ข่าว

เจ้าพระยาเอ่อท่วมตลาดสดปทุมธานี

เจ้าพระยาเอ่อท่วมตลาดสดปทุมธานี

23 ต.ค. 2553

กระสอบทรายกั้นหน้าเมืองปทุมธานีแตก น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าท่วมตลาดสดปทุมธานี สูง 1 เมตร ด้านชาวมีนบุรีได้รับผลกระทบจากระดับที่สูงขึ้นแล้ว ขณะที่อ่างทองน้ำทะลุกำแพงเขื่อนไหลเข้าศาลากลางจังหวัด ส่วน"สมิทธ" อัดศูนย์เตือนภัยฯไม่ทำหน้าที่

(23ต.ค.) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระสอบทรายริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองปทุมธานี  ต.ปากปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ที่เจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายมาตั้งเรียงสูง 7 ลูก เพื่อป้องกันน้ำท่วม ได้พังทลายลงมาทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้าท่วมตลาดสดเทศบาลเมืองปทุมธานี จนสินค้าของแม่ค้าได้รับความเสียหาย  นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมวัดโสภาราม ส่งผลให้พระภิกษุสงฆ์ เร่งขนของขึ้นสู่ที่สูง

 ส่วนสาเหตุที่ทำให้กระสอบทรายพังทลายเนื่องจากเรือยนต์ขนาดใหญ่วิ่งด้วยความเร็ว ทำให้เกิดคลื่นซัดกระสอบทรายที่เรียงป้องกันน้ำท่วมพัง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมทันที่ ในเบื้องต้น นายไกร บุญบันดาล นายอำเภอเมืองปทุมธานี พร้อมด้วยนายสมอน ชูสว่าง รองนายกเทศมนตรี และเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ได้ระดมกระสอบทราบกว่า 1,000 กระสอบ เร่งซ่อมบำรุง พร้อมทั้งนำเครื่องสูบน้ำ เร่งสูบน้ำกลับลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าท่วมตลาดสดขณะนี้สูงราว 60 เซนติเมตร นอกจากนี้ถนนคลองวัดโสภารามยังถูกน้ำท่วมขัง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมวัดโสภาราม ขณะนี้พระภิกษุสงฆื เร่งขนของขึ้นที่สูง ทั้งนี้ทางเทศบาลเมืองปทุมธานีได้นำเครื่องระบายน้ำ เร่งสูบน้ำกลับลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี  กล่าวว่า วันนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมขึ้นมาอีกมากขึ้น ทำให้กระแสน้ำไหลบ่าเข้ามาพื้นที่ ต.บ้านปทุม ต.บ้านงิ้ว ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จึงได้รีบนำกระสอบทรายมาทำเขื่อนกั้นน้ำ ทั้งนี้ถ้าปริมาณน้ำมากขึ้นและบ่าท่วมข้ามฝั่งมาเป็นจำนวนมาก อาจจะกระทบต่อพื้นที่การเกษตร จึงต้องเฝ้าระมัดระวังอย่างเต็มที่เพราะถนนเส้นนี้ถือเป็นแนวเขื่อนชั้นในก็ว่าได้ ส่วนที่ชุมชนบ้านกระแชง ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี บริเวณวัดโพธิ์เลื่อน และอบต.บ้านกระแชง ระดับน้ำสูงท่วมประชาชนต้องเร่งกรอกกระสอบทรายกั้นเพิ่มอีก ซึ่งเป็นการป้องกันน้ำเบื้องต้นที่สามารถทำได้ในขณะนี้เพื่อไม่ให้เข้าท่วมบ้านเรือน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจพื้นที่ย่านแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี ซึ่งมีประชาชนประมาณ 10,000 หลังคาเรือน ขณะนี้มีบางส่วนได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในคลองลำไทร ซึ่งไหลจากคลองแสนแสบเพิ่มระดับสูงขึ้น เข้าไปในพื้นที่บ้าน บางหลังน้ำท่วมถึงชั้น 1 ของบ้าน ต้องย้ายสิ่งของและไปพักอาศัยบนชั้น 2 ของบ้าน

 พระครูศีลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดใหม่ลำนกแขวก ให้ข้อมูลว่า เป็นบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ต่ำที่สุดในมีนบุรี จะมีน้ำท่วมตลอด ล่าสุดท่วมเมื่อปี 2550 สำหรับครั้งนี้มีการเตรียมกระสอบทรายไว้พร้อมเพื่อวางเรียงเป็นแนวคันกั้นน้ำ อย่างไรก็ตาม หากกรมชลประทานปล่อยน้ำเหนือไหลผ่านกรุงเทพฯ มากขึ้นอาจจะท่วมแน่นอน

 ส่วนย่านแขวงลำต้อยติ่ง เขตของหนอกจอก น้ำจากคลองแสนแสบไหลเข้าคลองลำต้อยติ่งทำให้ระดับน้ำสูงล้นตลิ่งขึ้นท่วมถนน ชาวบ้านบอกว่าไม่เคยมีน้ำท่วมสูงขนาดนี้ และจากการติดตามข่าวน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ก็มีความกังวล ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาดูแลบ้าง แต่ยังไม่มีการเตรียมการยกของหนีน้ำแต่อย่างใด
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอ่างทอง หลังระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วม แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองที่ระดับ 8.35 เมตร ซึ่งสูงกว่าจุดวิกฤต 1.50 เมตร ได้กัดเซาะซึมผ่านกำแผงเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา บางจุดก็ทะลุขึ้นใต้ดินทำให้ไหลเข้ายังบริเวณตลาดอ่างทองระดับน้ำสูงกว่า 20 เซ็นติเมตร ประชาชนที่อยู่ละแวกดังกล่าวต้องตั้งเครื่องสูบน้ำที่ไหลเข้าบ้านเรือน นอกจากนั้นบริเวณฝั่งศาลากลางน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็ผุดใต้ฐานคอนกรีตไหลเข้าศาลากลางทำให้เทศบาลเมืองอ่างทองต้องระดมกำลังกรอกกระสอบทรายและตั้งเครื่องสูบน้ำสูบออกตลอด 24 ชั่วโมง

 นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวถึงสถานการณ์น้ำในปีนี้ ส่งผลให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมในหลายๆ จังหวัดว่า น้ำในปีนี้ไม่ถือว่ามากผิดปกติ และไม่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่การบริหารจัดการเรื่องน้ำไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีการจัดการที่ดีกว่านี้
 “ผมไม่เห็นศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกมาเตือนเลย มีแต่กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยาที่เตือน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะทราบได้อย่างไร ระบบก็ทำไปแล้วตั้งหลายร้อยล้าน ไม่เห็นออกมาเตือน ไม่เห็นออกมาแจ้งเลย ผู้เชี่ยวชาญที่รับไปก็ไม่มีความรู้ความชำนาญเลย ประสิทธิภาพในการเตือนภัยก็เลยไม่มี” นายสมิทธ กล่าว

นอกจากนี้ นายสมิทธ ยังเห็นด้วยกับแนวคิดของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เสนอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาย้ายศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไปอยู่ในการดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อการรายงานเรื่องภัยพิบัติจะได้รวดเร็วทันใจ และแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที