
รพ.พิมายเร่งอพยพผู้ป่วยท่วมชัยภูมิซ้ำ
รพ.พิมายเร่งอพยพผู้ป่วย หลังน้ำทะลักเข้าสูงกว่า 1 เมตร ขณะเดียวกันปราสาทหินพิมายน้ำไหลเข้าท่วมตัวปราสาทแล้ว น้ำชีหนุนท่วมชัยภูมิซ้ำ เร่งอพยพคนอลหม่านถูกตัดขาดอดข้าวน้ำไฟไม่มีใช้หนักสุด 7อำเภอ น้ำเจ้าพระยาเอ่อเข้าท่วมเมืองสิงห์บุรี เทศบาลเมืองประกาศเตือนป
วันที่ 22 ต.ค. คณะแพทย์ - พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ต้องเร่งลำเลียงผู้ป่วยซึ่งรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลอำเภอพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่มีอยู่กว่า 100 คน ออกจากโรงพยาบาลตลอดทั้งวัน เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำจากลำน้ำมูลได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบของโรงพยาบาล และกำลังจะไหลเข้าท่วมอาคารให้บริการรักษาผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน ขณะที่เครื่องปั่นไฟสำรองที่ทางโรงพยาบาลต้องใช้งาน หลังจากที่ทางเทศบาลตำบลพิมายได้ตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมด กำลังจะถูกน้ำเอ่อเข้าท่วม ทำให้ต้องมีการเร่งขนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลประจำอำเภอข้างเคียง เนื่องจากทางโรงพยาบาลเกรงว่าหากระบบไฟฟ้าสำรองถูกน้ำท่วมจะทำให้การให้บริการรักษาของโรงพยาบาลไม่สามารถใช้งานได้ โดยเริ่มอพยพตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.จำนวน 50 ราย และยังคงเหลืออยู่ภายในโรงพยาบาลอีกประมาณ 50 ราย ซึ่งในส่วนนี้ทางโรงพยาบาลยังเชื่อว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยทั้งหมดได้ หากสถานการณ์ไม่เลวร้ายลงไปอีก
น.พ.ชัชวาลย์ ลีลาเจริญภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่เอ่อจากลำน้ำมูลได้เริ่มเอ่อจากถนนบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล ซึ่งอยู่สูงกว่าโรงพยาบาลเกือบ 1 เมตรเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลและเอ่อเข้าท่วมอาคารผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญระบบสำรองไฟฟ้า ที่จำเป็นต้องใช้งานอยู่ก็กำลังจะถูกน้ำท่วมเช่นกัน แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะพยายามนำกระสอบทรายมาวางกั้นน้ำไว้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทางโรงพยาบาลพิมายจำเป็นต้องอพยพผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอื่น ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องสำรองไฟขณะนี้ ทางรพ.ได้ประสานการไฟฟ้าอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อขอสนับสนุนรถโมบายสำรองไฟฉุกเฉินมาเตรียมพร้อมเพื่อใช้ในกรณีที่เครื่องสำรองไฟของทางโรงพยาบาลถูกน้ำท่วมไม่สามารถใช้การได้
ขณะเดียวกันปริมาณน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังได้ไหลบ่าเข้าท่วมภายในเขตพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย สูงกว่า 1 เมตรทำให้โบราณวัตถุบางส่วนที่ถูกจัดแสดงไว้โดยรอบตัวพิพิธภัณฑ์ถูกน้ำท่วมขัง ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่จะพยายามกั้นกระสอบทรายและติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้โดยรอบแต่ก็ไม่สามารถต้านกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ จึงจำเป็นที่จะต้องปล่อยให้พิพิธภัณฑ์จมอยู่ใต้น้ำ เช่นเดียวกับที่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหินพิมาย ก็ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เริ่มไหลเอาเข้าท่วมภายในพื้นที่โดยรอบตัวปราสาทบางแล้วเช่นกัน ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่อุทยานจะทำการนำกระสอบทรายมาทำพนังกั้นน้ำโดยรอบสูงกว่า 1 เมตรก็ตาม แต่ก็ด้วยปริมาณน้ำที่มีจำนวนมากส่วนหนึ่งได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่บางแห่งสูงเกือบ 1 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่องเร่งสูบระบายน้ำออกจากตัวปราสาทตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร ทั้งนี้ทางสำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาคาดการว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงสุดจากที่เป็นอยู่อีกประมาณ 15 เซนติเมตร ภายในวันที่ 23 ต.ค.53 นี้ และจะทรงตัวต่อเนื่องไปอีก 2-3 วัน ก่อนที่ปริมาณน้ำจะลดระดับลงในวันที่ 26 ต.ค หากไม่มีปริมาณน้ำฝนตกในพื้นที่
