ข่าว

'มาร์ค'เรียกถกแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.

'มาร์ค'เรียกถกแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.

24 ต.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"เรียกถกหามาตรการป้องกันน้ำท่วมกทม.-ปทุมธานี-นนทบุรี ด้าน"กษิต"เผย "ฮิลลารี"-สปป.ลาวส่งสาสน์เเสดงความเสียใจน้ำท่วม ระบุ ไทยไม่รับความช่วยเหลือตปท.เพราะดูเเลสถานการณ์ได้ สธ.ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ช่วยโคราช 3 ทีม ผู้ว่าฯโคราช สั่งเอาผิด นักการเมือ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ห่วงสถาน การณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี ซึ่งวันพรุ่งนี้ (24ต.ค.) จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตร การการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

 ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดต่างๆว่า สหรัฐอเมริกาส่งเงินช่วยเหลือ 5 หมื่นเหรียญผ่านสภากาชาดไทย ทั้งนี้นางฮิลลารี่ คลินตัน รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจมายังไทยแล้ว ขณะเดียวกันมีหลายประเทศที่ส่งสาส์นแสดงความเสียใจต่อเหตุผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์น้ำท่วมมายังไทยแล้วเช่น สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว

 ในส่วนกระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ในกระทรวง ได้ร่วมบริจาคเงิน 3 แสบบาทให้โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา รวมทั้งมีหนังสือเวียนไปยังสถานทูตไทยในต่างประเทศให้ร่วมบริจาคสมทบเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัคราชทูตไทย ประจำวอชิงตัน ดีซีและสถานทูตสหรัฐอเมริการ่วมบริจาคสมทบอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ไทยยังไม่ขอความช่วยเหลือไปยังต่างประเทศ เนื่องจากยังดูแลสถานการณ์ได้

 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข (วอร์รูม) ของกระทรวงสาธารณสุข ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข สั่งให้ทุกจังหวัดจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้มากที่สุด และครอบคลุมทั้งการตรวจรักษาทางกายและดูแลสุขภาพจิตด้วย ในวันนี้กรมการแพทย์ได้จัดส่งทีมแพทย์ พยาบาลจากส่วนกลาง ได้แก่โรงพยาบาลราชวิถี 2 ทีม และสถาบันประสาทวิทยา 1 ทีม ไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา

 การให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ประสบอุทกภัย ได้มอบให้สำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข จับคู่โรงพยาบาลที่ไม่ประสบอุทกภัย เพื่อให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านยาและเวชภัณฑ์ในกรณีฉุกเฉิน โดย รพ.มหาราชนครราชสีมา จับคู่ รพ.ขอนแก่น รพ.ชัยภูมิจับคู่ รพ.สระบุรี รพ.พิมายจับคู่รพ.บุรีรัมย์ รพ.บุรีรัมย์จับคู่รพ.สุรินทร์ รพ.เสนา จับคู่รพ.พระนครศรีอยุธยา รพ.ชัยนาทจับคู่รพ.สิงห์บุรี รพ.สมเด็จพระนารายณ์ ลพบุรีจับคู่ รพ.อ่างทอง รพ.บ้านหมี่จับคู่ รพ.ท่าวุ้ง รพ.อินทร์บุรีจับคู่ รพ.บางระจัน รพ.พรหมบุรีจับคู่ รพ.ท่าช้าง

 นอกจากนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ส่งยาให้ 10 จังหวัด ดังนี้เลย เพชรบุรี อ่างทอง นนทบุรี นครราชสีมา ชลบุรี สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิและพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย ยาชุดตำราหลวง 25,000 ชุด ยาชุดช่วยเหลือน้ำท่วม 29,000 ชุด ยาทาน้ำกัดเท้า35,000 หลอด ยาทาแก้คัน 20,000 หลอด และกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งยาทาน้ำกัดเท้าที่ผลิตโดยรพ.พระนั่งเกล้า ให้จังหวัดนนทบุรีอีก 2,000 ตลับ

 นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ประสบภัยที่ยังต้องเฝ้าระวังมี 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา ลพบุรี ชัยภูมิ และพระนครศรีอยุธยา มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับความเสียหาย 52 แห่ง เป็นโรงพยาบาล 5 แห่ง สังกัด สธ. 4 แห่ง ได้แก่ รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.จิตเวชนครราชสีมา รพ.ชัยภูมิ และ รพ.พิมาย รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชน 1 แห่งคือ รพ.เซนต์แมรี่ จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้กองแบบแผนของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้จัดทีมช่างโยธา เครื่องกลและไฟฟ้า 2 ทีม สำรวจความเสียหายของโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดนครราชสีมาและลพบุรี ส่วนกองวิศวกรรมการแพทย์ได้ส่งทีมสำรวจพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีและแก้ไขสัญญาณระบบสื่อสารที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

 ด้านนายโสภณ ชารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณสะพานข้ามลำมาศ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พบว่า น้ำจาก จ.นครราชสีมา ยังคงไหลมาสมทบและเข้าท่วม อ.ลำปลายมาศขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 226 บริเวณสะพานข้ามลำน้ำมาศระหว่าง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ กับอ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ที่ถูกน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ พร้อมกับสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วย โดยเฉพาะถนนสายหลัก สายรองระหว่างหมู่บ้าน ตำบล ที่ได้รับความเสียหาย ให้กรมทางหลวงชนบท แขวงการทาง เร่งสำรวจความเสียและช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

