ข่าว

"กิเลนผยอง" บุกยันเจ๊า "ปลาทูคะนอง"ศึกไทยลีก

"กิเลนผยอง" บุกยันเจ๊า "ปลาทูคะนอง"ศึกไทยลีก

22 ต.ค. 2553

"กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด บุกยันเจ๊า "ปลาทูคะนอง" เอสซีจี สมุทรสงคราม 0-0 คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกไปครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมลูกหนังไทย ยืนยัน ฤดูกาลหน้า เพิ่มเตะเป็น 18 ทีมแน่นอน

 

   การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2010 ที่สนาม อบจ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมเป็นเกมนัดที่ 29 "ปลาทูคะนอง" เอสซีจี สมุทรสงคราม อันดับ 8 แข่งขัน 28 นัด มี 40 แต้ม รับการมาเยือน "กิเลนผยอง" เมืองทอง ฯ ยูไนเต็ด ทีมนำจ่าฝูง แข่ง 28 นัดมี 63 แต้ม เกมนี้ต้องการอีกเพียงแต้มเดียวจาก 2 นัดก็จะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองได้ทันที ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมกันแน่นสนาม
  ครึ่งแรกทั้งสองทีม ต้องเตะท่ามกลางสภาพสนามที่ลื่นทำให้การต่อบอลผิดพลาดบ่อยครั้ง นาที 10 เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเมื่อ ฌอง มาร์ค เบเน หลุดเดี่ยวด้านขวา ก่อนซัดเต็มหลังเท้า เป็นจังหวะที่ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ พุ่งออกมาขวางได้ทัน ทำให้บอลแฉลบออกหลังไป เกมของทีมเยือนยังดูน่ากลัวทุกเวลา นาที 19 จากลูกเตะมุมด้านซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดไปเสาสองถึง คริสเตียน คัวคู แตะบอลหนีกองหลังซัดมุมแคบ แต่ไม่ผ่านมือ พุทธศาสน์ บุญปก ที่มาปิดมุมได้ทัน


  นาที 36 โอกาสทองของทีมเยือนน่าจะได้ประตูจากจังหวะที่ วีระวุฒิ กาเหย็ม ได้ส่องกลางประตู บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ไปชนหัว ดักโน เซียกา เพื่อนร่วมทีม ทำให้บอลเปลี่ยนทางออกไป นาที 42 ทีมเยือนมีโอกาสอีกครั้ง เมื่อ ดักโน เซียกา แทงบอลออกขวาให้ คริสเตียน คัวคู หลุดเข้าไปยิงโล่งๆ แต่บอลพุ่งผ่านเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก  0-0


  ครึ่งหลังเริ่มมีฝนตกลงมาอีก ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูอีกครั้ง นาที 59 จากจังหวะลูกยิงไกลของ อมร ธรรมนาม ระยะร่วม 25 หลา แต่ พุทธศาสน์ บุญปก เหินปัดข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ ช่วงท้ายเกม นาที 82 ทีมเยือนน่าจะปิดสกอร์ได้ เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา ได้บอลด้านซ้าย แตะเข้ามายิงเต็มข้อ แต่โชคดีไปโดนหน้าอก พุทธศาสน์ บุญปก นายทวารของเจ้าถิ่น ชวดได้ประตูน่าเสียดาย จบเกมเสมอ 0-0 เมืองทองฯ มี 64 คะแนน ทิ้ง บุรีรัมย์-พีอีเอ 4 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 1 นัด ส่งผลให้ "กิเลนผยอง" คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดย "เสี่ยเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทีม กล่าวว่า ทีมทำงานหนักมาตลอด 10 เดือน วันนี้ประสบความสำเร็จ ต้องยกความดีให้นักเตะ โค้ชและแฟนบอลทุกคน ซึ่งเงินรางวัล 10 ล้านบาทนั้น จะแบ่งเป็นรางวัลให้นักเตะ 5 ล้านบาท พร้อมทั้งพาไปเที่ยวที่ฮ่องกงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทีมยังเหลืออีก 2 ถ้วยให้ลุ้น ทั้งเอฟเอคัพ และโตโยต้า ลีกคัพ ซึ่งทีมจะต้องคว้าแชมป์ให้ได้ทั้งหมด


  สำหรับเกมไทยพรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล วันที่ 24 ตุลาคมนี้ จะเตะพร้อมกัน 8 คู่ 8 สนาม เวลา 16.30 น.เมืองทองฯ ยูไนเต็ด จะเยือน ทีโอที แคท เอฟซี ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม, บางกอกกล๊าส เอฟซี พบ การท่าเรือไทย เอฟซี ที่ ลีโอ สเตเดี้ยม, บุรีรัมย์-พีอีเอ พบ อินทรีเพื่อนตำรวจ ที่ไอโมบาย สเตเดี้ยม, พัทยา ยูไนเต็ด พบ  ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ที่เทศบาลเมืองหนองปรือ, โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี พบ ชลบุรี เอฟซี  ที่ อบจ.สระบุรี, ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร พบ บีอีซี เทโรศาสน ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิจิตร, แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ เอสซีจี สมุทรสงคราม เอฟซี ที่ ม.กรุงเทพ รังสิต  และ ทหารบก พบ ราชนาวี ระยอง  ที่สนามกีฬากองทัพบก


"บังยี" ยันปีหน้าไทยลีกมี 18 ทีม
 "บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า ปี 2011 จะเพิ่มจาก 16 ทีม เป็น 18 ทีม อย่างแน่นอน เพราะศักยภาพของฟุตบอลไทยสามารถที่จะดำเนินการได้แล้ว ซึ่งจะทำให้สโมสรเกิดการเพิ่มรายได้มากขึ้นจากระยะเวลาการแข่งขันที่จะขยายออกไปเป็น 8-9 เดือนซึ่งถือว่ามีความเหมาะสม  โดยไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชั่น 1 จะเพิ่มเป็น 18 ทีม ส่วนกลไกในการคัดทีมที่จะเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ทีมคงต้องหารือกับบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่แนวทางที่คุยกันไว้คือทีมที่ได้สิทธิ์ขึ้นชั้นจากดิวิชั่น 1 จำนวน 3 ทีมต้องได้ขึ้นชั้นทันที แต่ 3 ทีมอันดับ 14-16 ของไทยพรีเมียร์ลีกที่ต้องตกชั้นอาจจะต้องไปเพลย์ออฟเพราะทีมเหล่านี้ถือว่ามาตรฐานดีแล้วจึงจำเป็นต้องประคับประคองมาตรฐานของลีกสูงสุดเอาไว้ก่อน
            “ทีมอันดับ 14-16 ของไทยพรีเมียร์ลีก จะเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 4-6 ของดิวิชั่น 1 เพื่อคัดเอา 2 ทีมไปเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ส่วนอีก 4 ทีมที่ไม่ผ่านเพลย์ออฟก็ต้องลงเล่นมาเล่นดิวิชั่น 1 โดย 4 ทีมที่ต้องตกชั้นจากดิวิชั่น 1 จะตกชั้นไปตามปกติ แต่ทีมจากลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ที่จากเดิมได้สิทธิ์เลือนชั้นขึ้นมา 4 ทีมก็จะเพิ่มเป็น 5 ทีมเพื่อให้ทั้งไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชั่น 1 มี 18 ทีมเท่ากัน” นายกสมาคมฟุตบอล กล่าว