น้ำชีหนุนท่วมชัยภูมิซ้ำเร่งอพยพคนอลหม่าน
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิเป็นวันที่สี่เริ่มลดลงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ หลังท่วมขังสูงในเขต 25 ชุมชนเฉลี่ยความสูงกว่า 1.5 - 3.5 เมตร มี 3 ชุมชนกุดแคน ชุมชนหนองบ่อ และชุมชนโนนสมอ ถูกตัดขาดไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาใช้ และต้องอดอาหารมานานกว่า 4 วัน และเริ่มมีอาการป่วยน้ำกัดเท้าหลายร้อยคน ทางจังหวัดไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้เพราะมีระดับน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรกระแสน้ำพัดรุนแรงสูงกว่า 3.5 เมตร เริ่มลดรับมาลงมากว่า 2 เมตร
ทางเทศบาลเมืองชัยภูมิ จึงได้ประสานนำรถสายพานลำเลียง จากกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 2 คัน นำข้าวกล่อง น้ำดื่ม เร่งออกแจกจ่ายราษฎรในพื้นที่เป็นการด่วน เพราะขณะนี้ยังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาในพื้นที่ใช้ พร้อมได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดยนายอภัย จันทนจุลกะ ผู้แทนพระองค์ฯ เดินทางนำถุงยังชีพพระราชทานเข้าช่วยเหลือราษฎรในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ กว่า 3,000 ชุด
ด้านลำน้ำชีมีน้ำหนุนล้นตลิ่งสูงกว่า 2 เมตรทะลักล้นท่วมหลายตำบลของ อ.เมืองชัยภูมิซ้ำต่อเนื่อง เอ่อล้นบริเวณบ้านกุดเวียน และโรงเรียนหลายแห่ง ใน ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง ชัยภูมิ ถูกน้ำชีพัดเข้าท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ชาวบ้านกว่า 1,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เป็นการด่วนมาอาศัยพักตามถนนสายลาดใหญ่-อ.พล จ.ขอนแก่น และได้ร้องขอการสนับสนุนสุขาเคลื่อนที่เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ด้วย
นอกจากนี้น้ำชียังหลากเข้าท่วมเขต อ.คอนสวรรค์ สูงกว่า 2 เมตร ได้รับความเสียหายเกือบทั้งอำเภอ และจ่อทะลักต่อเข้าท่วมในเขตรอยต่อ จ.ขอนแก่น ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมจากอทธิพลน้ำชีหนุนสูงซ้ำทั่วทั้งจังหวัดใน 16 อำเภอ มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมสูงชาวบ้านเดือดร้อนหนักสุดโดยเฉพาะเกิดปัญหาไม่สามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือได้ น้ำ ไฟถูกตัดมานานกว่า 4 วันแล้วรวม7 อำเภอ ประกอบด้วยอ.เมืองชัยภูมิ,บ้านเขว้า(สถานีอนามัยประจำต.ลุ่มลำชีไม่สามารถให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้) ,เนินสง่า,จัตุรัส,หนองบัวระเหว,เกษตรสมบูรณ์,บ้านแท่น และอ.คอนสวรรค์ เริ่มใกล้จมบาดาลเกิดน้ำท่วมซ้ำหนักสุดในรอบหลายสิบปี
รมว.แรงงานเร่งจ้างงานซ่อมแซมวัด-ร.ร.ถูกน้ำท่วม
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะติดตาม ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ใช้แรงงานและดูแลเรื่องสวัสดิการสังคม โดยที่ผ่านมาที่บริษัทโลซี่ บลูไดมอนด์ ได้มีสวัสดิการสังคมให้กับเจ้าหน้าที่ พนักงาน และลูกจ้าง อย่างดีตลอดมา รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของ ผู้ใช้แรงงานของบริษัทฯ ยังได้มีการจัดดูแลความปลอดภัยไว้อย่างดีด้วยเช่นกัน
นายเฉลิมชัย กล่าวว่าขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานได้รับคำสั่งจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการความช่วยเหลือในทุกจังหวัดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยการจัดเจ้าหน้าที่ออกให้ความช่วยเหลือหลังน้ำลดในการเข้าซ่อมแซมเครื่องจักร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องมือทำกินอื่นๆ รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย
ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเบื้องต้น นอกจากนี้ยังได้มีโครงการจัดหาแรงงาน เป็นโครงการจ้างงานเร่งด่วน เพื่อออกช่วยเหลือเรื่องของการซ่อมแซมบ้านเรือน โรงเรียน วัด และสถานที่สาธารณะต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วม โดยจะให้ค่าจ้างเป็นเงินรายวัน วันละ 150-180 บาท
นอกจากนี้ทางสำนักงานประกันสังคมยังได้จัดตั้งงบประมาณไว้ให้สำหรับผู้ประกันตนกับประสังคมจำนวน หนึ่งหมื่นล้านบาท ไว้สำหรับผู้ที่ต้องการจะกูเงินในการซ่อมแซมบ้าน โดยสามารถขอกู้ได้คนละไม่เกิน 50 , 000 บาท
สำหรับผู้ป่วยด้วยปัญหาของภัยน้ำท่วม สามารถเข้าบริการได้ทุกโรงพยาบาลโดยสามารถยื่นบัตรประสังคมได้ทันที อีกทั้งประกันสังคมจะติดตามดูแลเรื่องสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานประกอบการต่างๆนั้น ทางสำนักงานประกันสังคมได้เปิดโอกาสให้เลื่อนการส่งจ่ายเงินสมทบไปก่อน ซึ่งมีกำหนดให้ส่งได้ในวันที่ 28 มกราคม 2554
น้ำไหลเข้าเทศบาลเมืองสิงห์บุรีอพยพชาวบ้านอยู่ที่สูง
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องมาจากการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยการประสานงานเมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ ( 22 ต.ค.) การระบายน้ำ อยู่ที่ 2,917 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที และวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานข้ามน้ำในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ระดับน้ำอยู่ที่ 11.76 เมตร ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤต นอกจากนี้ยังมีรายงานจากเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาทเพิ่มเติมว่า ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม นี้ จะเป็นช่วงที่เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุด ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านของพื้นที่ทางภาคเหนือ มีปริมาณมากกว่าค่าเกณฑ์เฉลี่ยปกติ ส่งผลให้ยังคงมีน้ำไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
นายไสวรินทร์ ศรีชำนิ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสิงห์บุรี กล่าวว่า ได้เร่งระดมกำลัง เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บริเวณ ชุมชนบ้านบางแคนอก และชุมชนบ้านกระบือ และชุมชนบ้านบางแคใน โดยการเร่งกรอกกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทหาร ป.พัน 711 จังหวัดลพบุรี , ครูและนักเรียน จากวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี และพนักงาน-ลูกจ้าง ของเทศบาลฯ ร่วมกับประชาชนชุมชนต่างๆ กรอกทรายและนำไปวางตามแนวที่น้ำเอ่อล้นอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการปิดกั้นมิให้น้ำเข้าท่วมเป็นพื้นที่กว้าง ,ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกตามจุดต่างๆ ที่มีน้ำท่วมขัง และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง ส่วนสถานที่ที่จะให้ประชาชนย้ายสิ่งของมาในที่ปลอดภัยทางเทศบาลเมืองได้จัดสถานที่ไว้บริเวณถนนสายเอเซีย ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บรุ จ.สิงห์บุรี
นายไสวรินทร์ กล่าวอีกว่าขณะนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อควบคุมและสั่งการ การป้องกันน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ เร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ 6 ชุมชน จำนวน 851 หลังคาเรือน ได้แก่ชุมชนวัดสังฆราชาวาส, ชุมชนวัดโพธิ์ข้าวผอก, ชุมชนวัดหัวว่าว, ชุมชนบ้านบางกระบือ, ชุมชนบ้านบางแคใน และชุมชนบ้านบางแคนอก โดยเตรียมจัดหาถุงยังชีพมาบรรเทาทุกข์ พร้อมจัดหาเวชภัณฑ์ยา เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในเบื้องต้น หากพี่น้องประชาชนท่านใดมีความประสงค์จะให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม หรือของใช้ที่จำเป็น สามารถติดต่อบริจาคได้โดยตรงที่เทศบาลเมืองสิงห์บุรี หรือโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 036-511500 หรือสายด่วน 199 และขอให้พี่น้องประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