 นายโสภณ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่หลายจังหวัด เช่น จ.ลพบุรี นครราชสีมา และบุรีรัมย์ พบถนนถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นจำนวนมากกว่าที่คาดไว้ กรณีดังกล่าวทางกระทรวงคมนาคม พร้อมใช้งบกว่า 5,000 ล้านบาท ในการซ่อมแซมบูรณะฟื้นฟูถนนทั้งถนนทางหลวงของกรมทางหลวง และถนนสายรองของกรมทางหลวงชนบท  ที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ในระยะอันสั้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติโดยเร็ว จากที่เบื้องต้นกระทรวงคมนาคม คาดการณ์ไว้ว่าจะใช้งบประมาณเพียง 1,000 ล้านบาทเท่านั้น

  นายโสภณ กล่าวว่า  พื้นที่ใดที่ถนนได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงตั้งศูนย์และนำอาสาสมัคร ไว้คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเดินทางเป็นหลัก ทั้งการแนะนำเส้นทางเลี่ยง และขนย้ายรถข้ามฝั่ง โดยเฉพาะการช่วยเหลือรถที่ได้รับความเสียหายในบริเวณถนนที่ถูกน้ำท่วมดังกล่าวด้วย
         
 ขณะที่สถานการณ์น้ำเหนือจาก จ.นครราชสีมา ที่ไหลมาสมทบกับลำน้ำมาศ เอ่อท่วมสะพานข้ามลำน้ำมาศ รวมทั้งบ้านเรือนราษฎรใน  8 ตำบล นาข้าวกว่า 20,000 ไร่ วัดหลายแห่งและโรงงานตัดเย็บ ศูนย์ซีเบริ์ด อ.ลำปลายมาศ ระดับน้ำทรงตัวอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์  มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 50,000 คน   

 นายระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา เรียกคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อม ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม หารือ เพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อน ผู้ประสบอุทกภัย โดยนายระพี กล่าวว่า ความเสียหายขยายกว้างครอบคลุมทั้งจังหวัด รวม 32 อำเภอ 287 ตำบล 3,743 หมู่บ้าน 91,501 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 5 แสนคน เดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน พื้นที่เกษตร 452,143 ไร่ และสาธารณประโยชน์เสียหายกว่า 45 ล้านบาท
 
 ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ถึงขณะนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร,สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี,พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ,พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์
 
 ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ปริมาณน้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆ สถานการณ์ในขณะนี้ แม้ว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ อ.เมือง,อ.โนนสูง,อ.เฉลิมพระเกียรติ,อ.ปักธงชัย,อ.พิมาย,อ.โชคชัย,อ.จักราช  และ อ.จักราช เนื่องจากระดับน้ำบางแห่ง ยังทรงตัว หรือลดมาเพียงเล็กน้อย
 
 ผวจ.นครราชีมา เน้นย้ำนโยบายการบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้าน ขณะนี้มีการร้องเรียนมาหลายช่องทาง โดยเป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นการแจกสิ่งของ โดยเฉพาะถุงยังชีพที่ไม่ทั่วถึง มีหลายพื้นที่ไม่ได้รับ เมื่อมีการนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากศูนย์ช่วยเหลือ ฯ ที่มีหลายหน่วยงาน แต่ถูกนำไปเก็บกักตุนไว้ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อให้นักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำชุมชน นำออกไปแจกจ่ายให้ชาวบ้าน แต่เลือกแจกเฉพาะพื้นที่การเมือง หรือชาวบ้านในฐานเสียงตัวเอง ขณะนี้พบพยาน หลักฐาน ระบุมีนักการเมืองท้องถิ่น ในเขต อ.โนนสูง รับมอบถุงยังชีพจากหน่วยงานอื่น แต่กลับไปทำเบิกจ่ายผ่านงบ อปท.จึงสั่งการให้นายอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีอยู่หลายแห่งที่มีการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง "ผมจะใช้อำนาจ ผวจ.สั่งปลดออกตากตำแหน่งทันที   เพราะนี่ซึ่งเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เบียดบังผลประโยชน์ในขณะผู้อื่นเดือดร้อน เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู"  เขา กล่าว

  นายศราวุธ  ทรงศิริวิไล ผอ.สำนักทางหลวงที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงเส้นทางสัญจรที่ถูกน้ำท่วมขังพื้นผิวถนน ในขณะนี้ ว่า  เส้นทางเข้าตัว อ.พิมาย ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัย ได้ประกาศปิดเส้นทางดังกล่าวแล้ว      
 
 นายสมศักดิ์  ภัทรนุกูลรัตน์ อายุ 63 ปี ประธานชุมชนหลังวัดสามัคคี เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 15 ชุมชน ที่ติดกับคลองส่งน้ำชลประทานลำตะคอง ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุที่นำป้ายที่มีข้อความว่า " ชุมหลังวัดสามัคคี ยังต้องการความช่วยเหลือ ขาดข้าว -น้ำ ข้าวสารอาหารแห้ง " มาตั้งไว้ที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าวัดสามัคคี ริม ถ.มิตรภาพ ฯ เพื่อแจ้งให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบสัญจรผ่านไปมา รับทราบปัญหา และเข้ามาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ได้ระดมกำลังกันช่วยเหลือเยียวยาชุมชนในเขตเทศบาลนคร ฯ กันอย่างเต็มที่ แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดชุมชนแห่งนี้จึงได้รับการช่วยเหลืออย่างล่าช้า ตัวแทนชุมชนได้ร้องขอถุงยังชีพที่จะมีข้าวสารอาหารแห้ง และยาสามัญประจำบ้าน แต่ได้เพียงข้าวกล่องเพื่อยังชีพไปวันๆ เท่านั้น ทั้งที่ชุมชนนี้ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1.5 กม. แต่กลับตกสำรวจไปได้อย่างไร ขณะนี้มีชาวบ้านกว่า 500 คน ส่วนใหญ่ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป   จึงไม่มีรายได้เลี้ยงชีพ