ข่าว

"มาร์ค"ตั้ง”อภิรักษ์”ผอ.ช่วยน้ำท่วมฯ

"มาร์ค"ตั้ง”อภิรักษ์”ผอ.ช่วยน้ำท่วมฯ

23 ต.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"ตั้ง”อภิรักษ์”ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมเชื่อมโยงทุกเครือข่ายเร่งช่วยเหลือ เตือนภัยปชช.ทันเวลาโดยมี มท.เป็นเจ้าภาพ มั่นใจคุมอยู่หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหวั่นน้ำท่วมมิดหลังคาชาวบ้านที่เกาะเกร็ด

(23ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.40 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลับจากตรวจพื้นที่น้ำท่วมจ.ชัยภูมิ เเละเข้ามาทำงานต่อที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา14.40น. นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใกล้ชิดตลอด และขอบอกว่าขณะนี้การรายงานสถานการณ์น้ำและภาวะอากาศส่งตรงมาที่ตนทุกเช้า นอกจากนั้นยังมีอุปสรรคและปัญหาในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานรายงานเข้ามาด้วย

 "โดยที่ผ่านมาเราพยายามใช้วิธีการกระจายอำนาจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวเช่น การขยายวงเงินในการให้ความช่วยเหลือของแต่ละจังหวัด ยกเว้นกรณีที่เกินความสามารถของจังหวัดก็ให้ทำเรื่องร้องขอมา นอกจากนั้นหน่วยงานต่างๆยังมีการประสานงานให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา"นายอภิสิทธิ์กล่าว

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ อาทิ ภาคเหนือนั้นน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่น้ำได้ไหลไปพื้นที่ใหม่ ที่ได้มีการแจ้งเตือนภัยกันไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีการประสานงานแต่ละจังหวัด ส่วนภาคกลาง มีสภาพปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีการระบายน้ำค่อนข้างช้า เช่น จ.ลพบุรี,สระบุรี,อ่างทอง,พระนครศรีอยุธยา และมีปริมาณน้ำเหนือไหลลงมาค่อนข้างมาก จึงกำชับให้จังหวัดริมแม่น้ำเช่น จ.ปทุมธานี ต้องมีการเสริมแนวคันกั้นน้ำ เพราะหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันที่ 24 ต.ค.ตนจะเดินทางไปตรวจพื้นที่ตามแนวกันน้ำ เพราะคาดว่าสถานการณ์น่าห่วงสุดช่วง 3-4 วันนี้ ตนหารือกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้เป็นผอ.ศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม และจะออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงาน ที่น่าจะดำเนินการภายในวันที่ 25 ต.ค. โดยศูนย์ดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานต่างๆที่จะทำให้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้นและเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานและเครือ ข่ายต่างๆ ที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว เช่น www.pm.go.th/flood ซึ่งเป็นเว็บไซด์ของนายกรัฐมนตรี

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มอบให้คณะทำงานดังกล่าวสอบทานและติดตามการทำงานรัฐบาลเพื่อให้เป็นเอกภาพและตรงความต้องการของประชาชน รวมทั้งคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ดูแลช่วงเวลาการฟื้นฟูหลังน้ำลด เพราะขณะนี้บางพื้นที่น้ำลดลงแล้ว จึงต้องพยายามช่วยเหลือและเยียวยาพื้นที่ รวมทั้งทำงานเชื่อมโยงกับภาพเอกชนและภาคประชาชน โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน 1111

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักนั้นเจ้าหน้าที่ดูแลและกู้สถานการณ์กันอยู่  ซึ่งปัญหาขณะนี้คือน้ำมาจากทางใต้ดิน เนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำ แต่ในการประชุม ครม.วันที่ 26 ต.ค.นี้ จะมีการพิจารณาเปลี่ยนหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือทั้งภาคการเกษตร ผู้ประกอบการ ชุมชนเมือง ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและความเสียหายอื่น เพราะระเบียบที่ใช้อยู่ในขณะนี้อาจจะต้องมีการยกเว้น และเบื้องต้นอาจจะมีการเพิ่มวงเงินในการให้ความช่วยเหลือเนื่องจากแต่ละพื้นที่ประสบภัยต่างกัน โดยตนได้ให้แนวทางเอาไว้ ว่าพื้นที่ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษคือพื้นที่น้ำท่วมขังเป็น เวลานาน และพื้นที่ที่การเตือนภัยทำได้กระชั้น ทำให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินอย่างมาก เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายอพยพได้ทัน

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐยังใช้ได้และมีความร่วมมือกับท้องถิ่นและเอกชน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานก็จะมีความถนัดและความพร้อมแตกต่างกัน โดยในวันที่ 24 ต.ค. ตนเชิญอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, อธิบดีกรมชลประทานและอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา มาพูดคุยในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 หลังจากนั้นจะลงพื้นที่ตรวจแนวคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
 
 ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงศูนย์ช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมว่า จะเป็นศูนย์ที่เชื่อมโยงเพื่อการบูรณาการในการแก้ปัญหา โดยการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของภาคประชาชนที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ในการเปิดรับเรื่องร้องทุกข์ และการรับบริจาคเงิน สิ่งของ นอกจากนี้ศูนย์ดังกล่าวจะมีการรายงานนายกฯทุกวัน ไม่ว่า จะเป็นในส่วนของกรมชลประทานในเรื่องของปริมาณน้ำแต่ละพื้นที่ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นหน่วยหลักในการเชื่อมโยงในการทำงานทุกพื้นที่ หรือแม้แต่ในเรื่องของกรมอุตุนิยมวิทยา การพยากรณ์อากาศ ระดับน้ำต่างๆ

 ซึ่งจะบูรณการในส่วนต่างๆออกมาในรูปของเว็ปไซด์ ซึ่งตอนนี้เปิดแล้วโดยจะอยู่ที่เว็ปไซด์ของนายกฯ www.pm.go.th  <http://www.pm.go.th/>/ flood โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลในส่วนของประชาชน และการเข้าไปช่วยเหลือ โดยให้สำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีการกระจายอำนาจประสานเชื่อมตรง ทั้งในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นอบจ. อบต. และเทศบาลในพื้นที่ ซึ่งจะมีการทำงานบูรณาการร่วมกันทั้งจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดก็รับทราบแล้ว

 นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ตรงนี้ถือเป็นการยกระดับการรับเรื่องราวศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ประชาชน 1111 และจะเชื่อมโยงกับข้อมูล และหลังจากที่มีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการได้เลย โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการหารื อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง

 ส่วนกรณีที่อธิบดีกรมชลประทานระบุว่า เป็นห่วงประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำจะได้รับผลกระทบอย่าหนัก โดยเฉพาะเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่เกรงว่าจะถูกน้ำท่วมเกือบมิดหลังคาบ้านนั้น นายอภิรักษ์ กล่าวว่า โดยหลักแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานไปยังหน่วยงานพื้นที่อยู่แล้ว ทางศูนย์ฯ คงจะเข้าไปเชื่อมโยง เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนายกเทศมนตรีก็มีการทำงานใกล้ชิดกับทางจังหวัดอยู่แล้ว ทั้งนี้ในเรื่องของการแจ้งเตือนภัย ถ้ามีข้อมูล มีการประกาศและสื่อมวลชนช่วยกระจายข่าวให้ประชาชนรับทราบ ทั้งในเรื่องของน้ำทะเลหนุนในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค.และการ ปล่อยน้ำมาจากพื้นที่ต่างๆ ตามแนวเขื่อน จะเป็นการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้เร็ว เพราะฉะนั้นในกรณีเกาะเกร็ดก็เหมือนกัน ซึ่งในช่วงปี 49 ที่มีน้ำท่วมใหญ่ก็ประสบปัญหาอย่างห นัก และเป็นพื้นที่เสี่ยง จึงต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรายงานแต่ไม่สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการประสานอาสาสมัคร และหน่วยงานในพื้นที่ด้วย

 ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า หลังจากที่ศูนย์เริ่มเปิดการทำงานแล้ว จะมีการายงานสถานการณ์จากทางสำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯ เป็นระยะๆ อย่างน้อยวันละครั้ง รวมถึงจำนวนตัวเลขความเสียหายจากแต่ละหน่วยงาน ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต และจะมีเชื่อมกับภาคเอกชน