ฝนตกหนักนานหลายชั่วโมงถนนศรีราชาจมน้ำ
เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน เป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุดในอำเภอศรีราชา โดยเฉพาะเขต เทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ถนนหลายสาย ก็มีน้ำท่วมขังด้วยเช่นกัน แต่หนักสุดบริเวณถนนศรีราชา-ไร่กล้วย รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้
นอกจากนี้ที่มีหมู่บ้านจำนวนมากและน้ำป่าไหลเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนเกือบ 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย รถยนต์ที่จอดหน้าบ้านจนทั้งคันขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ที่ติดตามหมู่บ้าน ซึ่งน้ำที่ไหลท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน เป็นน้ำป่าที่ไหลมาจากบนเขาและที่สูง
อีกทั้งพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นพื้นที่ต่ำและเป็นที่รับน้ำ แต่ในปัจจุบันมีหมู่บ้านจัดสรรเข้ามาปลูกสร้างหลายโครงการ อาทิ หมู่บ้านบูโลวาร์ด หมู่บ้านอัมพรเพลสและหมู่บ้านธารดารา รวมหลายร้อยหลังคาเรือน จึงทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ายังพบน้ำท่วมในอีกหลายพื้นที่ในอำเภอศรีราชา อาทิ บริเวณบ้านนาพุ ตำบลบางพระ และน้ำท่วมถนนสายอินโดจีน แหลมฉบัง - ฉะเชิงเทรา ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรศรีราชา ได้เข้าไปดูแลการจราจรในพื้นที่ และปิดกั้นเส้นทางที่น้ำท่วม และได้มีการประสานขอเรือท้องแบนจากหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาและตำรวจน้ำศรีราชา เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ไม่มีเนื่องจากเรือท้องแบน เนื่องจากที่มีอยู่ทั้งหมดได้ถูกส่งไปช่วยน้ำท่วมที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อหลายวันก่อน แต่ทางมูลนิธิสว่างประทีปศรีราชาก็ได้จัดทำข้าวกล่องจำนวน 200 กล่อง เข้าไปแจกจ่ายชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน
ส่วน ที่หมู่บ้านบูลเลอวาร์ด หมู่บ้านอัสชัญเฟส หมู่ 1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลายหน่วยงานกำลังเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ติดในหมู่บ้าน หลังฝนตกหนักนานหลายชั่วโมงของค่ำคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลเข้า โดยมีน้ำท่วมขังเกือบ 1 เมตร ทำให้ประชาชนที่อาศัยได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
โดยทางหน่วยกู้ภัยศรีราชาต้องนำเรือท้องแบนออกแจกจ่ายให้อาหารกล่อง พร้อมทั้งหากประชาชนที่ต้องการออกจากหมู่และก็มีประชาชนบางส่วนไม่ขอออกมา เนื่องจากกลัวทรัพย์หาย
นายวิชิต ชาตโพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง คณะเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ออกตรวจเยี่ยมพื้นที่เกิดอุทกภัยมอบถุงยังชีพ พร้อมด้วยกล่องยา ให้กับพี่น้องประชาชนอีกด้วย
โดยสถานการณ์ล่าสุดยังมีน้ำป่าไหลเข้าหมู่บ้านหลายแห่เจ้าหน้าที่ทั้งกู้ภัยและหน่วยงานราชการการต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน นายวิชิตกล่าวว่า ขณะนี้จะต้องเร่งประสานกับกรมชลประทาน นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มาติดตั้ง เพื่อสูบน้ำที่ท่วมขังลงสู่ทะเลโดยเร็ว เพราะหากให้น้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน ยิ่งจะสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้ทางเทศบาลฯ ทหาร ได้นำรถบรรทุก รถจีเอ็มซี และเรือมาช่วยขนสิ่งของออกจากบ้านเรือนประชาชน
นอกจากนี้ ทางจังหวัด กาชาดจังหวัด สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ โดยนำเต็นท์มาตั้งและตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมนำชุดยังชีพมามอบให้ผู้ประสบภัย



