
สธ.เปิดสายด่วนฟื้นฟูสุขภาพจิตน้ำท่วม
สธ.ตั้งวอร์รูมเยียวยาฟื้นฟูสุขภาพจิตผู้ประสบภัยเปิดสายด่วน1323 และ1667 ฟังปัญหา ส่ง 60 หน่วยแพทย์พบผู้ประสบภัย หวั่นซึมเศร้า ชี้ตัวเลขจิตวิตกสูงแตะ 50 % แนะมองโลกในแง่ดีอย่าอยู่คนเดียว
(22ต.ค.) นางพรรณศิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่กรมสุขภาพจิต เตรียมเยียวยาด้านสุขภาพจิตกับประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำท่วมมในหลายจังหวัดว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เรามองว่าทั้งทางกายทางจิตและปัญหาภาวะความเครียดจะตามมาภายหลัง กระทรวงจึงจะตั้งวอร์รูมเยียวยาฟื้นฟูสุขภาพจิต เบื้องต้นมีสายด่วน1323 ,1667 ซึ่งข้อมูลที่เข้ามาในช่วงนี้ เรามีแบบประเมินเรียกว่าแบบประเมิน 8 คิว ในกรณีที่พบว่ามีสภาพความเครียดอยู่ที่เกณฑ์ประมาณร้อยละ 50 ข้อมูลที่เข้ามาตอนนี้จึงทำให้เกิดข้อห่วงใยพี่น้องประชาชน
อยากแนะนำประชาชนโดยรวมทั่วไปว่า พยายามคิดในเชิงบวก คิดเชิงสร้างสรรค์ มองโลกในแง่ดี อย่างน้อยปัญหาหรือสภาวะทั้งหลายที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ยังมีน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ร่วมคิดร่วมทำอย่าคิดอยู่คนเดียว ในส่วนของครอบครัวต้องหารือกันรวมทั้งเพื่อนบ้านตลอดจนชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อาจจะมีการระบายความรู้สึกนึกคิด ด้วยกิจกรรมหันเหความสนใจไปในเรื่องอื่น ๆ บ้างและที่สำคัญควรดูแลสุขภาพกายตัวเองด้วย ดูแลในเรื่องของน้ำดื่ม อาหาร และสุขาภิบาล
กระทรวงสาธารณะสุขได้ลงไปช่วยเหลือในส่วนของยาเบื้องต้น ซึ่งมองว่าขณะนี้ โรคท้องร่วง โรคทางเดินอาหาร โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ รวมทั้งสุขภาวะอื่นตรงนี้เราก็เยียวยาในเบื้องต้น ก็มีชุดยาบรรเทาสาธารณะภัยลงไป รวมทั้งเร่งให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยเร่งผลิตพวกฟ้าทลายโจร ยาห้าราก ตะไคร้หอมลงไปดูแลเยียวยา นอกจากนี้ยังมีการออกหน่วยของกรมสุขภาพจิตขณะนี้มีออกไปแล้วกว่า 60 หน่วยพร้อมกับหน่วยแพทย์เคลื่อน ทั้งของกระทรวง และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในท้องถิ่น โดยผ่านเขตตรวจราชการและสาธารณะสุขจังหวัด สถานบริการของกระทรวงในพื้นที่มีหน่วยสุขภาพจิตเคลื่อนออกไปพร้อมหน่วยแพทย์ทั่วไป ” รมช.สาธารณสุข กล่าว
นางพรรณศิริ กล่าวว่า การดูแลเบื้องต้นกรณีที่ปัญหาความเครียดมาก เฝ้าติดตามผลเป็นระยะ ๆ พร้อมทั้งประเมินสภาวะสุขภาพ เพื่อลดปัญหาในเรื่องของความเครียด แล้วจะไปสู่ในเรื่องของอาการซึมเศร้า ถ้ามีอาการซึมเศร้า ต้องวิเคราะห์ตนเอง และครอบครัวช่วยกันวิเคราะห์รวมทั้งจิตเวชจะลงไปช่วยวิเคราะห์ด้วย จะเป็นการการลดสภาพปัญหาไม่ให้เกิดการลุกลามไปถึงการฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้ตัวเลขของผู้ที่อยู่ในอาการวิตกยังไม่ถึงกับซึมเศร้ามีประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์จากผู้ประสบภัยทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูง เพราะโดยเฉลี่ยปกติแล้ว สภาวะของความเครียดในสังคมทั่วไปตัวเลขควรไม่เกินร้อยละ10



