ข่าว

ความท้าทายของชนกลุ่มน้อย

ความท้าทายของชนกลุ่มน้อย

22 ต.ค. 2553

ชนกลุ่มน้อยของประเทศไทยมีจำนวนที่มารากเหง้าเหล่ากอและจำนวนประชากรก็มีไม่น้อยเช่นกัน ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามชายเขตแดนที่ติดต่อกับประเทศต่างๆ ทั้งทางภูมิศาสตร์คือเขตดินแดนและทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเชื่อ

 ศาสนา วัฒนธรรม ภาษาในเกือบทุกภูมิภาคของประเทศ จะมีจำนวนมากมายเพียงใดน่าจะมีคนศึกษา แต่ไม่เคยเห็นตัวเลขหรือรายละเอียดของกลุ่มชนเหล่านั้นว่าทั้งหมดมีจำนวนกี่ร้อยกี่พันกลุ่ม แต่ที่สำคัญเป็นเบื้องต้นคือถ้าเขาอยู่ในอาณาบริเวณประเทศไทยมานมนานแล้วน่าจะตั้งข้อสมมติฐานก่อนว่าเขาคือพลเมืองไทย ส่วนจะมีหรือไม่มีชื่อในสำเนาทะเบียนบ้านหรือไม่ประการใดเป็นเรื่องรายละเอียดที่แตกต่างกัน เพราะมีปรากฏว่าตกหล่นจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ทั้งที่เป็นเรื่องการเมืองการปกครองหรือความมั่นคง รวมทั้งการละเลยของเจ้าตัวตนเองก็มีไม่น้อย

 ดังปรากฏในบางพื้นที่ที่นายอำเภอได้สำรวจพบว่าชาวบ้านไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่อในสำเนาทะเบียนบ้าน เพราะมัวไปทำงานนอกพื้นที่ไกลๆ นานๆ จึงขาดการติดต่อ ครั้นเห็นว่ารัฐมีนโยบายดีๆเช่นการศึกษา การรักษาเวลาเจ็บป่วยหรือการช่วยเหลือเรื่องอาชีพ การดูแลให้เงินสวัสดิการแก่คนชรา คนพิการรวมทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่รัฐให้แก่ประชาชน คือสัญญาณแห่งคุณค่าความเป็นพลเมืองไทยทำให้เรื่องความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีต่างๆ ต่อรัฐมันก็เจือจางและลดลงหายไปในที่สุด กรณีเหล่านี้คือการสร้างคุณค่าแห่งความไว้วางใจแก่พลเมืองไทยได้เป็นอย่างดีและน่าชื่นชมที่หลายพื้นที่ราชการได้เอาใจใส่และเข้าใจในความเป็นคนบ้านๆ ง่ายๆ สบายๆ เมื่อไม่ประสบปัญหาอะไรในชีวิตเรื่องเจ็บป่วย เรื่องความเดือดร้อนในการอยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความช่วยเหลือที่พึงประสงค์ อะไรต่างๆ อีกมากมาย อยู่ได้ก็อยู่ จะกระตือรือร้นบ้างเมื่อประสบปัญหาดังกล่าว แต่เมื่อความสำนึกของคำว่า “...ข้าราชการ” ที่มีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบต่ออาณาประชาราษฎร์ โดยเฉพาะสำหรับประชาชนพลเมืองผู้ขาดโอกาสทั้งหลาย ยิ่งเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ และบังเกิดคุณประโยชน์ต่อผู้คนอย่างมหาศาล และเป็นสิ่งที่ไม่ต้องยกยอปอปั้นเลยแม้แต่นิดเพราะผลตอบแทนในความดีงามที่แท้จริงคือความสุขใจของผู้ให้ที่สูงค่ามากกว่าการได้รับการยกเป็นวีรบุรุษเมื่อหาชีวิตไม่แล้ว

 บทความนี้มิได้มีเจตนาในทางอื่นนอกเสียจากจะเน้นย้ำว่าชนกลุ่มน้อยในประเทศนี้ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของความเป็นพลเมืองไทย ที่เขาทั้งมวลได้รับการรับรองให้ความมั่นคงในวิถีแห่งชนกลุ่มน้อยในสารพัดกิจกรรม ตราบใดที่วิถีเหล่านั้นมันไม่ขัดกับที่คุณธรรมจริยธรรมในสังคมและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของประเทศ เราสามารถกล่าวได้ว่าในปัจจุบันวิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยที่มีในประเทศสามารถสัมผัสได้อย่างเป็นวิถีกิจวัตรประจำวันที่มีมากมายหรืออาจจะเห็นได้จากงานในกิจกรรม  “ย้อนยุค” ในรูแบบต่างๆ ที่เป็นการแสดงออกเป็นครั้งเป็นครา แต่หาความจริงในชีวิตที่เป็นจริงไม่ได้

 คงจะมีเหตุและผลอะไรอีกมากมายที่จะบอกว่าการดำรงอยู่ของวิถีดั้งเดิมเป็นสิ่งที่ได้ปฏิบัติอย่างเป็นพลวัตปกติมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน หรือวิถีบางอย่างของบางชนกลุ่มน้อยอื่นๆ มีไว้ให้เป็นส่วนประกอบของงานย้อนยุคเท่านั้น เพราะในความเป็นไปของสังคมประเทศในปัจจุบันยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่มาแทรกในชีวิต ลักษณะประเภทของงาน องค์ประกอบเรื่องของการเดินทาง การถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ไม่ดีไม่เข้าท่าในยุคโลกาภิวัตน์ ยิ่งมีการกระแนะกระแหนว่าเป็นเรื่องของคนบ้านนอกคอกนา โดยเฉพาะทางสื่อ การแสดงออกของการละเล่นต่างๆ จึงทำให้บางกลุ่มชนต้องหลบๆ ซ่อนๆ ในการประพฤติปฏิบัติในวิถีของตน หรือคงจะมีบางกลุ่มได้เพียงแต่เพ้อฝันความดีงาม ความภูมิใจในวิถีเก่าๆ ที่ค่อนข้างจะกลายเป็นตำนานมากกว่าความเป็นจริง

 แต่เหนือสิ่งอื่นใดประเทศไทยประกอบด้วยชนชาติพันธุ์หลายเผ่าเหล่ากอที่แตกต่างกัน หลอมรวมเป็นประเทศในปัจจุบันคือการเปลี่ยนแปลงและมีพัฒนาการในตัวของมันเอง ไม่สามารถย้อนหลังกลับไปสู่แบบเดิมได้ง่ายๆ นัก หากเราจะรักษาความดีงามเก่าๆ ที่มีไว้เป็นทุนเพื่อสร้างวันนี้ให้แข็งแกร่งในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพได้อย่างไรต่างหาก

อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]