
โรงแรมหรูโอดขอร่วมวงกู้เงินรัฐ ชี้ไม่ช่วยเลิกจ้างพุ่ง-เล็งหั่นราคากระตุ้นอีกรอบ
สมาคมโรงแรมไทยร้องรัฐปรับเงื่อนไขเงินกู้ โอดโรงแรมหรูตกที่นั่งลำบากเช่นกัน หากไม่ช่วยคนตกงานจำนวนมาก เตรียมจัดงานแฟร์หั่นราคากระตุ้นอีกรอบเดือนสิงหาคมนี้
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลในการขอภาครัฐพิจารณาขยายวงเงินกู้จาก 2,000 ล้านบาท และปรับปรุงเงื่อนไขทุนจดทะเบียนสำหรับผู้กู้เป็นไม่จำกัดจำนวนสินทรัพย์ ในวงเงินกู้ 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเจ้าของโรงแรมระดับ 4-5 ดาว หลังจากที่ผ่านมารัฐบาลเน้นช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลางและเล็ก ที่มีสินทรัพย์ไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท ในวงเงินกู้ 50 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าหากรัฐบาลขยายวงเงินกู้และเปลี่ยนเงื่อนไข จะมีผู้ประกอบการเจ้าของโรงแรม 4-5 ดาว มายื่นขอกู้ไม่น้อยกว่า 100 รายแน่นอน
“โรงแรมระดับ 4-5 ดาว มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะมีการลงทุนสูง จ้างแรงงานจำนวนมาก ถ้าได้รับผลกระทบ และไม่มีความช่วยเหลือ อาจมีการเลิกจ้างเกิดขึ้นจำนวนมาก หรือหากเลวร้ายอาจต้องขายกิจการ โดยการขยายวงเงินกู้ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงคาดว่าจะเหยียบหมื่นล้านบาท” นายประกิจกล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อกระตุ้นรายได้ด้านการท่องเที่ยวทั้งอุตสาหกรรม ทางสมาคมฯ มีแผนจะจัดงานท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย หรือ เฟสต้า ซึ่งประกอบด้วยสมาคมด้านท่องเที่ยว 8 สมาคมสำคัญ เตรียมจัดงานแฟร์ขนาดใหญ่ จำนวน 2 พันบูธ สำหรับผู้บริโภค โดยหั่นราคาค่าสินค้าและบริการท่องเที่ยวลง ไม่น้อยกว่า 50-80% ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้
นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองหลักสูตรการฝึกอบรมภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักสูตรอบรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการชะลอเลิกจ้างในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 24 บริษัท มีแรงงานที่จะเข้ารับการอบรมประมาณ 7,000 คน ซึ่งเดิมอุตสาหกรรมดังกล่าวมีผู้ประกอบการที่ต้องการส่งแรงงานมาอบรม 106 บริษัท มีแรงงาน 15,000 หมื่นคน แต่มีผู้ประกอบการที่ส่งข้อมูลมาครบเพียง 24 ราย
ทั้งนี้ ภาครัฐต้องการหลักฐานการเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งภาครัฐต้องการข้อมูลทางการเงินเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ภายในวันที่ 9 เมษายน 2552 ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แจ้งชื่อมาทั้งหมด 75,000 หมื่นคน ส่วนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลมาให้



