
มาร์คล่องเรือตรวจน้ำท่วมพื้นที่อยุธยา
"มาร์ค" ลุยน้ำเยี่ยมประชาชนพื้นที่กรุงเก่า ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้ง เผยถกแนวทางชดเชยทรัพย์สินพื้นที่การเกษตรในที่ประชุมครม.สัปดาห์หน้า ชาวบ้านอยุธยาครวญทุกข์หนัก 7 วันแล้ว ควักกระเป๋าซื้อเรือใช้เองตกลำละ 3,500 บาท ผู้ว่าปทุมธานีสั่งพร้อมรับมือน้ำหลากละลอกใหญ่
(22ต.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายไพจิตร วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาตรวจเยี่ยมประชาชาที่ประสบอุทกภัย ที่เทศบาลตำบลท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ยังศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 2553 โรงเรียนเทศบาลท่าเรือประชานุกูล
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนว่า ต้องการมาให้กำลังใจกับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมได้เกิดในหลายจังหวัด โดยพื้นที่ในจ.พระนครศรีอยุธยามีน้ำท่วมทุกปีไม่มากก็น้อย เนื่องจากมีน้ำแม่น้ำไหลมารวมกันหลายจุด ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง ซึ่งต้องมีการประสานไปยังทุกหน่วยงาน ทั้งในส่วนของทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน
ทั้งนี้ตนพยายามที่จะออกพื้นที่ทุกวัน อย่างวันนี้ได้มีการปล่อยรถตำรวจมาร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เริ่มล้าแล้ว โดยรัฐบาลพยายามทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายมากที่สุด และได้มีการขยายวงเงินที่สามารถขอไปที่กระทรวงการคลังได้ โดยมีการยกเว้นกฎระเบียบที่เป็นปัญหาอุปสรรคส่วนการจ่ายค่าชดเชยทั้งในส่วนที่เป็นทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้าจะมีการพิจารณา และอยากให้ประชาชนมั่นใจรัฐบาลว่าจะไม่ทอดทิ้ง และจะเข้ามาดูแลเท่าที่จะทำได้
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ลงเรือ ตรวจเยี่ยมประชาชน และมอบถุงยังชีพ อย่างไรก็ตามประชาชนได้ระบุว่าประสบปัญหามายาวนาน 7 วันแล้ว และยังพบว่าประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเองโดยการซื้อเรือตกราคาลำละ 2,500-3,500 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ความเป็นอยู่ของประชาชนยากลำบาก บางที่ระดับน้ำท่วมถึงหน้าอก อีกทั้งบ้านหลายหลังปิดเงียบ ส่วนที่มีคนอยู่ได้หนีน้ำขึ้นไปอยู่ ชั้น 2 และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มีประชาชนที่ มาต้อนรับมีความยิ้มแย้มแจ่มใส ทำป้ายกระดาษข้อความ "ยินดีต้อนรับนายกฯ และชาวคณะ" มายืนรอต้อนรับ บ้างก็วิ่งลุยน้ำไปขอจับมือและถ่ายรูป โดยมีครอบครัวหนึ่งพาลูกวัยประมาณ 2 ขวบนั่งห่วงยางมารอรับนายกฯ แต่รอนานจนหลับบนห่วงยาง สร้างความเอ็นดูให้กับสื่อมวลชน
ทั้งนี้ก่อนที่นายกฯ จะเดินทาง จ.พระนครศรีอยุทธยา นายกเป็นประธานปล่อยรถ 6 ล้อ และรถใช้ในกิจการของตำรวจขนาดใหญ่ 200 คัน พร้อมตำรวจที่อยู่นอกพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 3,000 นาย เข้าไปช่วยเหลือประชาชน ในเขตภัยพิบัติในภารกิจต่างๆ เช่น รับส่งคนเข้าไปในโรงพยาบาล, ขนส่งของบริจาค , หรือการอพยพย้ายที่อยู่ของประชาชน
และเมื่อเวลา 18.10 น. ภารกิจการตรวจน้ำท่วมของนายกฯได้เสร็จสิ้นลง โดยมีประชาชนมายืนรอส่งเป็นจำนวนมากก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ผู้ว่าปทุมฯสั่งพร้อมรับมือน้ำหลากละลอกใหญ่
นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชาการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ได้มีการสั่งการเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และ เขื่อนเจ้าพระยา ที่จะไหลผ่านจังหวัดปทุมธานี ในวันสองวันนี้ โดยให้ทุกพื้นที่ ทั้ง อบต.และ เทศบาลต่างๆที่อยู่ริมน้ำทำการเสริมแนวคันเขื่อนกั้นน้ำ จากเดิมที่มีอยู่ขึ้นไปอีกเพื่อรับมือน้ำจำนวน 200 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที
โดยให้กำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งถ้าเห็นว่า เสี่ยงต่อน้ำท่วมระลอกใหม่ก็ให้อพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัยที่ทางเทศบาลหรือ อบต.ต่างๆจัดเตรียมไว้ อีกทั้งให้ทุกฝ่ายเร่งออกประกาศ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ย้ายข้าวของขึ้นที่สูงเพื่อเตรียมความพร้อมด้วย
ทั้งนี้ในขณะนี้ทั่วทั้งจังหวัดปทุมธานี มีผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 9,000 กว่าหลังคาเรือน และที่ท่วมหนักอยู่ที่ 500 กว่าหลังคาเรือน ส่วนที่หนักจริงๆจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้จนต้องย้ายออกไปนั้นมีอยู่ 45 หลังคาเรือน ซึ่งประชาชนที่อพยพออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำและย้ายออกไปอยุ่อาศัยตามบ้านญาติๆเป็นการชั่วคราวก่อน
นายประณต วรรณรักษ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานรังสิต กล่าวว่า น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดปทุมธานี แบ่งออกเป็น 2 พื้นที่ คือน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาโดยผ่านอำเภอสามโคก และอำเภอเมืองปทุมธานี ซึ่งมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร ส่วนน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะไหลผ่านมาทางคลองระพีพัฒน์ และผ่านจังหวัดปทุมธานี ที่อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา ไปออกทะเลที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้การเร่งระบายน้ำนั้นทางชลประทานได้ทำการสูบน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์อยู่ตลอด 24 ชม.โดยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น จะผ่านมาทางคลองรังสิตด้วย โดยเราจะมีประตูระบายน้ำปิดทางน้ำไว้ที่บริเวณคลองสิบสอง ในเขตอำเภอธัญบุรี ซึ่งน้ำที่มาจากทั้งสองทางนั้นจึงไม่ไหลมารวมกันทำให้การระบายน้ำสามารถระบายได้เร็วขึ้น
สถานการณ์น้ำของจังหวัดปทุมธานีในขณะนี้ใกล้เคียงกับน้ำในช่วงปี 45 ซึ่งอย่างไรก็ตามคาดว่าผลกระทบจะไม่มากกว่าในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน
ลพบุรียังวิกฤตชาวบ้านท่าแคต้องใช้หลังคาบ้านเป็นที่นอน
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดลพบุรีซึ่งเข้าสู่วันที่ 7 แล้วระดับน้ำในหลายพื้นที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ลงอีก และหลายพื้นที่ก็ยิ่งวิกฤตขึ้นเรื่อยๆหลังยังคงมีระดับน้ำสูงขึ้นมาอีกว่า 40 ซม. ทำให้ระดับน้ำในหมู่บ้านสูงกว่า 3 เมตรแล้ว โดยเฉพาะในพ้นที่อำเภอเมืองลพบุรี ในตำบลท่าแค และตำบลถนนใหญ่ ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้านแล้ว จนไม่สามารถอาศัยอู่ที่บ้านได้ โดยเฉพาะที่บ้านท่าแค ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 500 ครอบครัว ขณะนี้หลายครอบครัวต้องอาศัยหลังคาบ้านนอน
โดยเฉพาะครอบครัวของ นางอรวรรณ ยี่สุ่น อายุ 30 ปีซึ่งน้ำได้ท่วมชั้นสองขอบ้านมาสองวันแล้วภายในบ้านไม่สามารถอาศัยหลับนอนได้เพราะน้ำท่วมเตียงนอนที่เสริมขาไว้ ต้องใช้หลังคาบ้านอาศัยอยู่กลับลูกสาวและสามี เพราะไม่กล้าออกไปอยู่ข้างนอกเพราะกลัวทรัพย์สินจะหาย นางอรวรณ กล่าวว่า ตอนนี้ลำบากมากเพราะต้องหุงหาและนอนบนหลังคามาเป็นวันที่ 2 กลางวันก็ร้อนแดดมากๆ แต่เวลากลางคืนยุงก็จะชุม และกัดเต็มตัวไปหมด แต่ที่สงสารคือ ลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ต้อนอนตากยุง และกลัวลูกจะป่วย จึงอยากได้ยากันยุงมาใช้ในเวลากลางคืน น้ำดื่ม ยารักษาโรคในยามจำเป็น และที่ต้องการคือ เรือที่จะใช้ในการเข้าออกบ้าน
