ข่าว

ห่วงพิษบาทแข็งกระทบโอที-โบนัสม.หอการค้าชี้เห็นผลไตรมาส4-ฉุดศก.แล้ว0.7%

ห่วงพิษบาทแข็งกระทบโอที-โบนัสม.หอการค้าชี้เห็นผลไตรมาส4-ฉุดศก.แล้ว0.7%

22 ต.ค. 2553

ม.หอการค้าระบุเงินบาทแข็งค่ากระทบเศรษฐกิจแล้ว 0.7% ชี้หากไตรมาส 4 ยังแก้ไม่ตก ผู้ประกอบการอาจต้องลดโอที-ปลดคนงาน แถมปีหน้าพนักงานที่มีงานทำมีสิทธิ์ชวดโบนัส

นางยาใจ ชูวิชา ประธานโครงการสำรวจความคิดเห็นประเด็นธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการทั้งภาคการค้าระหว่างประเทศ และธุรกิจในประเทศเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อธุรกิจ : การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท จำนวน 820 ตัวอย่าง พบว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ามากส่วนใหญ่เป็นธุรกิจระหว่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจในประเทศได้รับผลกระทบน้อย โดยผู้ประกอบการจำนวน 58.4% ต้องการให้มีมาตรการดูแลค่าเงินบาทเพิ่มเติมจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำมาใช้อยู่ในปัจจุบัน

 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการระบุว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่กระทบต่อการส่งออกอยู่ที่  32.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมปีหน้าควรอยู่ที่ 31.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าสุดและยอมรับได้ปีนี้อยู่ที่ 30.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าสุดและยอมรับได้ปีหน้าอยู่ที่ 29.5บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องปัจจุบัน หรือมากกว่าเดิมจะสามารถรับภาระได้อีกเพียง 3เดือนเท่านั้น

 ด้าน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยขณะนี้  ได้แก่ เงินบาทแข็งค่า ดอกเบี้ยต่ำ ราคาน้ำมันสูง การเมืองในประเทศไม่มั่นคง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทำให้ยอดขายลดลง 16.9% ต้นทุนเพิ่ม 12.3% ค่าใช้จ่ายดำเนินการ เพิ่ม 11.3% หนี้สิน เพิ่ม 14.5% ปลดคนงาน เพิ่มขึ้น 5% ความสามารถชำระหนี้ลดลง 16.3% กำไรลดลง 11.7% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 4.1% จำนวนนักท่องเที่ยวไทย เพิ่มขึ้น 12.5% ขณะที่ยอดจองทัวร์ เพิ่มขึ้น 6.6%

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ว่า เงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ต้นปีกระทบต่ออัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว 0.5-0.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ยังมีแรงหนุนจากภาคส่งออกที่ขยายตัวสูง ทำให้คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 7-7.5% ตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ใกล้เคียง 7% มากกว่า

 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 หากปัญหาเงินบาทแข็งค่ายังไม่ได้รับการแก้ไข จะเห็นภาพผู้ประกอบการหยุดรับคนงาน ลดค่าล่วงเวลา (โอที) ปลดพนักงานออก และปิดโรงงานในที่สุด ดังนั้น ปี 2554 พนักงานที่มีงานทำจะไม่มีโบนัส และไม่ได้ขึ้นเงินเดือน จึงคาดว่าปี 2554 เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 3-4% เท่านั้น แม้ธนาคารโลกจะคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตถึง 7.2%