ข่าว

“ประยุทธ์”ยันสถาบันฯไม่ยุ่งการเมือง

“ประยุทธ์”ยันสถาบันฯไม่ยุ่งการเมือง

22 ต.ค. 2553

“ประยุทธ์”เผย เอาเกียรติเป็นประกัน“สถาบัน”ไม่เคยยุ่งการเมือง ยกสถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง จี้หยุดจาบจ้วง ชี้สังคมสุขได้ เพราะ”ในหลวง”พระราชทาน ชวนคนไทยปกป้องสถาบัน ยันไทยมีแค่ 2 ฝ่าย “คนดี-คนไม่ดี” สังคมอยู่ไม่ได้ หากปล่อยโจรแหกกฎ วอนคนไทยช่วยป้องแผ่นดิน

(22ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประธานในการร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 100 รูป ในพิธีรำลึกครบรอบ 100 ปี วันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) และ บวงสรวงวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์ รวมถึงการเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยมี รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (1) พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (2) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก และนายทหารระดับสูงของกองทัพบก เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

 จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การร่วมพิธีวันนี้เนื่องในโอกาสวันสวรรคตครบรอบ 100 ปี ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) พวกเราทุกคนจึงมาร่วมจิตอธิฐาน และบำเพ็ญพระราชกุศลถวายร่วมจิตร่วมใจถวายอธิฐานให้พระบุญญาบารมีของพระองค์ท่านทรงปกป้องประเทศไทยให้รอดพ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างมากในเวลานี้หลายสิบจังหวัด ขอให้ประเทศไทยมีความสงบสุขร่มเย็นโดยเร็ววัน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ภายในประเทศ สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิต

 เมื่อถามว่า เป็นวันที่ประชาชนคนไทยต้องกลับมารวมใจเป็นหนึ่งเดียวเหมือนในอดีต พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้ใช้วันสำคัญวันนี้ และวันอื่น ๆ ตนถือว่าสำคัญทุกวันสำหรับประชาชนชาวไทย ซึ่งเป็นวันที่คนไทยมีโอกาสหันหน้าเข้ามาปรองดองหันหน้าปรึกษาหารือกัน และรักษากฎหมายกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ และปกป้องสถาบันทุกสถาบัน ซึ่งจะต้องช่วยกันดูแลอย่านำมายุ่งเกี่ยวการเมืองทั้งสิ้นสถาบันอันเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง ส่วนโครงการพระราชดำรินั้น ทางกองทัพบกจะสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง และพยายามนำสิ่งเหล่านี้ถ่ายทอดไปยังประชาชนที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงจัดตั้งศูนย์ต่าง ๆ มากมาย ในการเป็นตัวอย่าง และศูนย์วิจัยค้นคว้า และประชาชนก็ได้รับรู้เรื่องการพัฒนาทั้งการเลี้ยงสัตว์ และ เกษตรกรรม ซึ่งพระองค์ท่านทำมาเกือบ 60 ปีแล้ว ทั้งนี้นโยบายของกองทัพบกจะเข้าไปช่วยเหลือในทุกโครงการที่มีอยู่แล้วประมาณ 3,000 กว่าโครงการ ต้องการที่จะนำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ไปถึงประชาชนทุกคน

 “ ในวันนี้ถึงแม้ว่าคนรุ่นหลัง ๆ เกิดไม่ทันในช่วงที่พระองค์ทรงงานอยู่ในช่วงที่มีความลำบาก ก็ขอให้นึกถึงว่าประเทศไทยที่มีวันนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ สมัยก่อนยากกว่านี้เยอะ ถนนก็ไม่ดีเท่านั้น สมัยก่อนทั้งสองพระองค์ได้ทรงงานอย่างหนักในการเข้าไปเยี่ยมประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และนำสิ่งต่าง ๆ มาพัฒนาจนกระทั่งมาเป็นวันนี้ เด็ก ๆ บางคนเกิดไม่ทันพระองค์ท่าน แต่ผมขอให้รู้ว่าประเทศไทยที่มีอย่างนี้ มีวันนี้ สู่สันติสุข และความเจริญในเรื่องต่าง ๆ พระองค์ทรงเป็นผู้พระราชทานมาทั้งสิ้น โดยความร่วมมือของรัฐบาล และหน่วยราชการต่าง ๆ มาตลอด ผมอยากกราบเรียนว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับคนไทยมาตลอด และพระองค์ท่านไม่เคยทำอะไรที่ไม่นึกถึงพสกนิกรของพระองค์ท่านเลย พระองค์ทรงตากตรำพระวรกายมาโดยตลอด สิ่งใดก็ตามจะไปล่วงล้ำละเมิดก็ขอทุกคนหยุดได้แล้ว ผู้ที่กระทำอยู่ก็จะต้องหยุด ไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ ก็ตาม บางทีก็เอาไปเกี่ยวพันกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมยืนยันว่า พระองค์ท่านไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง พระองค์ท่านไม่เคยลงมายุ่งกับเรื่องพวกนี้เลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากบอกกับประชาชนทั่วไปให้ได้รับทราบ ตนใช้เกียรติยศของตนพูดตรงนี้ว่าพระองค์ท่านไม่เคยลงมาเกี่ยวข้องในเรื่องใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีการกล่าวให้ร้ายพระองค์ท่าน ไม่มีความจำเป็นที่พระองค์ท่านจะต้องมายุ่งในเรื่องพวกนี้ และประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีอะไรเลย ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรสมบูรณ์อยู่ในตัวอยู่แล้ว และพระองค์ท่านไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะต้องหาอะไรมาเพิ่มเติม พระองค์ท่านทรงระลึกอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรประชาชนของพระองค์ท่านจะมีความสุข และวันนี้พวกเราก็สมควรที่จะทำให้พระองค์ท่านมีความสุข เพราะท่านทรงลำบากมาตลอดพระชนม์ชีพของท่าน 80 กว่าปี ทรงงานมากว่า 60 ปี ดังนั้นตนจะต้องพูด เพราะว่าเว็ปไซต์ ใบปลิว และเรื่องต่าง ๆ ดังนั้นทุกคนจะต้องช่วยกันขจัดคนต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าทุกคนย้อนกลับไปจะต้องนึกถึงว่าถ้าไม่มีพระองค์ ประเทศไทยก็คงไม่สงบเรียบร้อยแบบนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะยังอยู่ได้ แต่ก็ไม่ใช่เป็นแบบนี้

 เมื่อถามว่า ถึงเวลาแล้วใช่หรือไม่ ที่คนหลงผิด-หลงทาง ควรกลับมาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องกลับมา คือเราจะต้องทำให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้งให้ได้ พระองค์ท่านไม่เคยลงมาทำให้เกิดความขัดแย้ง ในช่วงระยะเวลาที่มีการแบ่งฝ่ายต่าง ๆ พระองค์ท่านทำไม่ได้ที่จะลงยุ่งเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องทำถวายให้กับพระองค์ท่าน ประเทศไทยไม่เคยมีฝ่าย ดังนั้นหากจะมีฝ่ายก็มีอยู่แค่ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายคนทำความดี กับ ฝ่ายคนทำความไม่ดี ดังนั้นการทำความไม่ดีก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย หรือต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม ถ้าหลักฐานพยานยืนยันว่าไม่มีความผิดก็เป็นคนบริสุทธิ์ไป ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องกฎหมายของกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว เป็นอำนาจของตุลาการในการพิจารณาที่ได้มีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ก็ขอให้มาต่อสู้กันทางกฎหมาย

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาพระองค์ท่านทรงเสียพระหฤทัยที่คนไทยทะเลากัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แน่นอนครับ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง หรือ ทะเลาะเบาะแวงกัน พระองค์ท่านไม่เคยสบายใจอยู่แล้ว ฉะนั้นในช่วงนี้ท่านทรงมีพระชนม์มาก และพระประชวร ดังนั้นอยากให้ทุกคนรวบรวมจิตใจทุกคนทำถวายท่าน ไม่ว่าจะเป็นพวกใดก็ตาม ใครที่ไม่เข้าใจ ใครที่เข้าใจผิด หรือที่ไม่เจตนาขอให้เลิกเถอะครับ เจ้าหน้าที่เขารู้หมด แต่คงเป็นพระเมตตาของพระองค์ท่านที่ไม่อยากจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับใคร พระองค์ท่านไม่ได้มีโอกาสมาชี้แจง หรือ แถลง การที่ตนพูดในวันนี้ ตนจำเป็นต้องพูดเพราะเป็นหน้าที่ของกองทัพบก ที่จะต้องปกป้องสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ได้ กราบเรียนทุกคนว่าจะต้องช่วยกันดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียวทำไม่ได้ แล้วเราไปลองนั่งนึกดูซิว่า ที่ทำเว็ปไซต์ เขียนใบปลิว หรือ เขียนป้ายออกมา มันสมควรมั้ย มันสมควรที่ท่านจะทำมั้ย ไม่ว่าใครก็ตาม ถึงท่านจะมาเขียนว่าตนก็ไม่สมควร จะต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ท่านต้องคำนึกถึงศักดิ์ศรี ไม่ต้องไปถึงสถาบันเอาแค่พวกเรากันเอง และไปเขียน และทำร้ายกันในทางลับหลัง ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็นจะต้องออกมาพูด ออกมาอธิบายกัน และถามว่าใช่หรือไม่ใช่ จริงหรือไม่จริง ไม่อย่างนั้นประชาชนสับสน ใครก็ตามที่ว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวก็จะต้องทำให้สิ่งเหล่านี้มันหมดไป

 “ สิ่งแรกที่จะนำไปสู่การปรองดองสามัคคีได้ ผมว่าเลิกยุ่งเกี่ยวกับสถาบันทั้งสิ้น ทรงยกพระองค์ท่าน ยกสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้เหนือเส้นที่ผมเคยบอกแล้วว่า มันมีเส้นหนึ่งเส้นหนึ่งที่เราจะต้องยกทุกอย่างไว้เหนือเส้นนั้น ไม่อย่างนั้นถ้าเอาลงมาสู้กับข้างล่างแบบนี้ ก็จะทำให้สูญเสีย เสียหาย ทั้งประเทศชาติ ชื่อเสียง และความเป็นคนไทยมันหมดสิ้นไป ผมอยากให้วันเวลาเหล่านั้น สมัยที่ผมเป็นเด็ก ๆ พวกเราเป็นเด็ก ๆ กลับคืนมา รอยยิ้มให้กัน และไม่ทะเลาะเบาะแวงซึ่งกันและกัน ใครจะเป็นอะไร ใครจะมีปัญหาอะไรกันก็ไปว่ากันทางกฎหมาย และไม่อยากให้ย้อนกลับไปวันนั้นวันนี้อีกแล้ว เอากฎหมายมาว่ากัน และมาต่อสู้กันทางกฎหมาย ทางกระบวนการยุติธรรม ทหาร ตำรวจ ทำงานหนัก ก็จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องงานอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นเช่น งานโจรผู้ร้าย ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว การกระทำผิดกฎหมายอีกมากมาย และหากมีการทะเลาะเบาะแวงกันระหว่างคนไทยด้วยกัน เจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากลงไปใช้กำลังในการเข้าไปแก้ไขปัญหาสิ่งเหล่านั้น ไม่มีใครอยากทำ แต่ทำไปตามกฎหมาย และ พรก.ฉุกเฉินที่มีอยู่ เสร็จแล้วก็มานั่งเสียใจว่าทำไมต้องมีการบาดเจ็บ และสูญเสีย ทั้งนี้ผมถามว่าใครจะถามนอกจากกระบวนการทางยุติธรรมอยู่แล้ว แต่กราบเรียนด้วยใจจริงว่า ทหาร ตำรวจ ทุกคน หรือ เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้มีใครเจ็บ หรือ ตาย แม้แต่คนเดียว ฉะนั้นขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า จะบอกได้หรือไม่ว่ากลุ่มคนที่เคลื่อนไหวอย่าล้ำเส้นสถาบัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บอกทุกครั้ง ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม จริง ๆ แล้วไม่อยากให้เรียกฝ่ายเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ แต่อยากให้ใช้คำว่าคนดีกับคนไม่ดี คนไม่ดีก็คือคนที่ไม่คำนึงถึงธรรมะ ไม่มีคุณธรรม-จริยธรรม ดังนั้นคนที่ไม่ดีมีโอกาสเป็นคนดีได้ก็ด้วยจิตใจของตัวเองให้มีใจบริสุทธิ์ ยอมรับกติกา และ กฎ ต่าง ๆ ถ้าประเทศไทยไม่รักษาสถาบัน ไม่รักษากฎกติกา มันอยู่ไม่ได้ เหมือนกับโจรอยู่ด้วยกัน และทหารกับเจ้าหน้าที่ก็อยู่ไม่ได้ มันมันมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องต้องรักษาผืนแผ่นดินไทย ต้องป้องกันโจร ฉะนั้นขอให้ทุกคนร่วมมือกันทำ และขอร้อง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ช่วยกันทำให้บ้านเมืองปลอดภัย และผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้ด้วยดี และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอยู่เหนือเกล้าฯ กระหม่อม สำหรับผู้ที่กระทำความผิดได้ติดตาม และเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยจะใช้ทั้งเรื่องกฎหมาย และ ความเข้าใจ แต่ก็มีบางคนที่ยังไม่เข้าใจก้าวร้าวรุนแรงคนพวกนี้จะต้องถูกดำเนินคดี ดังนั้นขอให้เข้าใจว่าประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น ๆ ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีวัฒนธรรม สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่ประเทศไทยมาหลายร้อยปีแล้ว ตนอยากให้คนไทยช่วยกันลุกขึ้นมาปกป้องเทิดทูนสถาบัน แล้วมีอยู่อย่างคืออยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง และสิ่งใดก็ตามที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ผมใช้เกียรติยศศักดิ์ศรีของผมกับกำลังพลทุกคนในกองทัพบก รับรองว่าพระองค์ท่านไม่เคยยุ่งเกี่ยว และสิ่งใดก็ตามที่ว่าต้องไปอยู่กับสถาบัน ไปอยู่กับพระองค์ท่าน ไม่มีครับ ผมยืนยันได้ว่าตลอดเวลาที่ผมถวายงานมาไม่เคยมีเรื่องพวกนี้เข้าไป