ส่วนช่วยเหลือขณะนี้ในเบื้องต้นทางทีมข่าวครอบครัวข่าว 3 จังหวัดลพบุรี ได้นำถุงยังชีพเข้าให้การช่วยเหลือแล้วเพราะจุดนี้ชาวบ้านกำลังขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มจำนวนมาก ขณะที่ในช่วงเย็นของวันนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ กำลังลงพื้นที่นำถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับชาวบ้านหลังในพื้นแล้ว พร้อมสั่งให้มีการอพยพคนขึ้นมาอยู่ที่ปลอดภัยอย่าอยู่ที่บ้านเพราะอันตราย เกรงว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
ด้านหมู่บ้านสิรัญญาโครงการ 4 ตำบลถนนใหญ่หรือที่หลายคนในจังหวัดลพบุรีเรียกว่าหมู่บ้านเศษรฐีนั้นจมอยู่ใต้บาดาลโดยสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าจะมีบ้านราคาหลังละหลายล้านบาทแต่ขณะนี้ถูกน้ำท่วมถึงชั้นสองของบ้านกำลังลำบากอย่างหนัก ด้านอำเภอบ้านหมี่ในตำบลหนองเมือง พุคา หนองกระเบียน หนองทรายขาว ระดับน้ำเริ่มคงที่แล้วแต่การเข้าไปช่วยเหลือก็ยังลำบากเพราะถนทุกสายถูกตัดขาดจนหมด ทำให้หลายพื้นที่เดือดร้อนมาก ซึ่งในช่วยบ่ายของวันนี้ทางครอบครัวข่าวช่อง 3 คุณขวัญเรือน แก้วพิจิตร ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ประจำจังหวัดลพบุรี ได้นำข้าวสารไปมอบให้กับ อบต.พุคา จำนวน 900 กิโล หลังชาวบ้านที่เดือดร้อนรวมเงินกันให้ทางอบต.ซื้อข้าวสารมาหุงเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ซึ่งครอบครัวข่าวทราบเรื่องจึงนำข้าวสารเดือนทางไปมอบให้อบต.ทันที่ โดยไม่ต้องซื้อ เนื่องจากที่นี้เป็นครัวกลางหุงข้าว ทำกับข้าวแจกให้กับชาวบ้าที่ถูกน้ำท่วมทั้งตำบลพุคา และตำบลหนองทรายขาวบางส่วน
น้ำเอ่อท่วม4อำเภออ่างทองผู้ว่าฯสั่งขึ้นที่สูง
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทอง ล่าสุด นายวิศว ศะศสมิต ผวจ.อ่างทอง ได้ประกาศเตือนชาวบ้านที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยให่ขนของขึ้นที่สูง หลังได้รับรายงานจากสำนักชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท ว่าสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่าว่ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีฝนตกหนักทางตอนบนของเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ
จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และริมแม่น้ำน้อย ให้คอยติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา หากปริมาณน้ำสูงขึ้นก็ขอให้ขนสิ่งของที่มีค่าเอาไว้ที่สูงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ทางจังหวัดจะคอยดูแลและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหากในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิดโดยตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของจังหวัดอ่างทองนั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำสายสำคัญอยู่ 2 สายคือแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีต้นน้ำมาจากเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาทไหลผ่าน อ.ไชโย อ.เมือง และ อ.ป่าโมก ผ่านไปยัง อ.บางบาล จ.อยุธยา ซึ่งตอนนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้าท่วมแล้ว 2 อำเภอคือ อ.เมือง และอ.ป่าโมก อีกสายหนึ่งคือแม่น้ำน้อยที่แยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่าน อำเภอโพธิ์ทองและอำเภอวิเศษชัยชาญ ก็ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้วเช่นกัน ในส่วนการอยู่อาศัยของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมนั้นทาง ปภ.อ่างทองได้จัดเต้นท์ไว้ตามริมถนนและในที่ปลอยภัยให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วมและไม่สามารถอยู่ในบ้านได้มาอาศัยอยู่แล้ว
"อลงกรณ์"แจกสิ่งของช่วยน้ำท่วมอ่างทอง
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดบ้านอิฐ ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ จำนวน 500 ครัวเรือน โดยมี นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ส.ส.จังหวัดอ่างทอง ทั้ง 2 คน และผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ให้การต้อนรับ
หลังจากประชาชนในหมู่บ้านนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมบ้านและพื้นที่ทางการเกษตรจำนวนทั้งสิ้นกว่า 500 หลังคาเรือน เนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มปริมาณขึ้นจนทำให้เออล้นเข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มทำให้น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี
เบื้องต้น นายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเป็นการด่วน พร้อมเน้นย่ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างไกล้ชิดแล้ว
โรงพยาบาลอินทร์บุรีเร่งมือให้บริการประชาชน
นพ.ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการ รพ.อินทร์บุรีจ.สิงห์บุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรีเป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่กำลังประสบอุทกภัยน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกของโรงพยาบาลเนื่องจากทำเลที่ตั้งของโรงพยาบาลอินทร์ บุรีมีสันเขื่อนล้อมรอบ จึงไม่ทำให้น้ำเข้าท่วมขังบริเวณภายในรพ.อินทร์บุรีได้สถานการณ์ ณ ปัจจุบันทางเข้ารพ.อินทร์บุรี ถูกน้ำท่วมขังอยู่ในระดับที่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ อีกทั้งบริเวณหมู่บ้านโดยรอบต้องใช้เรือพายคมนาคม
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอินทร์บุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ รพ.อินทร์บุรีได้สร้างสะพานให้ผู้รับบริการได้เดินทางสะดวกขึ้น อีกทั้งผู้รับบริการที่ไม่สามารถเดินได้ก็มีรถที่สามารถ เข้า-ออกได้เพื่อรับส่งผู้รับบริการอีกด้วย ทั้งนี้ รพ.อินทร์บุรียังคงเปิดให้บริการด้านการตรวจรักษาเหมือนเดิมทุกวัน ยกเว้น คลินิกรุ่งอรุณ ,ทันต กรรมนอกเวลาและงานแพทย์แผนไทยนอกเวลาจำเป็นต้อง งดให้บริการชั่วคราวนอกจากนี้ในส่วนของงานพยาบาลและงานเวชกรรมสังคมยังเพิ่ม หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ออกให้บริการทั้งทางเรือและรถพยาบาลออกให้บริการตามหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ ทุกวัน
สำหรับ ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเล็กน้อยไม่สะดวกเข้ารับการรักษาพยาบาลที่รพ.อินทร์บุรี ทางโรงพยาบาลยังคงตั้งจุดให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นอยู่ 2 จุด คือบริเวณทางเข้า รพ.อินทร์บุรีและบริเวณสะพานทางเข้าตลาดอินทร์บุรีแยกจากสายเอเซียเข้าตลาด เพียง 500 เมตร ซึ่งสะดวกต่อการรับบริการเป็นอย่างมากส่วนท่านที่ต้องการทราบข้อมูลด้าน สุขภาพหรือปรึกษาปัญหาสุขภาพทางโรงพยาบาลอินทร์บุรียินดีรับให้คำปรึกษาทาง โทรศัพท์ที่หมายเลข 0 3658 1993-7 ทุกวัน เวลาราชการ



