ข่าว

น้ำสูง2ม.หวั่นกำแพงปราสาทหินพิมายทรุด

น้ำสูง2ม.หวั่นกำแพงปราสาทหินพิมายทรุด

22 ต.ค. 2553

วิกฤติน้ำจากตัวเมืองนครราชสีมา ไหลบ่าเข้าท่วมกำแพงอุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพิมายทรุด เจ้าหน้าที่ต้องระดมชาวบ้านกรอกทรายใส่ถุงให้ได้ 10,000 ถุง เข้าไปอุดทางน้ำ หัวหน้าอุทยานฯชี้หากน้ำไม่ลดตัวปราสาทมีผลกระทบอาจทรุดตัวลง น้ำเอ่อท่วมสะพานบุรีรัมย์สูงเกือบ5

      (22ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพายุฝนได้ถล่มหลายพื้นที่ ใน จ.นครราชสีมา ทำให้เกิดน้ำสูงหลายแห่ง ประชาชนในหลายอำเภอได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักล่าสุดฝนได้หยุดตกมา 2-3 วันทำให้น้ำในเขตพื้นที่ตัวเมืองเริ่มลดลง แต่ในขณะเดียวนั้นในเขตพื้นที่อำเภอรอบนอกกลับมีปริมาณน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลายหมู่บ้านกลายเป็นทะเล ถนนหลายสายรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้เนื่องจากน้ำท่วมสูงกว่าเกือบ 1 เมตร

       เช่นที่บริเวณทางเข้าตัวอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ปากทางเข้าตัวอำเภอตั้งแต่บริเวณถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้า น้ำจากตัวเมืองนครราชสีมาได้ไหลเอ่อท่วมถนนสูงกว่า 50 เมตร ทอดยาวกว่า 5 กม.และปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย จนทำให้รถยนต์หลายคันที่วิ่งผ่านน้ำไหลเข้าท่อไอเสียดับกลางถนนจอดทิ้งเรียงรายข้างทางกันเป็นจำนวนมาก

       แต่ในขณะเดียวกันนั้นสถานที่เกิดน้ำท่วมสูงและประชาชนได้รับความเดือดร้อนหนักสุดก็คือตัวอำเภอพิมายบริเวณทางเข้าตัวปราสาทหินพิมาย บ้านเรือนชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายมาปิดกั้นทางน้ำเอาไว้เพื่อไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน แต่ท้ายที่สุดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็ไม่ทันท่วงทีที่เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลบ่ามาจากตัวเมืองมีจำนวนมหาศาลทำให้น้ำไหลทะลักเข้าบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก

       และไม่เพียงบ้านเรือนชาวบ้านเท่านั้นที่ถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างหนักที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างมากที่ถูกน้ำท่วมสูงอีกแห่งที่หลายฝ่ายคอยจับตาดูก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพิมายที่ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบริเวณโดยรอบกำแพงปราสาทสูงกว่า 2 เมตรแล้ว และขณะนี้ยังไม่มีท่าทีว่าน้ำจะลดลง ทำให้หัวหน้าอุทยานฯ และชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะเกิดการทรุดตัวของกำแพงปราสาทขึ้น ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมภายในตัวปราสาทเสียหาย เนื่องจากพื้นดินโดยรอบกำแพงและตัวกำแพงเองที่เป็นหินทรายเริ่มผุพังทรุดตัวลงมา พื้นดินที่ถูกน้ำขังเริ่มยุบตัว หากน้ำยังท่วมสูงไม่มีท่าทีว่าจะลดลงหวั่นเกรงว่าตัวปราสาทอาจจะทรุดตัวลงทั้งแถบ และทำให้น้ำไหลเข้าตัวตัวปราสาทเสียหายเช่นกัน

