ข่าว

ยากพิสูจน์...สวมรอยรับของบริจาคน้ำท่วม

ยากพิสูจน์...สวมรอยรับของบริจาคน้ำท่วม

22 ต.ค. 2553

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อพื้นที่ใดประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติ ธารน้ำใจจากทั่วทุกสารทิศจะหลั่งไหลไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยเหล่านั้นอย่างท่วมท้น แต่บางครั้งก็อาจมีกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นผู้ประสบภัย เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความช่วยเหลือทั้งจากหน่วยงานรัฐและ

 ล่าสุด "คม ชัด ลึก" ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถึงกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่มูลนิธินำข้าวกล่องเข้ามาขายในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วม และอาจเป็นไปได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้อาจนำข้าวกล่องที่ได้รับบริจาคเข้ามาขายในพื้นที่ประสบภัยก็อาจเป็นไปได้

 นายเอก (นามสมมติ) อายุ 27 ปี อาชีพซื้อขายรถมือสอง ใน ต.จอหอ บอกว่า ตลอด 4 วัน ที่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วม พบปัญหาเรื่องการรับบริจาคสิ่งของ ทั้งข้าวสาร อาหาร เพื่อยังชีพจากการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งพอได้ข่าวว่าจะเดินทางมาบริจาคช่วยเหลือชาวบ้านหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเดินทางออกไปรับสิ่งของที่มาบริจาคได้ทัน และตั้งแต่ถูกน้ำท่วมมาเพิ่งได้รับการช่วยเหลือเพียงแค่นมกล่อง 3 แพ็ก ซึ่งมีอยู่ 18 กล่องเท่านั้น

 "หลายต่อหลายครั้งเห็นเรือท้องแบบนั้นเข้ามาในหมู่บ้าน มีข้าวกล่องวางอยู่ในเรือ ซึ่งเรือลำดังกล่าวเป็นเรือท้องแบบที่เห็นเจ้าหน้าที่ใช้งานอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมลักษณะการแต่งกายเหมือนกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัด เมื่อตะโกนเรียกกลับบอกว่าจะต้องเสียเงินในอัตราที่แพงกว่าความเป็นจริงถึงกล่องละ 40 บาท น้ำขวดเล็ก 20 บาท จึงอยากจะให้หน่วยงานราชการตรวจสอบว่าข้าวกล่องที่เอามาขายนั้นมาจากสิ่งของที่ได้รับการบริจาคหรือไม่" นายเอก กล่าว

 ด้าน เจ้จิ๋ม อายุ 48 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยอมรับว่า ทุกวันนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งบ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย ขณะที่การช่วยเหลือดูแลจากหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ยังเข้ามาไม่ถึง เพราะเวลาที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชนนำข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ มาบริจาคตามสถานที่ต่างๆ ที่ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวของผู้ประสบอุทกภัยมีจำนวนมากก็จริง แต่กว่าสิ่งของบริจาคเหล่านั้นจะเดินทางจากต้นทางมากลางทาง กว่าจะมาถึงปลายทาง ซึ่งผู้ประสบภัยต้องเดินทางออกไปด้วยความยากลำบาก จนไม่สามารถเดินทางออกไปรับของบริจาคได้ หรือกว่าจะเดินทางมาถึงข้าวของที่รับบริจาคมาก็หมดไปแล้ว บางทีก็มีข่าวลือว่า มีบางคนที่ไม่ใช่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ก็มารับสิ่งของบริจาคขึ้นรถกระบะไปนั้นก็มี
 
 กรณีสิ่งของบริจาคที่ไม่ตกถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตัวจริง หรือมีการนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปขายต่อให้แก่ผู้ประสบภัยนั้น แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นว่า คงเป็นเรื่องที่วิเคราะห์กันลำบาก หรือแม้แต่การตรวจสอบก็เป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อย ต้องอย่าลืมว่าสิ่งของที่หน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนเอามาแจกแก่ผู้ประสบอุทกภัยนั้นเป็นของฟรี และบริจาคให้ด้วยความมีน้ำใจ คงเป็นเรื่องที่คาดเดาลำบากว่าผู้ที่มารับสิ่งของบริจาคเหล่านั้น หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาว่านำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปขายนั้นเป็นชาวบ้านที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงๆ คงแยกแยะลำบาก

 "จะทราบได้อย่างไรว่าบ้านของผู้ถูกกล่าวไม่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ อีกอย่างหนึ่ง เวลาแจกข้าวของที่มีผู้บริจาคมาให้ผู้ที่ประสบภัย บางครอบครัวก็มีสมาชิกหลายคน ไม่จำเป็นต้องหัวหน้าครอบครัวมารับ แต่หากมีญาติพี่น้อง ลุงป้า น้าอา ก็มารับแจกได้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาเพราะเป็นของฟรี เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้ได้ ประกอบกับทุกวันนี้หลายอำเภอ หลายจังหวัด กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ต่างทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยขนย้ายข้าวของให้พ้นน้ำ ช่วยเฝ้าทรัพย์สินของมีค่า ตลอดจนบางทีต้องนั่งเรือ หรือเดินลุยน้ำ ไปคอยตรวจตามบ้านต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกขโมยทรัพย์สิน หากต้องให้มาตรวจสอบเรื่องทำนองนี้ นอกจากพิสูจน์ไม่ได้แล้ว อาจทำให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันอีก" แหล่งข่าวระดับสูง ระบุ