
ชาวปทุมฯผวาคันกั้นน้ำแตกตั้งแนวใหม่
หลายหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สภาพน้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานีรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะ 2 อำเภอที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงงานย่านปทุมธานีมอบเรือและสิ่งของช่วยชาวบ้านริมน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ระดับน้ำเกินระดับกักเก็บแล้ว5เซนติเมตร
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 ต.ค. 53 กองทหารหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกและนายฐานิตย์ น้อยเพ่ง ปลัดจังหวัดนนทบุรี ได้ร่วมกันนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากประชาชนออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาทิ ผ้าอนามัย ถุงดำ อาหารแห้งยารักษาโรคและน้ำดื่ม แก่ชาวบ้านชุมชนวัดตึก ต.บางไผ่ อ.เมือง ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจำนวนกว่า 1200 คน วัดบางโค ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จำนวน 1200 คน และที่สุเหร่าปากคลองลำสาลี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จำนวน 1500 คน
นายฐานิตย์ กล่าวว่า เนื่องจากประชาชนที่มีบ้านเรือนพักอาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาจะได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนทางภาคเหนือและน้ำขึ้นน้ำลงที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงจำเป็นที่ทางจังหวัดต้องนำสิ่งของบรรเทาสาธารณภัยเข้าไปให้ความช่วยเหลือก่อนเพราะได้ผลกระทบอย่างมากในขณะนี้
และเมื่อเวลา 18.00 น.วันเดียวกัน นายรณชัย จิตรวิเศษ นายอำเภอบางกรวยได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงสำรวจความเดือดร้อนพร้อมประกาศเตือนให้ประชาชนเร่งขนย้ายข้าวของหลังมีประกาศเตือนให้ระวังน้ำท่วมหนักในวันที่ 23-26 ตุลาคม จากกรมอุตุนิยมวิทยา กับประชาชนในชุมชนวัดโพธิ์เผือก อ.บางกรวยชึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลงและการปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสัก
จากการลงสำรวจพบว่าประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากทั้งจากการเดินทางสัญจรไปมาไม่สะดวกแล้วยังต้องระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำต่างๆ ร่วมถึงในหลายหมู่บ้านไม่มีไฟส่องสว่างตามทางเดินเท้าที่มีน้ำท่วมขังอยู่ในระดับหัวเข่าทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน
ตนจึงได้สั่งการให้ทางอำเภอเร่งเขามาติดตั้งไฟส่องสว่างตามทางเดินเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งทำสะพานไม้ให้สูงขึ้นจากระดับน้ำที่ท่วมขังอยู่พร้อมทั้งให้นำเรือมาคอยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยที่ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ชาวปทุมฯผวาคันกั้นน้ำแตกตั้งแนวใหม่
เมื่อเวลา 21.30 น. ชาวบ้าน ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ออกมาช่วยกันตั้งแนวกั้นน้ำใหม่ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นข้ามแนวกระสอบทรายไหลข้ามถนนและบางจุดกระสอบทรายเคลื่อนตัวออกทำให้น้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ชั้นในมากขึ้น ปรากฏว่าแค่ครึ่งชั่วโมงมีชาวบ้านเกณฑ์ผู้คนออกมาช่วยกันเกือบ 1,000 คน จนเต็มท้องถนนสายวัดโพธิ์เลือนสถานีสูบน้ำสำแลคลองประปานครหลวง โดยต่างช่วยกันขนกระสอบทรายเรียงตัวเป็นแถวยาวลากกระสอบทรายเสริมแนวกั้นน้ำให้สูงขึ้นไปอีก หลังน้ำขึ้นสูงขึ้นกว่า 30 ซม. จึงทำให้น้ำล้นแนวคันกั้นน้ำตลอดระยะทาง 2 กม.
ชาวบ้านวัดเจดีย์ทองร้องขอเรือเดินทางออกจากบ้านกว่า10วันแล้ว
นายประณต วรรณรักษ์ ผอ.โครงการชลประทานจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ปริมาณน้ำเพิ่มกว่าเดิม เนื่องจากมีการระบายน้ำจากบางไทร ลงแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้ความเร็วการระบายน้ำอยู่ที่ 3,081 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติอยู่ที่ 2.6 เมตร ซึ่งทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่าเมื่อวานนี้ เนื่องจากวันนี้มีการระบายเพิ่มขึ้น
ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมืองและอ.สามโคกต้องรับมือกับปริมาณน้ำที่เข้าท่วมด้วยการกั้นกระสอบทรายเพิ่มอีก วัดและบ้านเรือน ต้องทำทางสะพานไม้เข้าบ้าน ชาวบ้านหลายคนได้รับความเดือดร้อนและเหนื่อยเพราะต้องเฝ้าดูระดับน้ำอยู่ตลอดเวลา เมื่อนำขึ้นก็ต้องเพิ่มชั้นกั้นกระสอบทราย แต่ก็ต้องต่อสู้กับสภาพกันเพราะหากไม่ช่วยกันน้ำก็จะเข้าท่วมบ้านเรือนชั้นในซึ่งความเสียหายก็จะมีมากกว่านี้ อีกทั้งพืชสวน บ่อปลา สัตว์เลี้ยง ก็ต้องได้รับความเสียหาย ขณะนี้ต้องการเรือพายเพื่อนำมาให้พระสงฆ์และชาวบ้านได้ใช้เข้าออก เนื่องจากน้ำเข้าท่วมทางเดินจนต้องลุยน้ำกันและเด็กกับคนชราจะได้ไม่ลำบากเวลาเข้าออก ป้องกันการเกิดโรคที่มาทางน้ำ
ที่ชุมชนหมู่บ้านวัดเจดีย์ทอง ม.1 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ชาวบ้านกว่า 60 หลังคาเรือ ต้องใช้เรือพ่ายแทนในการเดินทางไปขึ้นถนนกว่า 300 เมตร ทำให้ชาวบ้านเหมือนติดเกาะออกไปไหนมาไหนไม่ได้เลย โดยนาง ศรีไพร มณีขาว อายุ 57 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้ขอร้องผู้ว่าปทุมธานีผ่านสื่อ ให้ช่วยนำเรือมาให้ยืมด้วย เพราะทุกวันนี้จะออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาดจะต้องขออาศัยยืมเรือวัดเจดีย์ทองพายเรือออกไปขึ้นถนนรถ แต่ก่อนจะไปยืมเรือต้องลุยน้ำเดินไปที่วัด เพื่อขอยืมเรือกลับมาบ้านค่อยแต่งตัวออกไป ส่วนที่วัดทางวัดได้ทำสะพานไม้จากถนนเดินเข้าวัดได้
ส่วนที่บ้านเลขที่ 26 ม.1 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มี นางสำราญ ลักษณะวารี อายุ 69 ปี และน้องสาว อายุ 67 ปี อยู่บ้านกันสองคน ไม่สามารถออกไปไหนได้ต้องติดอยู่กับบ้านมาหลายสิบวันแล้ว และขอให้ทางการเข้ามาช่วยเหลือแจกสิ่งของมั่ง และเวลาทาง อบต.มาแจกเราสองคนพี่น้อง ก็เดินออกไปไม่ได้เพราะอายุมากแล้วและเดินลุยน้ำไม่ไหว
ด้านนายบวร จับศรทิพย์ นายก อบต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้นำชาวบ้านมาช่วยเสริมคันกั้นน้ำเนื่องจากสภาพน้ำได้สูงกว่าถนนบางจุดกว่า 50 ซม.ทำให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าปทุมธานี ได้มาย้ายมิเตอร์ไฟ ขึ้นสูงที่หน้าวัดโพธิ์เลื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ช่างไฟฟ้าลงเรือถอดมิเตอร์ เพื่อเลื่อนขึ้นสูงอยู่นั้น เรือเกิดถอยห่างออกจากเสาไฟ ทำให้มิเตอร์ที่ถอดออกตกน้ำทำให้ไฟฟ้าช๊อตดูดที่ฝ่ามือช่างติดกับสายไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่อีกหนึ่งคนได้ถีบตัวช่างไฟฟ้าตกน้ำไป และเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาช่วยปั้มหัวใจ จึงทำให้รอดตายได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะนำส่ง รพ.ปทุมธานีต่อไป
โรงงานย่านปทุมธานีมอบเรือและสิ่งของช่วยชาวบ้านริมน้ำ
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่นิคมอุตสาหกรรม ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นางสุพรรณี สามารถกิจ นายกเหล่ากาชาด จ.ปทุมธานี เป็นตัวแทนรับมอบเรือ, ไม้พาเหรดรองของ ,ข้าวของ เครื่องใช้ ,ผ้าอนามัย ,อาหารแห้ง, และขนสิ่งของขึ้นรถบรรทุก จากนายสมัคร ส่องสว่าง ตัวแทนบริษัทฯ ตัวแทนบริษัทฯ ซึ่งเป็นการรวมน้ำใจของตัวแทนบริษัทฯและพนักงานในโรงงาน ร่วมแรงร่วมใจกันซื้อของช่วยชาวบ้านประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี
โดยบรรดาโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 200 โรงงาน ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งด้านหลังของนิคมฯติดกับคลองเปรมประชากร แต่เห็นใจที่บรรดาชาวบ้านที่ประสบภัยต่อสู้และเหน็ดเหนื่อยกับการกั้นน้ำ ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำจึงยังไม่ท่วมเข้าคลองเปรมประชากร และยังไม่เข้าท่วมโรงงานอุตสาหกรรม หากเมื่อไรที่น้ำเข้าท่วมถึง โรงงานคงจะได้รับความเสียหายจำนวนมาก และรู้สึกเห็นใจกับความลำบากของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจนข้าวของเสียหาย
ด้าน นางสุพรรณี สามารถกิจ นายกเหล่ากาชาด จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ทางเหล่ากาชาด จ.ปทุมธานี ได้รับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งขณะนี้มีบรรดาชาวบ้านที่ถูกน้ำเข้าท่วมกว่า 9,000 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 500 เรือน และได้มีการอพยพชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำ 45 หลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในเรื่องเรือ และข้าวของเครื่องใช้ ที่ชาวบ้านต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเรือพาย บรรดาพระสงฆ์ที่วัด
นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ถูกน้ำเข้าท่วมทางเข้า-ออก ระดับน้ำสูงท่วม ต้องเดินลุยน้ำทุกวัน แต่หากปัญหาน้ำท่วมขังเกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องโรคที่มากับน้ำ การใช้เรือพายและการใช้ไม้ทำทางเข้า จึงเป็นเรื่องสำคัญ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเดินลุยน้ำและป้องกันเรื่องโรคเท้าเปื่อยได้ระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตามหากน้ำใจของคนไทยหรือคนปทุมต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี สามารถเข้าช่วยเหลือผ่านทางเหล่ากาชาด จ.ปทุมธานีได้ ซึ่งจะได้ประสานแต่ละพื้นที่นำสิ่งของเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป
ชาวศรีสะเกษซ้ำนาข้าวฝั่งหนึ่งแล้งตายอีกฝั่งน้ำท่วมตาย
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ห้วยยาง ต.เมืองหลวง อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ว่าพื้นที่ 6 หมู่บ้าน 2 ตำบลในเขตพื้นที่อำเภอห้วยทับทันได้รับความเดือดร้อน โดยฝั่งขวาของถนนสาย ห้วยทับทัน - ปรางค์กู่ กม. 4 ประสบปัญหาน้ำจากลำห้วยสำราญไหลเอ่อเข้ามาท่วมนาข้าวเสียหายกว่า 5,000 ไร่ ขณะที่ฝั่งซ้ายของถนน ระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยยาง กลับตื้นเขินต่ำกว่าระดับท่อระบายน้ำที่จะส่งไปยังพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากฝนทิ้งช่วงไม่ตกมาแล้วหลายเดือน ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยแหล่งน้ำดังกล่าวทำการเกษตรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นายประสิทธิ์ ลังอินทร์ ผู้ช่วย ผญบ.บ้านห้วยยาง ม. 13 ต.เมืองหลวง อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า อยากให้ทางจังหวัดหรือรัฐบาลลงมาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะขณะนี้หลายหมู่บ้านใน ต.เมืองหลวง ประสบปัญหาคืออีกฝั่งหนึ่งของถนนน้ำท่วมนาข้าว อีกฝั่งหนึ่งฝนแล้ง ซึ่งปัญหาลักษณะนี้เพิ่งเกิดขึ้นปีนี้ โดยทุกปีแม้จะแล้งแต่ก็ไม่แล้งมาก ปีนี้แล้งหนักมากจนข้าวตายหมด ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งทำสวนผัก สวนพริกน้ำก็ท่วม นาข้าวอีกครึ่งหนึ่งที่อยู่อีกฝั่งก็ถูกน้ำท่วมหมด ถ้าไม่มีการเร่งระบายน้ำออกภายใน 7 วันข้าวคงจะเสียหาย ขณะที่นาข้าวอีกฝั่งก็เจอฝนแล้ง อยากให้ทางราชการลงมาช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับชาวบ้านด้วย
