ข่าว

ประเมินน้ำท่วมเสียหาย7.7หมื่นล้านบ.

ประเมินน้ำท่วมเสียหาย7.7หมื่นล้านบ.

22 ต.ค. 2553

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจในประเทศ เสียหายโดยรวม 7,700 ล้านบาท โดยภาคการเกษตรได้รับความเสียหายมากที่สุด 2,600 ล้านบาท ด้านธ.แห่งประเทศไทย แจ้งว่ามีธนาคารแจ้งปิดสาขา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

(22ต.ค.) นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ ว่า ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งจากการประเมินผลกระทบเบื้องต้นพบว่ามี ความเสียหายของทรัพย์สินราชการและพื้นที่การเกษตร โดยรวมประมาณ7,700 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคเกษตร 2,600 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม 600 ล้านบาท ภาคบริการ 1,200 ล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวและทรัพย์สินราชการรวมทั้งของเอกชน 3,000 ล้านบาท คิดเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ร้อยละ 0.1

 ในส่วนของภาคการเกษตรได้รับความเสียหายมากที่สุดประมาณ 1 ล้านไร่ ในช่วงระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหายคือ นาไร่ กว่า 7 แสนไร่ รองลงมาเป็นพืชไร่ พืชสวน และปศุสัตว์ ซึ่งผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ภาครัฐจะต้องใช้งบประมาณชดเชยและแก้ปัญหาเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000-20,000 ล้านบาท และจะกระทบต่อจีดีพีของประเทศในปีนี้ประมาณร้อยละ 0.2

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย กล่าวด้วยว่า ปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ถือเป็นปัญหาในระยะสั้นแต่เกิดขึ้นซ้ำซากและเป็นพื้นที่เดิมที่ประสบภัย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อจีดีพีมาก แต่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไข โดยการสร้างชลประทานในเขตพื้นที่ที่พบปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีพื้นที่กักเก็บน้ำน้อย หากภาครัฐเร่งช่วยเหลือก็จะช่วยลดความเสี่ยง และในอนาคตภาคการเกษตรจะเป็นภาคที่โดดเด่นในเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจในประเทศน่าจะฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนในช่วงเดือนธันวาคม-ต้นเดือนมกราคมในปีหน้า

 ด้านธ.แห่งประเทศไทย แจ้งว่ามีธนาคารแจ้งปิดสาขา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหลายจังหวัด ประกอบด้วย 1.ธนา คารกรุงไทย สาขาปักธงชัย นครราชสีมา ปิดทำการระหว่าง 18-22 ตุลาคม 2553 , สาขาถนนช้างเผือก นครราชสีมา 18-22 ตุลาคม 2553 ,สาขาโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 18-22 ตุลาคม 2553 , สาขาถนนหฤทัย ชัยภูมิ 19-22 ตุลาคม 2553 (2.) ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา ปิดทำการ 19-21 ตุลาคม 2553 ,สาขาชัยภูมิ ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553 (3.) ธนาคารกสิกรไทย สาขาจอหอ นครราชสีมา 18-21 ตุลาคม 2553 ,สาขาปักธงชัย นครราชสีมา 18-21 ตุลาคม 2553 , สาขาชัยภูมิ ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553 (4.) ธนาคารกรุงเทพ สาขาชัยภูมิ ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553 ,สาขาเทสโก้โลตัส ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553 (5.) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาตลาดสุรนคร นครราชสีมา ตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2553 ปิดจนกว่าสถานการณ์จะปกติ ,สาขาท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2553 ปิดจนกว่าสถานการณ์จะปกติ (6.) ธนาคารนครหลวงไทย สาขาชัยภูมิ ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553 (7.) ธนาคารทหารไทย สาขาชัยภูมิ ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553 ,สาขาปักธงชัย นครราชสีมา 21 ตุลาคม 2553  และ(8.) ธนาคารเกียรตินาคิน สาขาชัยภูมิ ชัยภูมิ 20-21 ตุลาคม 2553

 นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน แจ้งว่า ตัวเลขปล่อยน้ำเหนือที่เขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ปริมาณ 2,872 ลบ.ม./วินาที และน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังมีการระบายที่ปริมาณ 1,200 ลบ.ม./วินาที ทำให้ขณะนี้ มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณจุดวัดระดับน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,081 ลบ.ม./วินาที เพราะฉะนั้นข้อมูลตัวเลข จากสำนักระบายน้ำ ของกทม. ที่ระบุว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกทม.อยู่ที่ระดับ 4,600 ลบ.ม./วินาที น่าจะคลาดเคลื่อนอย่างไรก็ตามยอมรับว่าขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือทั้งหมดที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มมีปริมาณมากขึ้นและปริมาณน้ำอาจจะมีการยกตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษ ช่วง 24-25 ต.ค. ที่มีน้ำทะเลหนุน เพราะฉะนั้นในพื้นที่จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ควรมีการเสริมคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นถ้ามากกว่า2 เมตรได้ยิ่งดี ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวเรื่องสถานการณ์น้ำทั้งหมดที่ ก.เกษตรฯวันนี้

