
ธีระรับระบบจัดการน้ำอัมพาตอีก3วันท่วมกรุง
"ธีระ"ยอมรับระบบบริหารจัดการน้ำเป็นอัมพาตปล่อยน้ำเหนือถล่มกรุงเทพฯอีก 3 วัน เตือนด่วนเร่งอพยพคนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ กทม.จี้ผู้ว่าทุกจังหวัดตลอดลุ่มน้ำเจ้าพระยาเร่งเสริมคันกั้นน้ำอีก2 เมตร ห่วงเกาะเกร็ด จะท่วมมิดหลังคาบ้าน น้ำมากถึงครึ่งองค์พระเจดีย์เพราะ
(22ตค.)นายธีระ วงศ์สุมทร รมว.กระทรวงเกษตรฯ แถลงข่าวด่วนพร้อมด้วยนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน ถึงสถานการณ์น้ำเหนือที่จะไหลเข้ากรุงเทพฯว่า ปริมาณน้ำในขณะที่ อยู่ในระดับวิกฤติหนักทุกลำน้ำ ทั้งลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิง ที่จากเดิมกรมชลประทานคาดว่าจะสามารถรับมือกับปริมาณน้ำเหนือที่มาก่อนหน้าได้ แต่จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักเมื่อวันที่ 19-20 ต.ค.ที่จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และต่อมาเมื่อคืนวันที่ 20 -21 ก็เกิดฝนตกหนักในจ.แม่ฮ่องสอน และปัจจุบันยังตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำที่นครสวรรค์ที่จะที่บ่าลงมาสู่แม่น้ำเจ้พระยาอยู่ในระดับ 2,580 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้งประมาณน้ำที่ผ่านเขื่อนเข้าพระยาอีก 2,800 ลบ.ม.ต่อวินาที ประกอบกับมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ออกมาสมทบอีก 500 ลบ.ม.
โดยขณะนี้ปริมาณน้ำที่บางไทรอยู่ที่ 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาทีทำให้พื้นที่ของฝั่งเจ้าพระยาได้รับผลกระทบไปแล้ว ทั้งนี้ ยังมีน้ำในลำน้ำและแม่น้ำต่า งๆ ทั้งสองฝั่งเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำสะสมเกินกว่าที่จะบริหารจัดการทำให้ไม่สามารถตัดยอดน้ำช่วยแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีก เพราะในระบบคูลอง ของระบบชลประทานมีน้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่และลุ่มเจ้าพระยาจนเต็มไปทั้งระบบแล้วทำให้การจราจรน้ำเป็นอัมพาต ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ร้ายแรงที่สุดของเจ้าพระยา ระบบระบายน้ำออกเป็นอัมพาตทั้งหมด
ดังนั้นปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลเข้ากทม.จากนครสวรรค์จะมาถึงกทม.ในสามวันข้างหน้า ทำให้ปริมาณน้ำดังกล่าวจะมาชนกับวันที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด จึงคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำมีการยกตัวสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งได้สั่งการให้วอร์รูมกรมชลประทานที่ตั้งขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเป็นพิเศษ จัดแถลงข่าวทุกวันเวลา 10.00 น.ที่กรมชลประทานรวมทั้งรายงานความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เป็นระยะ
คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน อ.บางไทร จ.อยุธยาจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านที่ 4,000-4,100 ลบ.ม.ต่อวินาที และใช้การเดินทางมาถึงกทม.ประมาณ ครึ่งชั่วโมง มาสมทบกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุดในวันที่ 27 ต.ค. ในเวลา 18.00 ของวันที่ 27 ต.ค. และลดระดับในเวลา 06.00 ของวันที่ 28 ต.ค. ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้ระดับน้ำจะยกตัวสูงขึ้นกว่าคันน้ำของกทม. เกือบ 1 เมตร เพราะฉะนั้นกทม.จะเสริมคันกั้นน้ำให้มากกว่าระดับเดิมที่ 2.5 เมตร เพื่อให้เกิดความมั่นคงสูงสุด
จากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างเพราะฉะนั้นขอเตือนกทม.ให้เตือนประชาชนขนของมีค่าขึ้นที่สูงและถ้าเป็นไปได้ควรอพยพประชาชนที่มีบ้านเรือนนอกคันกั้นน้ำของกทม.ออกจากพื้นที่ ในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะเราไม่มั่นใจว่าพนังกั้นน้ำ หรือกระสอบทรายที่ทำกันไว้ เอาเข้าจริงจะรับไหวหรือไม่ เพราะขนาดพนังกั้นน้ำที่แควตากแดดที่สุพรรณ ของกรมชลฯยังรับไม่ไหว พังแล้ววันนี้ และในพื้นที่ฟันหลอของกทม.ที่ประกาศนั้นก็ให้ตรวจสอบความมั่นคงเพื่อป้องกันน้ำเข้าชั้นใน เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันดังกล่าวจะมีฝนตกในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นในเมืองจะอัมพาตด้วย เพราะเอาน้ำออกยาก
ในขณะที่จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำก่อนนี้ ตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรมชลฯได้แจ้งให้เสริมคั้นกั้นน้ำเพิ่มไม่น้อยกว่า 2 เมตร หากพื้นที่ใดไม่มีพนังกั้นน้ำก็ควรเสริมให้มากกว่า 3-4 เมตร ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิไม่มีปัญหาเพราะขณะนี้โครงการระบายน้ำสุวรรณภูมิเสร็จแล้วสามารถเข้ามาแก้ไขปัญนี้ได้
ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งนั้นที่ผ่านมามีการศึกษาทุกครั้งว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร แต่ปัญหาที่พบคือเมื่อศึกษาเสร็จ มีโครงการแล้ว ไม่มีเงินทำ หรือบางโครงการประชาชนไม่เอา เป็นต้น ในครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนทั้งประเทศและหยิบมาพิจารณากันจริงระดับชาติ เช่น โครงการขุดคลองเจ้าพระยาสอง การพัฒนาแม่น้ำท่าจีน ในช่วงกระเพาะหมูจะทำอย่างไร ซึ่งทั้งหมดต้องมาคุยกัน
"จากปริมาณน้ำดังกล่าว ยังยืนยันกระทรวงเกษตรฯไม่มีนโยบายผันน้ำเข้าทุ่งเจ้าพระยาตะวันตกเหมือนในปี 49 อย่างแน่นอน ยังไม่อยู่ในความคิด เพราะเสียหายมาก ยกเว้นพนังกั้นน้ำมันเองก็เป็นอีกเรื่อง เราคุมไม่ได้ แต่จะไม่มีนโยบายอย่างนั้น แต่ถ้าจะต้องมี ผมยืนยันว่าผมจะดูแลเกษตรกรให้ดีที่สุด จะเอาแนวการช่วยเหลือของปี 49 มาดูแล “ นายธีระกล่าว
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ากทม.ใน อ.บางไทร น้อยกว่าในปี 49 ที่มีมากถึง 5 ,960 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ขณะนั้นเนื่องจากระบบระบายของฝั่งเจ้าพระยาตะวันออกและตก ไม่มีปัญหาทำให้สามารถระบายน้ำผ่านระบบดังกล่าว ลดยอดน้ำที่จะประดังเข้ากทม.ได้ในระดับที่ไม่วิกฤติ แต่ขณะนี้ ทั้งหมดใช้ไม่ได้แล้ว เขื่อนป่าสักเต็มน้ำทั้งหมดที่เข้าเขื่อนและเกินความจุของเขื่อนไปอยู่ที่ 121% ทำให้ต้องระบายออกมาวันละ 112ล้าน ลบ.ม. ก็ล้นออกมาคุมไม่ได้แล้ว
ส่วนเขื่อนกระเสียวก็เต็ม ทำให้แม่น้ำสุพรรณ และแม่น้ำท่าจีนต้องรับภาระในการระบายน้ำจากเขื่อนกระเสียวเพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้ใช้ในการตัดยอดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำทั้งหมดเข้ากทม.มากเป็นประวัติการณ์ลบสถิติทุกปี ตนเป็นห่วงประชาชนที่นอกคันกั้นน้ำจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะเกาะเกร็ด ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้แจ้งเตือนให้ทำคันกั้นน้ำรอบเกะ แต่ อบต.บอกว่าบดบังทัศนีย์ภาพ ซึ่งขอเตือนว่าจะถูกน้ำท่วมเกือบมิดหลังคาบ้าน จะมีปริมาณน้ำขึ้นสูงเกือบครึ่งองค์เจดีย์ เกาะเกร็ด ถือว่าเป็นจุดล่อแหลมมากที่จะเกิดความเสียหาย
“การคาดการณ์และการวางแผนเพื่อรับมือน้ำใช้ไม่ได้เลย ต้องปรับใหม่ทั้งหมดเพราะสถานการณ์น้ำฝนในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความผิดปกติมาก สูงสุดในรอบ 30 ปี แม้แต่กรมอุตุฯก็รับว่าคาดไม่ถึง เพราะเนื่องจากไม่มีมรสุมหรือพายุเข้ามาแต่ร่องความกดอากาศต่ำเท่านั้น ซึ่งปกติเมื่อร่องความกดอากาศต่ำลงมา เข้าจะมีทำให้อากาศหนาว ฝนทิ้งช่วงแล้ว แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นไปตามที่คาดและมีฝนตกท้ายเขื่อนภูมิพลจำนวนมากที่มาซ้ำเติมสถานการณ์ ให้หนักขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำที่จะเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลฯได้ทำหนังสือไปเขื่อนสิริกิติ์ของการไฟฟ้าให้ลดระดับการปล่อยน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงให้เหลือวันละ 1 ล้าน ลบ.ม. และสั่งเขื่อนแควน้อยงดระบายน้ำ รวมทั้งให้ดึงน้ำเข้าบึงบอระเพ็ดจำนวนหนึ่ง เพื่อลดระดับน้ำจากลุ่มแม่น้ำน่านที่จะไหลลงมาสมทบแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามหลังน้ำทะเลเลิกหนุนระดับน้ำในเจ้าพระยาจะเข้าภาวะปกติใน 1 สัปดาห์ถ้าไม่มีในตกเพิ่ม ในขณะที่ในพื้นที่จ.ลพบุรี ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการสูบน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง“
จากสถานการณ์น้ำท่วมทั้งหมดหลังวิกฤติคลี่คลายจะต้องหาข้อสรุปบทเรียนครั้งนี้โดยเฉพาะระบบระบายน้ำของชลประทาน ระบบคูคลองธรรมชาติ ซึ่งในส่วนของจ.ลพบุรี เห็นว่าควรมีการขุดคลองคู่ขนานกับคลองชัยนาท–ป่าสัก เพื่อช่วยระบายน้ำในลุ่มน้ำนี้ ส่วนที่จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ เห็นว่าอาจต้องมีการขุดคลองเลี่ยงเมืองเพื่อช่วยระบายน้ำ



