเด็จหลังฆ้อน เมื่อสำเร็จเป็นองค์พระแล้ว ได้นำพระทั้งหมดเข้าประกอบพิธีพุทธาภิเษก โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในสมัยนั้น ซึ่งมีมากถึง ๖๐ รูป (ระดับปรมาจารย์ทั้งนั้น หากนำรายชื่อมาลงที่นี่ก็หมดเนื้อที่พอดี) ทางวัดได้ให้ทำบุญองค์ละ ๑ บาท ถ้าเป็นพระขัดแต่ง องค์ละ ๒ บาท เงินที่ได้นี้เจ้าประคุณสมเด็จนำไปบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ และพระอุโบสถ วัดระฆัง เมื่อพระรุ่นนี้หมดแล้ว จึงได้สร้างรุ่น ๒ ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อประมาณปี ๒๔๕๘-๒๔๗๐ มาถึงทุกวันนี้ พระสมเด็จ วัดระฆัง หลังฆ้อน มีการเช่าบูชากันที่หลักพันกลางๆ นับเป็น พระของดีราคาถูก ที่น่าสนใจ อยากของแท้สอบถามไปได้ที่ บอล ทวีทรัพย์ โทร.๐๘-๑๕๑๐-๑๐๘๒ วันก่อนเห็นวางอยู่ในตู้หลายองค์ แดง การบินไทย ผู้ชำนาญพระกริ่งสายวัดสุทัศนฯ และ เต๋อ สมิหลา ยังได้ขอแบ่งพระสมเด็จรุ่นนี้ไปจาก บอล หลายองค์

** แม้กระแสความนิยม พระหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ในช่วงที่ผ่านมาไม่หวือหวาเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ราคาก็ไม่ตกลงเลย เพียงแต่มีพระหมุนเวียนน้อยลงหน่อยเท่านั้น สำหรับ อู๊ด สุพรรณ ยังให้ความสำคัญพระสายนี้อยู่เสมอ ใครมีเอาไปเสนอขายได้เลย ล่าสุด เสี่ยอู๊ด ยังได้ เหรียญเจ้าสัว หลวงปู่บุญ เนื้อทองแดง สวยสมบูรณ์คมชัดมาก เป็นพระที่ไม่ได้ผ่านการใช้มาก่อนเลย สภาพเดิมทุกซอกมุม ราคาซื้อขายยังอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป เหรียญเจ้าสัว มีจุดสังเกตสำคัญที่เหมือนกันหมดทุกเหรียญ คือที่หน้าผากมีรอยยุบ หากพบเหรียญที่หล่อเต็ม ก็ต้องให้สงสัยไว้ก่อน อาจจะเป็นของปลอมก็ได้

** องค์นี้สิ...ที่ยังเกาะกระแสความนิยมเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง พระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จ.นครสวรรค์ ทุกรุ่นทุกพิมพ์ ยังมาแรงสุดๆ โดยเฉพาะ รูปเหมือนปั๊มก้นระฆัง ซึ่งจัดเป็นพระอันดับต้นๆ ของท่าน สร้างเมื่อปี ๒๕๑๒ ปลุกเสกตลอดไตรมาส ๓ เดือน ช่วงเข้าพรรษา ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ปลุกเสกนานที่สุด มี ๓ เนื้อ คือ เนื้อทองเหลือง ๑,๐๐๐ องค์ เนื้อทองแดง ๕,๐๐๐ องค์ เนื้อตะกั่ว ๓๐๐ องค์ ออกให้ทำบุญองค์ละ ๓๐ บาท เท่ากันทุกเนื้อ มาถึงชั่วโมงนี้สนนราคาอยู่ที่หลักแสนขึ้นไป วงการนักสะสม พระหลวงพ่อพรหม บอกว่า พระรุ่นนี้เล่นง่าย ศึกษาไม่ยาก เพราะมี โค้ดรูประฆัง ตอกอยู่ใต้องค์พระทุกองค์ ในตัวโค้ดมีตำหนิให้เป็นที่สังเกตได้หลายจุด โดยเฉพาะพื้นผิวโค้ดมีเสี้ยนปรากฏอยู่ด้วย ทำปลอมได้ยาก แม้ว่าโค้ดที่ตอกบางองค์ปรากฏไม่ชัดเจน เอนเอียงไปทางขวาบ้างซ้ายบ้างก็ตาม พระหลวงพ่อพรหม ก้นระฆัง องค์นี้เป็นพระของ เกียรติ จิวเจริญ เจ้าของบริษัท นาครินทร์ จำกัด ย่านหนองแขม ผู้เป็นศิษย์ หลวงพ่อพรหม โดยตรง ไปกราบหลวงพ่อจนท่านจำหน้าจำชื่อได้ และเป็นผู้โชคดีที่ได้รับ อังสะ จากมือหลวงพ่อ รวมทั้งพระของท่านอีกหลายรุ่น แม้ว่าชั่วโมงนี้ พระหลวงพ่อพรหม จะมีราคาอยู่ที่หลักหมื่นหลักแสนทุกรุ่นก็ตาม เฮียเกียรติ ก็ไม่เคยที่จะแปรเปลี่ยนพระของท่านให้เงินทองแต่ประการใดเลย...(เพราะรวยอยู่แล้ว)

** วันนี้มี งานประกวดพระ ที่ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จัดโดย อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา นำชัยชนะ ดีวิ ครูดุก พัทยา สง่า กิจสำเร็จ รายการพระที่จัดประกวด ๑,๗๓๓ รายการ มีพระท้องถิ่นทุกจังหวัดภาคตะวันออก รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือพระเครื่อง เจ้าคุณศรี หลวงปู่เริ่ม จัดพิมพ์ใหม่เพื่อแจกงานนี้โดยเฉพาะ ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ส่วนวันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ตรงกับ วันพระ เป็นเรื่องธรรมะทั้งหมด ไม่มี คมเลนส์ส่องพระ และคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง ขอได้โปรดทราบล่วงหน้า จะได้ไม่สงสัย...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***