
"หน้าที่ต้องมาก่อนครอบครัว"
หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลทะลักเข้าท่วมหลายจังหวัด โดยเฉพาะ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากอยู่ใกล้เขื่อนลำตะคอง อ.ปักธงชัย ธารน้ำป่าทะลักเข้ามาท่วมบ้านเรือนจนทำให้เมืองปักธงชัยกลายเป็นทะเลในพริบตา ท
กองทัพภาคที่ 2 จึงส่งกำลังกว่า 2,000 นาย ไปช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน หนึ่งในนั้น คือ จ.ส.อ.สามารถ พิชิตวิปู พลขับแห่งมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ด้วย
ภายใน 24 ชั่วโมง จ.ส.อ.สามารถ ถูกเรียกตัวมาประจำการเมื่อเย็นวันที่ 16 ตุลาคม เขาทำหน้าที่ขับรถหกล้อเพื่อนำอาหารไปแจกจ่าย รวมถึงรับส่งชาวบ้านที่ต้องการเดินทางออกมารับของบริจาค ตั้งแต่บริเวณหน้าที่ทำการไฟฟ้าอำเภอปักธงชัย ไปสิ้นสุดที่บริเวณหน้าที่ทำการอำเภอปักธงชัย รวมระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
ตลอดสัปดาห์ภารกิจของ จ.ส.อ.สามารถ จะเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมกับแสงพระอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นมาเหนือขอบฟ้าและจะดับเครื่องลงพร้อมกับพระอาทิตย์ลับแนวขอบทิวเขา เขายอมรับว่า มันไม่ง่ายเลยที่ต้องขับรถฝ่ากระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ที่มีความสูงอยู่ระดับเอว ระยะทางเพียงแค่ 2 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาการเดินทางถึง 30 นาที เพราะต้องขับอยู่ในระดับความเร็วที่ 10-20 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น
"ผมถูกเรียกรวมพลภายใน 1 ชั่วโมงพร้อมกับเพื่อนๆ อีก 9 คนให้มารับภารกิจนี้ มีชุดมาเพียง 2 ชุด พอตกค่ำก็จอดรถอยู่ที่หัวถนน โชคดีหน่อยรถรุ่นนี้มีแคปด้านหลังสามารถอาศัยเป็นที่หลับนอนได้ ไม่ต้องลงไปกางเต็นท์ สำหรับความยากลำบากของการขับรถในสถานการณ์แบบนี้ เริ่มตั้งแต่พลขับไม่สามารถที่จะมองเห็นพื้นผิวถนนว่าเป็นอย่างไร จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก และที่สำคัญยานพาหนะนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ขับในน้ำ ล่าสุดมีรถที่ใช้ในภารกิจต้องเสียหายเนื่องจากน้ำเข้าเครื่องยนต์ 1-2 คันแล้ว" จ.ส.อ.สามารถ บอกด้วยสีหน้าอิดโรย
ระหว่างการพูดคุย โทรศัพท์ของ จ.ส.อ.สามารถ ดังขึ้นบ่อยครั้ง แม้เมื่อวางสายแล้วแต่สายตายังบ่งบอกถึงความกังวลใจบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้ปริปากเล่าความ เมื่อสอบถามถึงได้ความว่า ครอบครัวของ จ.ส.อ.สามารถ พื้นเพเป็นคน อ.ปักธงชัย อยู่ห่างไกลจากจุดที่มาประจำอยู่นิดหน่อย ที่สำคัญที่บ้านก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน แต่ด้วยภาระหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ จึงไม่สามารถกลับไปดูแลครอบครัวที่ต้องเผชิญวิกฤติน้ำท่วมโดยขาดหัวหน้าครอบครัว
"ผมจะคอยให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ว่าจะทำอย่างไร ส่วนผมต้องรับภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วงไปเสียก่อน คือ หน้าที่ต้องมาก่อนครอบครัว" จ.ส.อ.สามารถ บอกอย่างหนักแน่น
พลขับหัวใจสิงห์ผู้นี้ จึงต้องแบกภารกิจรั้วของชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องคอยให้คำปรึกษาครอบครัวว่าจะช่วยเหลือเอาตัวรอดจากวิกฤตินี้ และให้กำลังใจครอบครัวต่อสู้วิกฤติเพียงลำพังก่อน ด้วยเกียรติของทหารกล้าหน้าที่ต้องมาก่อนครอบครัว !!