 นายดุสิต ทุมมากร หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพิมาย กล่าวว่า ขณะนี้สภาพโดยทั่วไปของอุทยานประวัติศาสตร์หินพิมาย ยังถือว่าประคองตัวได้ ไม่เกิดความเสียหายอะไรมากมายนัก เนื่องจากตัวปราสาทมีกำแพงล้อมรอบน้ำไม่สามารถไหลเข้าท่วมได้ เว้นแต่ว่าตัวกำแพงโดยรอบที่มีน้ำท่วมสูง 2 เมตรจะทรุดตัวลง ทำให้น้ำที่ไหลบ่ามาจากตัวเมืองนครราชสีมา รอบทิศของตัวอำเภอพิมายไหลเข้าท่วมตัวปราสาท และอาจทะให้เกิดความเสียหายทรุดตัวลงมาได้ เนื่องจากปราสาทหินพิมายโดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นหินทราย หากมีน้ำขังแช่ไว้นานๆอาจจะเกิดความเสียหายตัวกำแพงและตัวปราสาททรุดตัวลงได้ เนื่องจากพื้นดินที่เป็นดินร่วนเมื่อถูกน้ำจึงกลายเป็นโคลน ซึ่งเจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบดูพบว่าดินโดยรอบกำแพงเริ่มยุบตัวหากไม่สามารถระบายนำออกจากตัวเมืองได้ในอีก 1-2 สัปดาห์ มีผลกระทบต่อกำแพงและตัวปราสาทแน่

 "เบื้องต้นได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยประจำอำเภอ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯพร้อมด้วยชาวบ้าน ช่วยกันระดมกรอกทรายใส่ถุงให้ได้ 10,000 ถุง เพื่อนำไปปิดกั้นทางน้ำและบริเวณที่น้ำท่วมกำแพงและตัวปราสาท เพื่อกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมทำให้ปราสาทหินพิมายได้รับความ "นายดุสิต กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตัวอำเภอพิมายและตัวปราสาท ถูกน้ำไหลบ่าจากตัวเมืองนครราชสีมาไหลเข้าท่วม ทำให้สำนักสงฆ์หรือวัดที่อยู่โดยรอบตัวอำเภอพมายจำนวน 5 แห่ง พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เช่นที่บริเวณวัดเดิม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของชาวพิมาย ซึ่งเป็นที่พำนักของ พระโพธิวรญาณ หรือหลวงปู่เขียว เจ้าคณะอำเภอพิมาย ก็พลอยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไปด้วย ส่งผลให้ในวันที่ 23 ต.ค.นี้ เป็นวันออกพรรษา ทุกปีจะมีการทำบุญตักบาตรเทโว และช่วงกลางคืนจะมีการเวียนเทียนออกพรรษา ทำให้ทางวัดสั่งงดกิจกรรมทุกอย่างลง เนื่องจากสภาพโดยรอบตัววัดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร ไม่สามารถที่จะจัดกิจกรรมอะไรได้ ซึ่ง พระโพธิวรญาณ หรือหลวงปู่เขียว กล่าวว่า ให้นำลดลงค่อยว่ากันใหม่ขณะนี้ทุกคนทั้งพระทั้งโยมให้ช่วยตัวเองเอาตัวรอดจากภัยน้ำท่วมก่อน

น้ำเอ่อท่วมสะพานบุรีรัมย์สูงเกือบ50ซม.

  สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ยังคงขยายวงกว้าง โดยเฉพาะที่อ.ลำปลายมาศ หลังน้ำเหนือจากจ.นครราชสีมา   ได้ไหลมาสมทบกับลำน้ำสาขาหลายแห่งและไหลลงสู่ลำน้ำมาศ  จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเอ่อท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 226 บุรีรัมย์-นคราชสีมา บริเวณสะพานข้ามลำน้ำมาศระหว่าง ต.หนองคู  อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่เชื่อมต่อกับ อ.ห้วยแถลง จ.นคราชสีมา มีน้ำท่วมสูงเพิ่มเป็นเกือบ 50 เซนติเมตร  ระยะทางยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างสะพานใหม่ซึ่งสูงกว่าสะพานเดิมเกือบ 2 เมตรแต่ยังไม่แล้วเสร็จจึงต้องใช้สะพานเดิมที่มีน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ รถขนาดใหญ่ต้องใช้ความระมัดระวัง

  ซึ่งแขวงการทางบุรีรัมย์รวมถึงภาคเอกชน ได้นำรถบรรทุกมาช่วยบริการขนย้ายรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าว ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าจ.นคราชสีมาหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น อาทิ ทางหลวงหมายเลข 224 โชคชัย-เดชอุดม หรือหากมาถึงสี่แยก อ.ลำปลายมาศให้เลี้ยวซ้ายไปใช้ทางหลวงหมายเลข 2073 สายลำปลายมาศ-ชำนิ ซึ่งก็มีน้ำเอ่อท่วมถนนเช่นกันแต่ยังคงใช้สัญจรผ่านไปมาได้ โดยเส้นทางดังกล่าวจะไปเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 224 เพื่อเข้าโคราช

 ขณะที่ทางอำเภอและแขวงการทางบุรีรัมย์ ได้ปิดป้ายประกาศแจ้งเตือนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สัญจร นอกจากนี้น้ำยังท่วมวัดสง่าท่าชลนที ใกล้ลำน้ำมาศ พระสงฆ์ติดอยู่ภายในวัดไม่สามารถออกบิณฑบาตรได้ ญาติโยมต้องพายเรือนำภัตตาหารไปถวาย และมีป้ายทะเบียนรถที่วิ่งฝ่ากระแสน้ำหล่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับป้ายทะเบียนที่ทำหล่นไว้ที่เต้นท์อำนวยการใกล้สะพานข้ามลำน้ำมาศ

 ด้านนายโสภณ  ห่วงญาติ  นายอำเภอลำปลายมาศ กล่าวหลังเดินทางตรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณสะพานข้ามลำมาศว่า น้ำจากจ.นครราชสีมายังคงไหลมาสมทบและเข้าท่วมอ.ลำปลายมาศขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีน้ำท่วมใน 8 ตำบลโดยเฉพาะตำบลที่อยู่ติดลำน้ำมาศ ทั้งบ้านเรือน นาข้าว ถนนถูกน้ำท่วมสูง ราษฎรเดือดร้อนเกือบ 30,000 ราย นอกจากนี้ยังมีเด็กวัย 6 ขวบและ 7 ขวบซึ่งเป็นพี่น้องกันจมน้ำเสียชีวิตอีก 2 รายที่ บ.ไผ่ใหญ่ ต.หนองคู  หลังบิดาพาไปลงเล่นน้ำที่หลากเข้าท่วม รวมมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในอ.ลำปลายมาศแล้ว 4 ราย ขณะที่ทั้งจังหวัดมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 6 ราย  ส่วนถนนหมายเลข 226 นั้นระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  หากเพิ่มสูงมากกว่านี้อาจต้องปิดเส้นทางห้ามรถทุกชนิดสัญจรผ่านเพราะอาจเกิดอันตรายเนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว

น้ำป่าทะลักท่วมเขตเทศบาลล้อมแรด

  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีน้ำป่าห้วยแม่บง และห้วยอุมลอง จากพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่แก่ง ในพื้นที่ ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลล้อมแรด ส่งผลทำให้ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านท่านาง , บ้านสบคือ , บ้านเด่นแก้ว ประสบปัญหาน้ำท่วม

 นายธนกร ปกรณ์สกุล นายกเทศมนตรีตำบลล้อมแรด เปิดเผยว่า น้ำที่ไหลเข้าท่วมในเขตเทศบาล เป็นเวลา 2 วันแล้ว โดยในวันนี้ปริมาณยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องน้ำน้ำเหนือในพื้นที่ข้างเคียงไหลทะลักประกอบกับน้ำในแม่น้ำวังที่หนุนมาตามลำห้วยได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน จึงทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มบางจุด โดยเฉพาะบ้านท่านาง หมู่ 3 มีระดับสูงเกิน 1.50 เมตร ซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมดังกล่าวแล้ว โดยตลอดทั้งยังคงมีประชาชนเข้ามาติดต่อแจ้งขอความช่วยเหลือ ทางศูนย์อำนวยความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของเทศบาลตำบลล้อมแรด อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยขนย้ายสิ่งของ กระสอบทราย อาหาร น้ำดื่ม และยาเวชภัณฑ์

 ส่วนแนวทางการให้ความช่วยเหลือขณะนี้สำนักงานชลประทานจังหวัดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 2 เครื่องจากเดิม 3 เครื่อง เพื่อระบายน้ำท่วมในพื้นที่หมู่ 3 บ้านท่านาง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำ ให้ไหลลงสู่แก้มลิงหนองท่วม และแม่น้ำวัง ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมา คาดว่าจะสามารถระบายน้ำลงแม่น้ำวังได้ภายใน 3-4 วันนี้