 ขณะที่ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสภาวะน้ำท่วมจังหวัดนครราชสีมาเป็นบริเวณกว้างตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำจากจังหวัดนครราชสีมาบางส่วน เริ่มไหลลงสู่แม่น้ำมูลแล้ว  คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำมูล ในบางอำเภอของจังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดถัดไปทั้งนี้ คาดว่าปริมาณน้ำจะเดินทาง ถึงอำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ภายใน 2-5 วันข้างนี้ กรมชลประทาน ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำมูล ในเขตอำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ดังกล่าว ด้วยการป้องกันล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย และป้องกันน้ำไหลเข้าที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่การเกษตร พร้อมขอให้ทำการขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะขึ้นสู่ที่สูง

 เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง นำเครื่องอุปโภคบริโภค เข้าไปแจกจ่ายให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม ที่หน้าโรงเรียนพลร่มอนุสรณ์ หมู่ 3 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งได้จัดตั้งเต้นท์ เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยการแจกสิ่งของในครั้งนี้มีประชาชนจาก หมู่ที่ 1-7 ต.ป่าตาล 500 ครอบครัว เดินทางมารับแจกสิ่งของ นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯยังมีการตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารให้ผู้ประสบภัยบริเวณดังกล่าวด้วย

 นางสุกัญญา รัตนสุวรรณ เจ้าหน้าที่แผนกสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุน้ำท่วมใน จ.ลพบุรี ทางมูลนิธิฯ้จัดส่งเรือท้องแบน และหน่วยกู้ชีพเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่วันแรก รวมทั้งตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ประสบภัยมาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยมูลนิธิฯมีโครงการที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกจังหวัดและอำเภอ ซึ่งจะเข้าประสานองค์ส่วนท้องถิ่นทุกพิ้นที่ประสบปัญหา เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ นอกจากนี้หากประชาชนที่ประสบภัยจนเสียชีวิต ทางมูลนิธิฯจะมอบเงินช่วยเหลือรายละ 1 หมื่นบาททุกรายเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
 
 ว่าที่ร.ต.ชอบ สมบุญเพ็ญ ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานสวัสดิการ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือผู้ประ สบอุทกภัยในนามวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี และอาชีวะศึกษา จ.ลพบุรี ได้รับมอบหมายงานจาก ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ นำนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาช่างต่างๆออกช่วยเหลืทือประชาชน โดยตั้งจุดช่วยเหลือ 2 จุด ในจุดแรกที่ ต.ป่าตาล ได้นำนักศึกษาแผนกวิชาช่างยนต์ มาคอยให้ความช่วยเหลือตรวจเช็ครถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์ต่างๆที่ได้รับความเสียหายถูกน้ำท่วม รวมทั้งนักศึกษาแผนกช่างไฟฟ้า ที่จะให้ความเหลือในการปลดและตัดไฟฟ้าภายในบ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมเพื่อความปลอดภัย

 ว่าที่ ร.ต.ชอบ กล่าวต่อไปว่า สำหรับจุดให้ความช่วยเหลือจุดที่ 2 ที่ ต.ท่าแก จะนำนักศึกษาแผนกช่างเชื่อมโลหะแผ่น มาทำส้วมลอยน้ำ ให้กับประชาชนที่เดือดร้อน โดยโครงสร้างของส้วมลอยน้ำ มีฐานเป็นโครงเหล็ก มีถังน้ำมัน 200 ลิตร เป็นทุ่น 4 ใบ และมีถังน้ำมัน 200 ลิตรอีก  1 ใบ รองรับสิ่งปฏิกูรจากการขับถ่าย โดยจัดทำให้บริการแก่ประชาชนเป็นกลุ่มหมู่บ้านละประมาณ 10 หลังครัวเรือน ต่อส้วม 1 ชุด ขณะเดียวกันแผนกวิชาสารสนเทศและสวัสดิการ นักเรียน นักศึกษา กำลังผลิตส้วมเฉพาะกิจจากหลังกระดาษเอ 4 ใส่ถุงดำไว้ในลัง และปิดฝา โดยมีฝาลังเจาะช่องเป็นลักษณะวงรี เพื่อรับการขับถ่ายสิ่งปฏิกูร โดยแจกให้บ้านละ 1 ใบ ตามที่ประสานไว้ที่ กับทางอำเภอที่ประสบภัยน้ำท่วม นอกจากนี้หากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ 088 -624418 ตลอด 24 ชั่วโมง