
ต้องช่วยกัน
ปีนี้ประเทศไทยประสบอุทกภัยหลายจังหวัด
ฝนเยอะน้ำมากประกอบกับปรากฏการณ์ลานีญ่า แถมป่าเมืองไทยถูกตัดโค่นเยอะน้ำเลยท่วมทะลักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้แต่ปากช่องที่ไม่เคยน้ำท่วมมาหลาย 10 ปี ยังโดนเสียอ่วม
หลายหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัย ผู้นำตำรวจคนใหม่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้วยเหมือนกัน
ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยได้เห็นตำรวจเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการช่วยเหลือ หรือเยียวยา ผู้ประสบภัยสักเท่าไหร่
ทั้งที่จะว่าไปแล้วตำรวจเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากหน่วยงานหนึ่ง
โรงพักตำรวจมีกระจายอยู่แทบทุกพื้นที่ และในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ก็มีโรงพักตำรวจ มีหน่วยตำรวจ ตชด. รู้เห็นความเป็นไปของชาวบ้านแทบทุกเรื่อง แต่ที่ผ่านมาบทบาทการช่วยเหลือกลับตกไปอยู่กับจังหวัดแทน ทั้งที่ตำรวจน่าจะทำมากกว่า
ถ้าจะให้ดีน่าเข้ามาสร้างบทบาทในส่วนนี้ให้ชัดเจนไปเลย ไม่ต้องรอจังหวัด หรือหน่วยงานจากภายนอกเข้าไป เพราะจะไม่ทันท่วงที
ไม่ต้องกำหนดเป็นแผนภารกิจ หรือคำสั่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะล่าช้าไป หรือถ้าผู้นำตำรวจคนใหม่ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดที่ประสบภัยจะเล็งเห็นความสำคัญ เพื่อภารกิจนี้ก็สั่งการไปเลย
ไม่เฉพาะเรื่องอุทกภัย แต่เป็นภัยอื่นๆ ใดก็ยื่นมือไปช่วยเหลือเลย เรื่องแบบนี้รอช้าไม่ได้ ยิ่งช้า ความเสียหายยิ่งกระจายในวงกว้าง
ถ้าทำได้ ผมเชื่อว่าตำรวจไทยจะได้ใจชาวบ้านอีกอักโข พอเกิดภัยธรรมชาติขึ้น ชาวบ้านจะได้นึกถึงตำรวจเป็นอันดับแรกๆ
ไม่ใช่พูดถึงตำรวจทีก็นึกถึงภาพรีดไถอย่างที่เป็นอยู่
เรื่องนี้ทำได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับจะทำหรือไม่นั้น
อ้อ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอุทกภัย แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่องมีอยู่ว่าตำรวจพยายามสกัดกั้นแรลลี่แดง เลยตั้งเต็นท์ ตั้งด่าน แถวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขาออก
วันนั้นรถติดทั้งเมือง ไหนน้ำจะท่วมปากช่อง โคราช ลพบุรี อยุธยา จาก 5 ช่องจราจร ในช่องทางด่วนกับอีก 2 ช่องจราจรคู่ขนาน ปิดเหลือเดินรถได้ไม่กี่เลน
พ้นจากด่านถนนโล่งวิ่งได้ฉิวคนบ่นกันขรม
ทำอะไรคิดให้มาก ไม่ใช่สักแต่ว่าจะสกัดแดง แต่ทำรถติดยาวเหยียดไปจนถึงทางด่วนโทลล์เวย์
ไม่รู้คิดได้อย่างไร อยากให้คนคิดมานั่งรถติดในวันนั้นเหลือเกิน จะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของชาวบ้าน
แล้วจะได้รู้ว่า การฉลาดคิดเป็นอย่างไร
อนลัส
[email protected]