นายสุเทพ อินทนิล ชาวบ้านห้วยทับทัน ต.ห้วยทับทัน อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ปกติอ่างเก็บน้ำห้วยยางนี้ระดับน้ำจะสูงมาก โดยน้ำจาก ต.เมืองหลวงจะไหลเข้ามาในอ่างเก็บน้ำแต่ปีนี้ฝนไม่ตกสักครั้ง ทำให้น้ำเหลือน้อย จนชาวบ้านต้องช่วยกันทำกาลักน้ำ เพื่อเอาน้ำจากอีกฝั่งของถนนเข้ามาเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ขณะที่อีกฝั่งถนนน้ำจากลำห้วยสำราญดันเข้ามา แต่ไม่สามารถไหลเข้ามาในอ่างได้เพราะมีถนนกั้นส่งผลให้นาข้าวถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหลายพันไร่
นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกปีที่ผ่านมาชาวบ้านจะอาศัยอ่างเก็บน้ำห้วยยางนี้จัดงานลอยกระทง และบุญแข่งเรือ ซึ่งจะจัดยิ่งใหญ่มาก แต่ปีนี้เหลือเวลาแค่เพียงเดือนเดียวก็จะถึงวันงานแล้ว แต่น้ำในอ่างกลับเหลือน้อยเต็มที ชาวบ้านกลัวว่าจะไม่มีน้ำลอยกระทง และแข่งเรือ จึงได้ช่วยกันทำกาลักน้ำเอาน้ำจากอีกฝั่งเติมเข้ามาในอ่าง ซึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก ส.จ. อธิคม เจ็งตระกูล นำเครื่องสูบน้ำและช่วยเหลือค่าน้ำมันในการสูบน้ำ แต่เนื่องจากมีเพียงเครื่องเดียวสามารถสูบน้ำเข้าสูงขึ้นเพียงวันละ 10 ซ.ม.เท่านั้นจึงอยากให้ทางจังหวัดสนับสนุนเครื่องสูบน้ำมาเพิ่มอีกเพื่อจะได้ระบายน้ำจากอีกฝั่งที่ท่วมนาข้าวเข้ามาเติมในอ่างเก็บน้ำที่กำลังแห้งขอดและจะได้ระบายออกไปยังนาข้าวชาวบ้านที่ประสบปัญหาฝนแล้งมาหลายเดือนแล้ว
ทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่าพื้นที่นี้ฝนตกครั้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือน ต.ค. 53 ซึ่งตกไม่หนักมาก และน้ำที่ท่วมนาข้าวชาวบ้านเสียหายกว่า 5,000 ไร่นั้นไม่ใช่น้ำฝนที่ตกลงมาใหม่ แต่เป็นน้ำที่ไหลเอ่อมาจากจ.นครราชสีมา และไหลเข้ามาหนุนลำห้วยสำราญจึงเอ่อท่วมนาข้าวชาวบ้านเสียหาย ขณะเดียวกันหากไม่สามารถนำน้ำเข้ามาเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยยางได้ ชาวบ้าน 4 หมู่บ้านประกอบด้วย บ.ห้วยยาง บ.หนองสะมอน บ.โต๊ะ และ บ.อ้อ ต.เมืองหลวง ที่อาศัยสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำนี้ผลิตน้ำประปาจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคด้วย
เขื่อนอุบลรัตน์ระดับน้ำเกินระดับกักเก็บแล้ว5เซนติเมตร
นายทรงยศ เจิดนภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เกินระดับกักเก็บไปแล้วถึง 5 เซนติเมตร ซึ่งระดับน้ำปกติที่กักเก็บสูงสุดอยู่ที่ 181.95 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,431.30 ล้าน ลบ.ม. แต่ขณะนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 182.05 เมตรมีปริมาณน้ำ 2,411.41 ล้าน ลบ.ม.
นายทรงยศ กล่าวว่า ปัจจุบันมีน้ำไหลเข้าอ่าง 124.54 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเกินระดับกักเก็บไปแล้ว ทำให้ทางเขื่อนมีความจำเป็นต้องปล่อยน้ำบางส่วนออกโดยได้เปิดประตูระบายน้ำ 2บานสำหรับระบายน้ำเกินออกจากเขื่อน เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำล้นเกินระดับกักเก็บ น้ำที่ระบายมาจากชัยภูมิไม่ส่งผลโดยตรง และหากไม่มีฝนตกลงมาอีกก็จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีน้ำเข้าท่วมพื้นที่ของชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งลำน้ำพอง นอกจากนี้กำชับให้พนักงานตรวจสอบตัวเขื่อนตลอดเวลา และเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง



