ข่าว

เผยพิษน้ำท่วม29จว.เดือดร้อนนับล้าน

เผยพิษน้ำท่วม29จว.เดือดร้อนนับล้าน

22 ต.ค. 2553

"ชวรัตน์"เข้มให้ผู้ว่าฯรับมือน้ำท่วมอย่างเต็มที่ "ปภ."เผยพิษน้ำท่วมล่าม 29 จังหวัด 186 อำเภอ มีปชช.ได้รับความเดือดร้อนกว่าล้านคนแล้ว

(22ต.ค.) นายชวรัตน์  ชาญวีรกุล  รมว.มหาดไทย ได้เป็นประธานประชุมเพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2553 พื้นที่ภาคกลาง  ที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี   โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี   ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี และผู้แทนกรุงเทพมหานคร   และ  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา  เข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ด้วย

นายชวรัตน์ แจ้งว่าจากสถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มีปริมาณสูง  ประกอบกับการระบายน้ำ  จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  เข้าสู่ลำน้ำเจ้าพระยา  และการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์  ที่คาดว่า  จะมีน้ำทะเลหนุนสูง  ระหว่างวันที่ 24-27 ต.ค.  อีกทั้ง สภาวะฝน  ที่อาจจะตกซ้ำในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง  รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร  ดังนั้น  เพื่อให้การเตรียมการรองรับสถานการณ์  เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  จึงขอเน้นย้ำเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ  เพื่อให้ทุกท่านคำนึงถึงความสำคัญ  และรับไปดำเนินการต่อไป  ดังนี้

1. ให้ศูนย์อำนวยการ และบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด  จัดการประชุมเป็นประจำ “ทุกวัน”  เพื่อเป็นการ “กระตุ้น”  ให้เจ้าหน้าที่มีความตื่นตัว รับทราบสถานการณ์ล่าสุด  และ share ข้อมูล  ให้ทุกฝ่ายรับทราบเท่ากัน  เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเร่งด่วน  สามารถทำได้อย่างทันท่วงที  จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วม  รวมถึง สภาพภูมิอากาศ  จะคลี่คลาย  ที่สำคัญ ต้องประสานงาน กับหน่วยงานของกรมชลประทาน  กรมอุตุนิยมวิทยา  อย่างใกล้ชิด  เพื่อประโยชน์ในการคาดการณ์สถานการณ์  รวมทั้ง ประสานให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ  ทั้งการไฟฟ้า  และการประปา  เข้ามามีส่วนร่วม  ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน 

นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า 2. ให้หน่วยในพื้นที่  ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  อำเภอ  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  อาสาสมัคร  เป็นศูนย์กลาง  ในการ “กระจายข้อมูลข่าวสาร”  ให้ประชาชนรับทราบ  ความคืบหน้าของสถานการณ์“ทุกวัน”  และขอให้ใช้ทุกช่องทางการสื่อสาร ในการแจ้งเตือนประชาชน  ไม่ว่าจะเป็นสถานีวิทยุ โทรทัศน์  วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว  เสียงตามสาย  เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น  รวมทั้ง  ดูแลเรื่องวัสดุอุปกรณ์  ในการติดต่อสื่อสาร  ทั้งโทรศัพท์  และวิทยุสื่อสาร ให้มีความพร้อมที่จะใช้งาน 

3. พื้นที่ใด  ที่คาดว่าจะเป็นจุดเสี่ยง  ที่น้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมซ้ำซาก  ซึ่งตนเองได้เคยย้ำไปแล้วว่า  ขอให้ท่านนำสถิติข้อมูลเก่ามาพิจารณา  เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้น ๆ  รวมทั้ง  จัดเตรียมเครื่องอุปโภค  บริโภคที่จำเป็น  อาทิ  ข้าวสาร  อาหารแห้ง  น้ำดื่ม  ไว้แต่เนิ่น ๆ  เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว

4. หากมีพื้นที่ใด  เกิดสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง  ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด  ลงไปอำนวยการในพื้นที่ด้วยตนเอง  รวมทั้งรายงานให้กระทรวงฯ ทราบทันที  เพื่อที่ส่วนกลาง  จะได้ไปช่วยเหลือ  สนับสนุน

5. ให้จังหวัดมีการวางแผน  เตรียมเส้นทางสำรอง  ไว้สำหรับการสัญจรไปมาของประชาชน  กรณีที่เส้นทางหลัก  ถูกน้ำท่วม  หรือได้รับความเสียหาย  ตลอดจน การประชาสัมพันธ์  ให้ประชาชนทั่วไป  ได้รับรู้ รับทราบด้วย  และ

6. ในส่วนของกรุงเทพมหานคร  ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง  และแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ  เพื่อเตรียมรับสถานการณ์  รวมทั้ง  จัดเตรียมกระสอบทราย  ให้เพียงพอ  สำหรับป้องกันพื้นที่  ในเขตที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ขอชื่นชมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่

ปภ.เผยพิษน้ำท่วม29จว.เดือดร้อนนับล้าน

 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้สรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยในช่วงวันที่ 10 – 22 ตุลาคม 2553 พบว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 29 จังหวัด 186 อำเภอ 1 , 355 ตำบล 8 , 609 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 456 , 823 ครัวเรือน 1,280,344 คน ได้แก่ พิจิตร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ระยอง ตราด สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก ศรีสะเกษ ตาก สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นนทบุรี ปทุมธานี กำแพงเพชร นครปฐม อุทัยธานี สิงห์บุรี จันทบุรี และเชียงใหม่ ผู้เสียชีวิต 17 ราย ผู้สูญหาย1รายความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ

 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึง สถานการณ์อุทกภัยในระหว่างวันที่ 10 – 22 ตุลาคม 2553 มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 29 จังหวัด 186 อำเภอ 1 , 355 ตำบล 8 , 609 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 456 , 823 ครัวเรือน 1 , 280 , 344 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย สูญหาย 1 ราย ถนนไม่สามารถใช้สัญจรได้รวม 17 เส้นทาง ใน 7 จังหวัด ดังนี้  พิจิตร น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งใน 5 อำเภอ 19 ตำบล 34 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1 , 120 ครัวเรือน 4 , 000 คน ได้แก่ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนางราง โพทะเล และสากเหล็ก ชัยนาท น้ำท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 40 ตำบล 342 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 16 , 940 ครัวเรือน 44 , 987 คน ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท เนินขาม หันคา วัดสิงห์ หนองมะโมง มโนรมย์ และสรรพยา

 สุพรรณบุรี น้ำในแม่น้ำท่าจีนไหลเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ 61 ตำบล 304 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 44 , 300 ครัวเรือน 121 , 436 คน ได้แก่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บางปลาม้า สองพี่น้อง สามชุก หนองหญ้าไซ และเดิมบางนางบวช 

 อ่างทอง น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 52 ตำบล 215 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1 , 950 ครัวเรือน 4 , 335 คน ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง ป่าโมก ไชโย วิเศษชัยชาญ โพธิ์ทอง สามโก้ และแสวงหา

 พระนครศรีอยุธยา น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำน้อย เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มการเกษตรใน 5 อำเภอ 54 ตำบล 297 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 4 , 494 ครัวเรือน 13 , 977 คน ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา บางไทร มหาราช ผักไห่ และบางบาล

 ระยอง น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 6 ตำบล 32 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง และวังจันทร์

 ตราด เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะช้าง และแหลมงอบ

 สระแก้ว น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ 10 ตำบล 1 เทศบาล 32 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 6 , 346 ครัวเรือน25 , 800คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 40 , 000 ไร่ ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ วังน้ำเย็น ตาพระยา และโคกสูง

 นครราชสีมา น้ำท่วมในพื้นที่ 31 อำเภอ 376 ตำบล 2 , 158 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 452 , 174 ไร่ ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา สูงเนิน ขามทะเลสอ โนนแดง คง เสิงสาง หนองบุญมาก จักรราช เทพารักษ์ ด่านขุนทด บ้านเหลื่อม โนนสูงโชคชัย พิมาย โนนไทย ห้วยแถลง ปากช่อง สีคิ้ว ปักธงชัย ขามสะแกแสง เฉลิมพระเกียรติ พระทองคำ บัวใหญ่ ครบุรี บัวลาย เมืองยาง ศรีดา ชุมพวง วังน้ำเขียว ลำทะเมนชัย และแก้งสนามนาง

 ปราจีนบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1 , 870 ครัวเรือน 5 , 610คนได้แก่ อำเภอนาดี และกบินทร์บุรี ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ

 ลพบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ 120 ตำบล 1 , 012 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี โคกสำโรง ชัยบาดาล พัฒนานิคม ลำสนธิ ท่าหลวง หนองม่วง สระโบสถ์ โคกเจริญ บ้านหมี่ และท่าวุ้ง

 นครสวรรค์ น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 25 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 2 , 226 ครัวเรือน 6 , 698 คน ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ตาคลี ลาดยาว หนองบัว ท่าตะโก และไพศาลี

 ชัยภูมิ น้ำท่วมในพื้นที่ 16 อำเภอ 113 ตำบล 1 , 305 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 63 , 610 ครัวเรือน 185 , 742 คนได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว บำเหน็จณรงค์ เนินสง่า จัตุรัส บ้านเขว้า แก้งคร้อ หนองบัวแดง หนองบัวระเหว คอนสวรรค์ ซับใหญ่ คอนสาร ภักดีชุมพล เทพสถิติ และบ้านแท่น

 สระบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 13 อำเภอ 111 ตำบล 86 , 1000 ครัวเรือน 185 , 995 คน เสียชีวิต 1 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี บ้านหม้อ พระพุทธบาท มวกเหล็ก แก่งคอย วังม่วง เสาไห้ เฉลิมพระเกียรติ ดอนพุด หนองแซง หนองแค วิหารแดง และหนองโดน
เพชรบูรณ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ 49 ตำบล 271 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หนองไผ่ ศรีเทพ บึงสามพัน และวิเชียรบุรี

 นครนายก น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบ้านนา 2 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 500 ครัวเรือน 1 , 500 คน

 ศรีสะเกษ น้ำล้นสปริงเวย์เข้าท่วมในพื้นที่อำเภอขุนหาญ ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ

 ตาก น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 39 ตำบล 1 เทศบาลนคร 267 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 30 , 332 ครัวเรือน 100 , 006 คน ได้แก่ อำเภออุ้งผาง พบพระ แม่สอด ท่าสองยาง แม่ละมาด และบ้านตาก

 สุรินทร์ น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 33 ตำบล 252 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 25 , 422 ครัวเรือน 96 , 594 คน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สังขะ บัวเชด ศรีขรภูมิ ศรีณรงค์ ชุมพลบุรี และกาบเชิง

 บุรีรัมย์ น้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ 62 ตำบล 485 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 13 , 275 ครัวเรือน 51 , 877คน ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ ได้แก่ อำเภอโนนดินแดง สตึก ปะคำ บ้านกรวด ประโคนชัย เฉลิมพระเกียรติ ละหานทราย นางรอง หนองหงส์ ลำปลายมาศ และชำนิ

 ขอนแก่น น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ 27 ตำบล 153 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 4 , 582 ครัวเรือน 16 , 084 คน ได้แก่อำเภอภูผาม่าน บ้านไผ่ และชุมแพ

 นนทบุรี แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 54 ตำบล 128 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 15 , 027 ครัวเรือน 17 , 940 คน ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด บางกรวย บางใหญ่ บางบัวทอง และไทรน้อย

 ปทุมธานี น้ำเจ้าพระยาเอ่อล่นเข้าท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 39 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 13 , 197 ครัวเรือน 26 , 394 คน ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี สามโคก ลาดหลุมแก้ว ธัญบุรี ลำลูกกา คลองหลวง และหนองเสือ  

 กำแพงเพชร น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 33 ตำบล 248 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 31 , 758 ครัวเรือน 33 , 763 คน ได้แก่ อำเภอขาณุวรลักษบุรี ปางศิลาทอง ไทรงาม บึงสามัคคี ทรายทองวัฒนา ทรายทองพรานกระต่าย

 นครปฐม แม่น้ำท่าจีนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อำเภอบางเลน และปริมาณน้ำแม่น้ำท่าจีนในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม นครชัยศรี สามพราน กำแพงแสน มีระดับสูงขึ้น

 อุทัยธานี น้ำจากแม่น้ำวงก์และคลองโพธิ์ ไหลเข้าสู่แม่น้ำแควตากแดด ส่งผลทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลเนินแจง และตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 300 ไร่ ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว

 สิงห์บุรี น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี 2 ตำบล 1 เทศบาล 18 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1 , 042 ครัวเรือน 2 , 084 คน

 จันทบุรี ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองจันทบุรี แก่งหางแมว เขาคิชกูฎ มะขาม สอยดาว และโป่งน้ำร้อน

 เชียงใหม่ น้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ 25 ตำบล 109 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 5 , 901 ครัวเรือน 14 , 867 คน ได้แก่ อำเภอดอยเต่า ชัยปราการ แม่วาง จอมทอง ดอยหล่อ ฮอด สันป่าตอง และสะเมิง

 นอกจากนี้ ลำปาง เกิดดินถล่มทับเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่ บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ 28-29 ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ประสบภัยได้จัดส่งเรือท้องแบน 650 ลำ ถุงยังชีพ 88 , 760 ถุง เต๊นท์ 116 หลัง ไปติดตั้งเพื่อให้ผู้ประสบภัยมีที่พัก อาศัยชั่วคราว รถผลิตน้ำดื่ม 8 คัน น้ำดื่ม 75 , 209 ขวด เครื่องสูบน้ำ 134 เครื่อง รถกู้ภัยทุกชนิด 463 คัน รถไฟฟ้าส่องสว่าง 4 คัน สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สุดท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง