
มหาดไทยหวั่น24-27ต.ค.นี้น้ำท่วมกทม.
มท.หวั่น 24-27 ต.ค.น้ำท่วม กทม. มอบนโยบายร่วมจังหวัดใกล้เคียงติดตามใกล้ชิด 24 ชม.ชี้เรื่องหักเงินเดือน ส.ส.ช่วยประชาชน เป็นเรื่องของสปิริต ยังไม่ทราบจังหวัดไหนจะขอเพิ่มงบฉุกเฉินบ้าง
เมื่อเวลา 10.00 น. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้เชิญผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี ร่วมประชุมเพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์อุทกภัย ที่หอประชุมชั้น 5 ศาลากลาง จ.นนทบุรี โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า สถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณสูง ประกอบกับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และจากการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์ คาดว่าจะมีน้ำทะเลหนุนสูงระหว่างวันที่ 24-27 ต.ค.
ดังนั้นเพื่อให้การรองรับสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติโดย 1.ให้ศูนย์อำนวยการและบรรเทาสาธารภัยจังหวัด จัดประชุมทุกวัน เพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่มีความตื่นตัว แชร์ข้อมูลให้ทุกฝ่ายทราบเพื่อให้การแก้ปัญหาทำได้เร่งด่วน ทันท่วงทีจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจนถึงสภาพภูมิประกาศจะคลี่คลาย และขอให้ประสานหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งไฟฟ้าและประปา เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือประชาชน
2.ให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร เป็นศูนย์กลางในการกระจายข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับทราบความคืบหน้าของสถานการณ์ทุกวัน ให้ใช้ทุกช่องทางสื่อสารแจ้งเตือนประชาชน ทั้งสถานีวิทยุ โทรทัศน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว
3. พื้นที่ใดคาดว่า จะเป็นจุดเสี่ยงน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมซ้ำซาก ขอให้นำสถิติข้อมูลเก่ามาพิจารณา เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้นๆ รวมทั้งจัดเตรียมสิ่งอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไว้แต่เนิ่น ๆ 4.หากพื้นที่ใดเกิดสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง ขอให้ผู้ว่าฯ ลงไปอำนวยการในพื้นที่ด้วยตัวเอง รวมทั้งรายงานให้กระทรวงทราบ เพื่อส่วนกลางจะได้ช่วยเหลือสนับสนุน
5.ให้จังหวัดมีการวางแผน เตรียมเส้นทางสำรอง ไว้สำหรับประชาชนกรณีเส้นทางหลักถูกน้ำท่วม 6.ในส่วนของ กทม.ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ รวมทั้งจัดเตรียมกระสอบทรายให้เพียงพอ สำหรับป้องกันพื้นที่ในเขตติดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาและสัปดาห์นี้ ตนนำถุงยังชีพไปแจกตามพื้นที่ต่าง ๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งของชาวมหาดไทย ขอฝากให้ทุกท่านเป็นที่พึ่งยามยากของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมอบนโยบาย นายชวรัตน์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพน้ำล้นตลิ่งที่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดสนามเหนือ จ.นนทบุรี จากนั้น นายชวรัตน์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า เท่าที่เห็นสรุปรายงาน ก็เป็นห่วงว่า เห็นน้ำจะมีน้ำป่าไหลหลาก และจะมีน้ำทะเลหนุน โดยเฉพาะวันที่ 24-27 ต.ค.หรืออาทิตย์หน้า จะเป็นช่วงวิกฤต ซึ่งเรื่องโอกาสที่น้ำจะท่วม กทม.ในช่วงนั้น ก็ต้องพยายามป้องกัน แต่กว่าจะถึง กทม.คงจะต้องผ่านนนทบุรีก่อน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการเสนอให้หักเงินเดือน ส.ส.คนละ 10 เปอร์เซ็นต์เพื่อช่วยน้ำท่วม นายชวรัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแสดงสปิริตมากกว่า ที่ทาง ส.ส.ก็ต้องมีส่วนที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาแสดงความเห็นเรื่องการแจกสิ่งของช่วยน้ำท่วม ว่า ควรแจกผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้านมากกว่านั้น เราก็ได้แจกไปเยอะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ออกไปยังจังหวัดต่าง ๆ แล้ว ตัวนายชัย คงจะมีโครงการที่จะพาส.ส.บางคนไปแจก ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนที่ว่า ควรมีการแจกผ่านเจ้าหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) หรือให้กำนันผู้ใหญ่บ้านนำไปกระจายนั้น ก็ได้ทั้งสองอย่าง
เมื่อถามว่า นอกจากในพื้นที่ที่เรียกมาหารือวันนี้ มีจังหวัดไหนน่าเป็นห่วงอีกหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ส่วนใหญ่ก็อยู่ภาคกลาง ซึ่งถ้าคิดเป็นทั่วประเทศแล้ว ก็น่าจะประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนก็ห่วงใยทุกจังหวัด เพราะน้ำจะไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ ส่วนกรณีที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นจุดต้องรับน้ำใหญ่ จะต้องสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ทุกจังหวัดมีหน้าที่ที่ต้องป้องกันอยู่แล้ว ผู้ว่าฯ อยุธยาก็พูดว่า เขาเป็นฝ่ายรับเละลูกเดียว น้ำมารวมที่ จ.อยุธยา ถ้าเขาขอความช่วยเหลือเป็นพิเศษมา เราก็ต้องช่วย ทั้งนี้ตนยังไม่เห็นรายละเอียดของจังหวัดที่จะขอเพิ่มงบทดรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน ที่อาจเข้านำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า แต่ถ้ามีการขอมา และมีเหตุผลพอ มหาดไทยก็ต้องรีบประสานกับกรมบัญชีกลางให้ทันที ส่วนที่ จ.อยุธยา ต้องมีการขอเพิ่มงบทดรองจ่ายฉุกเฉินหรือไม่นั้น แน่นอนถ้ามีการเสนอมา ก็จะพิจารณาให้



