
ถนนลำปาง-เชียงใหม่ขาเข้าลำปางใช้ได้แล้ว
แขวงการทางลำปาง เปิดช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 11 ลำปาง-เชียงใหม่ ช่วงขาเข้าจังหวัดลำปางแล้ว หลังใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงเคลียร์ดินโคลนและหินที่ถล่มปิดเส้นทาง แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อ บีโอไอเตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอไอเอสรวมใจบรรเทาภัยโคราช
(22ต.ค.) นายวิชญ วีระขจร ผู้อำนวยการแขวงการทางลำปาง เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่แขวงการทางลำปาง นำเครื่องจักรกลหนักเร่งเปิดเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายลำปาง - เชียงใหม่ ขาเข้าจังหวัดลำปาง บริเวณถนนหลักกิโลเมตรที่ 29 เขต ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ก่อนถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย นานกว่า 6 ชั่วโมง เนื่องจากหิน และดิน เป็นจำนวนมากถล่มลงมาปิดทับเส้นทาง เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้เจ้าหน้าที่ต้องปิดช่องทางดังกล่าวและให้รถทุกชนิดเลี่ยงไปใช้ในช่องการจราจรขาออกจังหวัดลำปางแทน
ล่าสุดขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องจักรกลหนักตักดินโคลนและหินที่ถล่มลงมาปิดทับเส้นทางออกหมดแล้ว และล้างถนนทำความสะอาดจนเรียบร้อบแล้ว พร้อมเปิดเส้นทางให้ประชาชนใช้งานได้ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่ยัวต้องเฝ้าระวังต่อไป เพราะหากเกิดฝนตกหนักอีก อาจทำให้หิน และดินจากภูเขาถล่มตัวลงมาอีกได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นจุดที่อันตรายอย่างมาก เพราะเป็นทางโค้งลงเขา หากเกิดหิน และดินถล่มลงมาทอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรได้
พ่อเมืองสมุทรสงครามสั่งเตรียมพร้อม24ชั่วโมง
นายประภาศ บุญยินดี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ที่มีน้ำท่วมในพื้นที้หลายจังหวัด จังหวัดสมุทรสงครามได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้ติดตามประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน และได้ติดตามเรื่อง ร่องมรสุมกำลังแรงยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งได้ในระยะนี้
ในการนี้จังหวัดสมุทรสงครามได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการบริหารจัดการลุ่มน้ำ แจ้งเตือนประชาชนซักซ้อมแผนรองรับเหตุการณ์ เตรียมสถานที่ปลอดภัย เพื่อเป็นจุดรวมพล อีกทั้งได้มอบหมายเจ้าหน้าที่อยู่เวรเฝ้าระวังเป็นพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุ สาธารณภัยในพื้นที่ให้รายงานเหตุด่วนสาธารณภัยให้จังหวัดสมุทรสงครามทราบ ที่โทรศัพท์/โทรสารหมายเลข 034 - 715835-8 ทันที
บีโอไอเตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการ
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ภาคกลางบางพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาค 2 จ.นครราชสีมา (บีโอไอโคราช) เร่งรวบรวมข้อมูลผลกระทบของผู้ประกอบการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างรวม 8 จังหวัด เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือต่อไป
ทั้งนี้ในเบื้องต้น พบว่า ช่วง 1-2 วันที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทั้ง อ.ปากช่อง อ.สูงเนิน อ.สีคิ้ว และอ.เมือง ซึ่งมีผู้ประกอบการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ และบริษัทในเครือ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนโลหะต่างๆ ได้รับผลกระทบแล้ว โดยส่วนใหญ่ประสบปัญหาเครื่องจักร วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ ได้รับความเสียหายจากปริมาณน้ำท่วมโรงงาน ถูกตัดน้ำ-ไฟ ระบบขนส่งโลจิสติกส์มีปัญหา รวมถึงผลจากพนักงานไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติ
“ขณะนี้บีโอไอโคราชได้มีการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้นของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบไว้บ้างแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ และผู้ประกอบการสามารถสำรวจความเสียหายได้ชัดเจนมากขึ้น บีโอไอโคราช จะเร่งเข้าไปประเมินผลกระทบของผู้ประกอบการอีกครั้ง เพื่อรวบรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นสำหรับหาแนวทางความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริงต่อไป”นางอรรชกา กล่าว
เอไอเอสรวมใจบรรเทาภัยน้ำท่วมโคราช
จากวิกฤติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง 15 อำเภอในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาถูกประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายและได้รับความเดือดร้อนในวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้
นายอุดมศักดิ์ โสมคำ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จึงได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในรูปแบบต่างๆทั้งการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่และหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ เช่น กองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพในโครงการเอไอเอส รวมใจบรรเทาภัยน้ำท่วม ซึ่งบรรจุอาหารแห้ง น้ำดื่ม และของใช้ที่จำเป็น นำไปส่งมอบให้แก่กองทัพภาคที่ 2 และสื่อมวลชนที่เป็นสื่อกลางให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
“เอไอเอส ได้ร่วมกับขบวนคาราวานของกองทัพภาคที่ 2 นำถุงยังชีพ จำนวน 300 ถุง พร้อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอสเข้าไปให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนเดือดร้อน เพื่อใช้โทร.ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้อง ฟรี โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ รวมทั้งได้มอบซิมการ์ดพร้อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกองทหารพัฒนา กองทัพภาคที่ 2 เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตลอดจนได้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกในการให้บริการโทรศัพท์มือถือฟรีแก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 3 จุดคือ บริเวณจุดอำนวยการทางเข้าอำเภอปักธงชัย และแยกทางเข้าบ้านประโดก และปากทางเข้าโรงพยาบาลมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทำอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย ณ แยกประโดก นอกจากนี้ เอไอเอสยังได้มอบถุงยังชีพผ่านครอบครัวข่าว 3 จำนวน 500 ถุง และมอบผ่านโครงการกองทัพบก โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่วยภัยน้ำท่วม อีกจำนวน 200 ถุง เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่อำเภอต่างๆของจังหวัดนครราชสีมา โดยเอไอเอสหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การให้ความช่วยเหลือดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ทางหนึ่ง
สำหรับสถานการณ์ด้านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอสในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก โดยที่นครราชสีมามีเพียง 3 สถานีฐาน ซึ่งทางวิศวกรกำลังรีบดำเนินการซ่อมแซม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีไฟฟ้าเข้าไปใช้ในระบบการทำงานของสถานีฐาน เนื่องจากการไฟฟ้าฯ ต้องตัดกระแสไฟเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในเขตที่มีน้ำท่วมค่อนข้างสูง ซึ่งเอไอเอสเองได้มีการใช้เครื่องปั่นไฟเพื่อสร้างไฟฟ้าสำรองในสถานีฐานที่น้ำท่วมไม่สูงมากนัก และใช้รถสถานีฐานผ่านดาวเทียมเคลื่นที่ หรืออย่างในสถานีฐานซึ่งมีน้ำท่วมขัง เช่น โรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ เอไอเอสก็ได้สวิตซ์มาใช้สถานีฐานข้างเคียงเพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานในช่วงนี้ได้อย่างไม่ติดขัด ส่งผลให้ภาพรวมเครือข่ายเอไอเอสเกือบทั้งหมดใช้งานได้ปกติ” นายอุดมศักดิ์ โสมคำ กล่าว



