
"ด.ต.หมาน"นักร้องเพื่อชีวิตลำนำเพลง..เพื่อคนยากไร้
"...ข้าเจ้าเป๋นสาวเชียงใหม่ แฮมบ่อเต้าใดก็จะเป็นสาวแล้ว ตึงวันมีบ่าวมาแอ่ว มาอู้มาแซว เป็นคนหละปูน..." บทเพลง "สาวเชียงใหม่" ของ จรัล มโนเพ็ชร คีตกวีแห่งล้านนา ดั่งแว่วอยู่บริเวณลานคนเมืองของถนนคนเดิน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ต้นเสียงนุ่มๆ ทุ่มๆ คล้ายเสียงศิลป
แต่กลับเป็นตำรวจในเครื่องแบบเต็มยศ พร้อมสวมหมวกตำรวจที่บ่งบอกถึงสังกัดอย่างชัดเจน มือถือกีต้าร์ ปากร้องเพลง เพื่อขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือคนยากไร้ สร้างความสนใจให้บรรดานักท่องเที่ยวที่มาเดินทอดน่องในยามเย็น ต่างห้อล้อมตั้งใจฟังเพลง พร้อมทั้งควักเงินเหรียญ เงินแบงก์ หย่อนลงกล่องกันอย่างอิ่มอกอิ่มใจ
เกือบปีแล้วที่ ด.ต.สิมานนท์ โพธิสุวรรณ หรือ "ลุงดาบหมาน" ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจภูธรปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยึดลานคนเมืองเปิดหมวกร้องเพลงจนได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ด้วยการคัดสรรบทเพลงยอดนิยมทุกแนวเพลงทั้ง เพื่อชีวิต ลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงสากล แต่ที่นิยมสุดๆ ก็จะเป็นเพลงแนวล้านนา อย่างสาวเชียงใหม่ และเพลงเพื่อชีวิตที่มีเนื้อหาดีๆ เช่น กำลังใจ คนเก็บฟืน เก็บตะวัน ลุงขี้เมา ฯลฯ ตลอดจนเพลงสากลเก่าอย่าง stoney และ love me tender ก็ถูกนำมาขับกล่อมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจนถูกอกถูกใจ มาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเต็มไปหมด สร้างกำลังใจและกำลังเงินอย่างล้นหลาม แต่เงินบริจาคเหล่านี้ถูกนำไปมอบให้ผู้ที่ขาดแคลนยากไร้ทุกบาททุกสตางค์เลยทีเดียว
"ไม่ใช่ว่าผมรวยนะ แต่ผมมีพร้อมทุกอย่างแล้ว จึงอยากคิดจะช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ด้วยความที่ผมเป็นคนอัธยาศัยดี ทำให้ชาวบ้านรู้จักหมด เวลาใครมีเรื่องเดือดร้อนก็มาบอก ผมก็จะนำเงินไปมอบให้เขา คือทำแล้วให้เรามีความสุขนะ ผมว่าน่าจะพอเพียงแล้ว บางทีก็ไม่ได้ไปติดตามดูหรอกว่าเขาจะเอาเงินที่เราให้ไปใช้ทำอะไรบ้าง" ลุงดาบหมานบอก
เริ่มแรก ลุงดาบหมาน เพียงทำหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังแห่งนี้ เวลาว่างก็คอยดูแลช่วยเหลือศิลปินที่มาเปิดหมวก ด้วยการเป็นลูกคู่ ช่วยร้องเพลง แต่พอเริ่มมองเห็นช่องทางรายได้ที่พอจะนำเงินไปช่วยเหลือคนอื่นตามความฝัน จวบจนวันที่ 24 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ลุงดาบหมาน เริ่มฉายเดี่ยวหารายได้พิเศษด้วยตัวเอง แม้ว่าจะออกตัวว่าร้องเพลงไม่เก่งก็ตาม แต่เมื่อเจตนาดีที่จะนำเงินไปช่วยเหลือคนอื่นบทเพลงของเขาก็ไพเราะเสนาะใจโดยปริยาย (อิอิ)
"ผมก็พอจะเล่นกีต้าร์เป็นบ้างอยู่แล้ว มีอุปกรณ์เลยมาลองทำดู ก็บอกนักท่องเที่ยวว่าร้องไม่เก่งนะ แต่เรามาด้วยจิตอาสาให้ทุนเด็กกำพร้าบ้าง ช่วยเหลือคนแก่ที่ไม่สบายบ้าง มีเพื่อนๆ คนรู้จัก ที่ขึ้นไปบนดอยบ่อยๆ ก็จะมาบอกว่า บนดอยขาดเหลืออะไรก็จะมาให้ช่วย ผมก็ช่วยเขา ผมช่วยหมดทั้งวัด โรงเรียน โรงพักด้วยกันยังมีเลย" ด.ต.สิมานนท์เล่าด้วยความภูมิใจ
ส่วนรายได้จากการเปิดหมวกของดาบตำรวจนายนี้ แม้จะไม่แน่นอน บางวันก็แค่ 200-300 บาท แต่บางวันก็เคยได้มากสุดถึง 12,900 บาท เมื่อนับรวมๆ ตั้งแต่ที่เปิดหมวกมาจนถึงตอนนี้ก็ร่วมๆ 4 แสนบาทแล้ว ช่วงแรกๆ ก็จะนำเงินที่ได้ ไปซื้อของ ซื้ออาหารให้เด็กบนดอย เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กบ้าง ช่วยสร้างโบสถ์ สร้างห้องพิเศษให้โรงพยาบาล และล่าสุดซื้อคอมพิวเตอร์ให้แก่เด็กตามโรงเรียนต่างๆ ที่ขาดแคลน ตอนนี้มียอดสั่งคอมพิวเตอร์เกือบ 10 เครื่องก็ต้องทำตามคิวที่ขอมา แต่ก็ต้องดูอีกว่านักท่องเที่ยวเยอะหรือไม่ ตอนนี้ยอดที่ขอไว้ร่วมๆ 3 แสนบาทแล้ว
"คอมพิวเตอร์ที่จะเลือกซื้อไปให้ตามโรงเรียนต่างๆ นั้น ผมจะย้ำกับคนที่ไปซื้อว่า ช่วยเลือกคอมพิวเตอร์ที่คุณภาพดีๆ หน่อย จะได้ใช้กันนานๆ" ด.ต.สิมานนท์บอกถึงความตั้งใจ
เมื่อสอบถามถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ คิดว่าเป็นภาระหรือสร้างแรงกดดันในชีวิตหรือไม่ ด.ต.สิมานนท์ตอบทันทีว่า ทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่มีแรงกดดัน แต่ทำให้เต็มกำลังความสามารถของเรา ก็คิดว่าเพียงพอแล้ว
"ผมเหลือเวลาอีก 3 ปีก็จะเกษียณแล้ว แม้ว่าจะเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย แต่ก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จในอาชีพราชการแล้ว เพราะลูกๆ ก็โตกันหมดแล้ว มีงานดีๆ ทำ ตอนนี้ผมใช้ชีวิตกับคู่ชีวิตกันเพียงแต่ลำพังสองคนตายาย เวลาที่เหลือก็คิดอยากที่จะตอบแทนแผ่นดินบ้าง" ดาบตำรวจนักดนตรีใจบุญบอก
"...ช่วยเหลือผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่วมสานฝันซื้อคอมพิวเตอร์ให้เด็กดอย 16 เครื่อง (รับบริจาคคอมพ์เก่า, เสื้อผ้าเก่า) computer for chlidren...ตามจิตศรัทธา...." หลากหลายข้อความหน้ากล่องรับบริจาคที่เขียนด้วยปากกาเคมีลายมือหวัดๆ ของ ด.ต.สิมานนท์ จะหมุนเวียนเปลี่ยนข้อความไปเรื่อยๆ ล่าสุด...ป้ายหน้ากล่องรับบริจาคถูกเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์น้ำท่วม ด้วยการขอรับบริจาค "ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม" แทนแล้ว



