ข่าว

"อย่าคิดว่ารัฐประหารจะไม่เกิด"

"อย่าคิดว่ารัฐประหารจะไม่เกิด"

22 ต.ค. 2553

"รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ถือว่า "รัฐมนตรีส่วนใหญ่" อยู่ในวัยใกล้เคียงกันโดยเฉพาะรัฐมนตรีสังกัด "พรรคประชาธิปัตย์" นอกจากวัยใกล้เคียงกันแล้วกลุ่มก้อนที่ใกล้ชิดกับ "นายกฯ อภสิทธิ์" ส่วนใหญ่เป็น "นักเรียนนอก" มีไปศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อย จนกระทั่งเติบใหญ่

 ดังนั้นเมื่อบ้านเมืองเกิดปัญหาผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองจึงเป็นห่วงเป็นใยการบริหารงานของ "เด็กหัวนอก" บางครั้งนำแนวคิดที่ไม่เหมาะกับคนไทยมาใช้แก้ไขปัญหาบ้านเมือง

 "พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล" ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ช่วงเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 จึงเข้าใจการทำงานบางครั้งนโยบายหรือแนวความคิดความตั้งใจที่คิดว่าดี เมื่อมีโอกาสนำไปสู่การปฏิบัติได้เข้าไปอยู่ในแหล่งข้อมูลเชิงลึกเรื่องจริงแล้ว ไม่ใช่เหมือนที่เชื่อ นโยบายบางอย่างที่เหมือนจินตนา เมื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติแล้วมีปัญหา

 แม้ว่า "พิเชษฐ" ปัจจุบันอายุ 66 ปี  ถือเป็น "รุ่นพี่" มีประสบการณ์ทั้งงานการเมือง และงานบริหาร แต่บางครั้งแนวความคิดในยุคของ "พิเชษฐ" กับผู้บริหารรัฐบาลปัจจุบันมีแนวความคิดเรื่องทฤษฎีที่แตกต่างกัน ซึ่งเขาเห็นว่าไม่ใช่เป็นเครื่องชี้ว่าใครถูกหรือผิด

 และในฐานะที่เคยทำงานฝ่ายบริหารมาก่อน "พิเชษฐ" บอกว่า ถ้าคนที่ทำงานอยู่ในขณะนี้มีอะไรมาปรึกษาถ้าเห็นว่าสำคัญก็จะบอก แต่ถ้าไม่ปรึกษาก็จะไม่ไปแนะนำอะไร เพราะความคิดไม่เหมือนกัน

 "พิเชษฐ" อดีตรมช.คลัง สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ได้อธิบายให้เห็นความแตกต่างรัฐบาลผสมในสมัยรัฐบาลชวนกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่า สมัยรัฐบาลชวน สามารถรวมความศรัทธาจากทุกพรรคร่วมรัฐบาลมาอยู่ที่ตัวเองได้หมด ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีของพรรค รัฐมนตรีต่างพรรคก็ฟังท่านไม่มีใครกล้าเกเรแทบไม่ปรากฏอะไรในรัฐบาลชวน 2 มีเรื่องทุจริต 2 เรื่อง คือ ผักสวนครัวรั้วกินได้ กับทุจริตยา สองเรื่องที่เกิดขึ้นทุกคนรับกรรมหมด ไม่มีใครลอยตัวไปได้

 "สมัยคุณชวนเป็นนายกฯ รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน สมัยนี้รัฐมนตรีพรรคแกนนำเป็นเด็กกว่ารัฐมนตรีพรรคอื่นมาก สมัยก่อนท่านชวน ท่านไม่ทุจริตแต่ท่านไม่สามารถคุมครม.ไม่ให้ผ่าเหล่าผ่ากอไปทุจริตเรื่องอะไรได้ สมัยนี้ผู้นำไม่ทุจริตแต่คุมคนอื่นไม่อยู่" 

 ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน "พิเชษฐ" บอกว่า เก่งไม่เก่งอีกเรื่องพอรับกันได้ แต่เรื่องทุจริตเมื่อเกิดขึ้นในรัฐบาลไหนนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบจะอ้างว่าเป็นรัฐมนตรีพรรคอื่นไม่ได้ ตรงนี้ถือเป็นข้อเสียหายอย่างยิ่ง และวันนี้ต้องยอมรับว่าการทุจริตคอรัปชั่นสูงมากจริงๆ

 "สมัยก่อนโกงกิน 5-10 ล้าน ก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้เป็นหลักพันหรือสองพันล้านมันไปกันใหญ่แล้ว ผมคิดว่าถ้ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในรัฐบาลคุณชวนความเด็ดขาดจะมีมากกว่าครั้งหนึ่งพรรคความหวังใหม่สมัยพล.อ.ชวลิต (ยงใจยุทธ) เป็นหัวหน้าพรรค ยกมือโหวตสวนกฎหมายกำนันผู้ใหญ่บ้านคุณชวนบอกให้ผมเชิญพล.อ.ชวลิตมาพบ พล.อ.ชวลิตมานั่งตรงหน้าคุณชวนบอกว่า พี่จิ๋วครับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้น่าเสียใจการเป็นรัฐบาลพรรคร่วมครั้งนี้มาโหวตสวนกันไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้พี่จิ๋วไปพิจารณาเองว่าพี่จะลาออกเองหรือให้ผมปรับออก ในที่สุดพล.อ.ชวลิตก็ลาออกความช้าของคุณชวนแฝงด้วยความเด็ดขาด" อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาลชวน กล่าว

 แต่การบริหารงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์หลายเรื่องสังคมเกิดคำถามแต่ทำไม "ชวน" ถือเป็นผู้อุ้มชู "นายกฯ อภิสิทธิ์" มาตั้งแต่แรกจึงไม่ให้คำชี้แนะ "พิเชษฐ" เล่าให้ฟังว่า "ตั้งแต่คุณชวนพ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาแล้ว ไม่อยากไปก้าวก่าย หรือไม่อยากทำอะไรที่คนมองว่าเป็นการเข้าไปครอบงำ หรือทำให้คนเห็นว่าเวลาทำอะไรต้องให้ผู้ใหญ่เข้าไปประคอง จึงพยายามหลีกเลี่ยงทำอะไรหรือแสดงความคิดเห็น"

 กระแสข่าวการทุจริตในรัฐบาลจนทำให้ภาพความโปร่งใส มือสะอาดของพรรคประชาธิปัตย์ ถูกลดความน่าเชื่อถือแถมมีประโยคตามมาอีกว่ากำลัง "พายเรือให้โจรนั่ง"

 "พิเชษฐ" ในฐานะเจ้าของวลีนี้ในสมัยเป็น รมช.คลัง บอกว่า เวลาพรรคไปหาเสียงที่ไหนจะพูดคำนี้ได้เต็มปาก แต่วันนี้ไม่คิดว่าใครจะกล้าพูดคำนี้บนเวทีหาเสียง อย่าคิดว่ารัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก อดีตคนที่ทำรัฐประหารบอกว่าจะไม่ปฏิวัติ แต่ก็เกิดจนได้ ให้ดูเหตุผล 4 ประการที่ "คมช." ทำรัฐประหาร คือ 1.การล่วงละเมิดสถาบัน ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีอยู่ลึกกว่าเดิมตามเว็บไซต์ต่างแรงกว่าปี 2549 2.การทุจริตคอรัปชั่น มีมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ 3.การแตกแยกของประชาชนในบ้านเมือง ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีอยู่ ปี 2549 ไม่มีการเผาบ้านเผาเมือง ตอนนี้แรงกว่าเดิมหรือไม่  4.การก้าวก่ายองค์กรอิสระและข้าราชการประจำ ตอนนี้ก็เป็นข่าวฉาวแรงขึ้นกว่าเดิม ถ้าใครใช้เป็นข้ออ้างจะทำอย่างไร

 สำหรับท่าที "นายกฯ อภิสิทธิ์" ที่เริ่มแข็งกร้าวกับพรรคร่วมมากขึ้น "พิเชษฐ" เห็นว่า อาจเห็นปัญหามากขึ้น แคร์กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องน้อยลง และอาจเริ่มรู้สึกถึงกระแสความไม่พอใจของผู้ใหญ่ในพรรค รวมทั้งเหลือเวลาประคับประคองพรรคร่วมรัฐบาลลดน้อยลง เพราะใกล้จะยุบสภาเลือกตั้ง จึงมีส่วนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น  

สมถวิล เทพสวัสดิ์