
น้ำเหนือทะลักกทม.เร่งเสริมกระสอบทราย
น้ำเหนือไหลทะลักถึงกรุง 4,134 ลบ.ม.แล้ว ด้าน กทม.เสริมแนวกระสอบทราย ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาอีก 50 ซม. เป็นสูง 3 ม. มั่นใจสถานการณ์อยู่ในเกณฑ์รับมือไหว แต่จับตา 26 ต.ค. น้ำทะเลหนุนสูง
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 22 ต.ค.นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานประชุมแผนรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักการระบายน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักอนามัย เป็นต้น มาร่วมประชุม โดยนายพรเทพ กล่าวว่า จากการสรุปสถานการณ์ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาดสูงสุดเช้านี้ เวลา 06.45 วัดระดับได้ที่ + 1.45 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.)
ส่วนสถานการณ์น้ำเหนือ ขณะนี้กรมชลประทานได้ระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อออกทะเลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุดวันนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน กทม.อยู่ที่ 4,134 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งปริมาณดังกล่าวถือเป็นปริมาณที่สูงมาก แต่จากสถิติในอดีตที่ผ่านมาในปี 2538 เคยมีปริมาณน้ำสูงถึงกว่า 5,400 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และระดับ น้ำเคยสูงถึง 2.27 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางในปีเดียวกัน แต่ กทม.ยังสามารถรับมือได้ ซึ่งสถานการณ์ในปีนี้ กทม.มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี โดยขณะนี้ได้ปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด จำนวน 214 แห่ง เพื่อป้องกันน้ำเข้ามาในพื้นที่ชั้นในของ กทม. รวมทั้งให้สถานีสูบน้ำทั้ง 157 แห่ง เร่งสูบน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่อีกกว่า 1,065 เครื่องประจำจุดอ่อนน้ำท่วมต่างๆ
นอกจากนี้ กทม.ได้สร้างแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้สร้างไปแล้วกว่า 75.80 กิโลเมตร จากระยะทาง 77 กิโลเมตร ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถป้องกันได้ นอกจากนี้กทม.จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 24-27 ต.ค.นี้ ในพื้นที่ กทม.จะมีน้ำทะเลหนุนสูงโดยเฉพาะในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ที่คาดว่าระดับฐานน้ำทะเลจะสูงจากปกติอยู่ที่ระดับ 1 เมตร จะเพิ่มเป็น 1.17 เมตร บวกกับในช่วงดังกล่าวกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในพื้นที่กทม.อาจมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากอากาศเย็นจากประเทศจีน
นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า สำหรับแผนการรองรับในกรณีที่ชุมชนพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยาทั้ง 27 ชุมชนกว่า 1,300 ครัวเรือน ได้ประสานไปยังโรงเรียน วัด หรือมัสยิดในพื้นที่ 13 สำนักงานเขตให้เตรียมสถานที่รองรับในกรณีหากต้องอพยพที่อยู่ และโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ริมฝั่ง 7 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดราชกุญชร วัดราชผาติการาม เขตดุสิต โรงเรียนวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ โรงเรียนวัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง โรงเรียนวัดใหม่ยายนุ้ย วัดราชคฤห์ และโรงเรียนวัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี สั่งขนย้ายสิ่งของ เอกสารที่สำคัญไปยังที่สูง และหากในช่วงวันที่ 1 พ.ย.ซึ่งเป้นวันเปิดภาคเรียนในพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังสามารถสั่งเลื่อนเปิดเรียนได้ทันที
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า สำหรับในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงนั้น กทม.ได้ประสานงานกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือไว้ 3 รูปแบบ ดังนี้ 1. หากปริมาณน้ำที่ผ่าน กทม. 3,5000 ลูกบาศก์เมตร / วินาที จะมีระดับสูง 1.86 + 0.10 ม. รทก. 2. หากปริมาณน้ำที่ผ่าน กทม. 4,000 ลบ.ม. / วินาที จะมีระดับสูง 2.13 + 0.10 ม.รทก.และ 3.หากปริมาณน้ำที่ผ่าน กทม. 4,500 ลบ.ม. / วินาที จะมีระดับสูง 2.35 + 0.10 ม. รทก.
นอกจากนี้ยังต้องจับตาในวันที่ 8 พ.ย.ที่น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในรอบปี โดยคาดว่าระดับฐานน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีระดับสูงถึง 1.32 ม. รทก.จึงได้สั่งการให้เพิ่มกระสอบทรายวางในแนวคันกั้นน้ำในช่วงที่เป็นฟันหลอใน 3 พื้นที่เขต คือ ดุสิต บางพลัด และบางกอกน้อย เพิ่มจากเดิมที่ทำไว้สูง 2.40 - 2.50 เมตร อีก 30 - 50 เซนติเมตร เพื่อป้องกันในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ไปสร้างสะพานไม้ทางเดินเข้า-ออกในชุมชนเสี่ยงและช่วยยกสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูงพร้อมกับขอความร่วมมือชาวบ้านในพื้นที่นอกแนวคันกั้นอย่านำกระสอบทรายที่กทม.นำไปทำเป็นแนวกั้นไปวางกั้นในบ้านของตัวเองเพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายในภายหลังได้
ถนนสามชุก-ด่านช้างถูกน้ำเซาะพังแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าถนนสายสามชุก-ด่านช้าง หมู่ 7 ต.แจงงาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งได้ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งสาย และถูกน้ำกัดเซาะจนถนนพัง เจ้าหน้าที่ต้องทำถนนเพื่อใช้เป็นทางเบี่ยงให้รถวิ่งสัญจร นอกจากนี้ถนนเข้าหมู่บ้านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ ต.แจงงาม อ.หนองหญ้าไซ ต.บ่อกรุ ต.ป่าสะแก อ.เดิมบางนางบวช ถูกน้ำท่วมขัง ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทาง อบจ.ร่วมกับ สจ.ในพื้นที่และ อบต. นำกำลังเจ้าหน้าที่ก่อสร้างสระพานทางเดิน เพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมาได้



