ข่าว

สรุป11วันน้ำท่วม21จว.เดือดร้อนเฉียดล้าน

สรุป11วันน้ำท่วม21จว.เดือดร้อนเฉียดล้าน

21 ต.ค. 2553

"ปภ." สรุป 11 วัน น้ำท่วมอ่วม 21 จังหวัด ปชช.เดือดร้อนเฉียดล้าน ตาย 15 ราย ถนน 6 จังหวัดพัง 15 เส้นทาง เป็นห่วงน้ำจากโคราช ไหลสู่จังหวัดข้างเคียง สั่งทุกฝ่ายรับมือสถานการณ์ เตรียมประกาศ นครปฐม - นนทบุรีเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่ม แต่ยกเลิก ระยอง และ ตราด

 (21ต.ค.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ในช่วงวันที่ 10-21 ตุลาคม 2553 มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด 136 อำเภอ 978 ตำบล 6,814 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 284,389 ครัวเรือน 814,406 คน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวสรุปถึงสถานการณ์อุทกภัยในระหว่างวันที่ 10-21 ตุลาคม 2553 พบว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 21 จังหวัด 136 อำเภอ 978 ตำบล 6,814 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 284,389 ครัวเรือน 814,406 คน ผู้เสียชีวิต 15 ราย ผู้สูญหาย 1 ราย โดยถนนที่ไม่สามารถใช้สัญจรได้รวม 15 เส้นทาง ใน 6 จังหวัด ได้แก่

 จ.พิจิตร น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งใน 4 อำเภอ 14 ตำบล ได้แก่ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนางราง และโพทะเล ,จ.ชัยนาท น้ำท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 40 ตำบล 342 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 16,940 ครัวเรือน 44,987 คน ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท เนินขาม หันคา วัดสิงห์ หนองมะโมง มโนรมย์ และสรรพยา ,จ.สุพรรณบุรี มีน้ำในแม่น้ำท่าจีนไหลเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ 61 ตำบล 304 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 44,300 ครัวเรือน 121,436 คน ได้แก่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บางปลาม้า สองพี่น้อง สามชุก หนองหญ้าไซ และเดิมบางนางบวช อ่างทอง น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 52 ตำบล 215 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,950 ครัวเรือน 4,335 คน ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง ป่าโมก ไชโย วิเศษชัยชาญ โพธิ์ทอง สามโก้ และแสวงหา , จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำน้อย เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มการเกษตรใน 5 อำเภอ 54 ตำบล 297 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 4,494 ครัวเรือน 13,977 คน ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา บางไทร มหาราช ผักไห่ และบางบาล 

 จ.ระยอง น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 6 ตำบล 32 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง และวังจันทร์ , จ.ตราด เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะช้าง และแหลมงอบ , จ.สระแก้ว น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ 10 ตำบล 1 เทศบาล ราษฎรเดือดร้อน 6,346 ครัวเรือน 25,800 คน ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ วังน้ำเย็น ตาพระยา และโคกสูง ,จ.นครราชสีมา น้ำท่วมในพื้นที่ 24 อำเภอ 238 ตำบล 1,653 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา สูงเนิน ขามทะเลสอ โนนแดง เสิงสาง คง หนองบุญมาก จักรราช เทพารักษ์ ด่านขุนทด บ้านเหลื่อม โนนสูง โชคชัย พิมาย โนนไทย ห้วยแถลง ปากช่อง สีคิ้ว ปักธงชัย ขามสะแกแสง เฉลิมพระเกียรติ พระทองคำ บัวใหญ่ และครบุรี 

 พื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอนาดี และกบินทร์บุรี ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ ,จ.ลพบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ 120 ตำบล 1,012 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี โคกสำโรง ชัยบาดาล พัฒนานิคม ลำสนธิ ท่าหลวง หนองม่วง สระโบสถ์ โคกเจริญ บ้านหมี่ และท่าวุ้ง  ,จ.นครสวรรค์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ 25 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 2,226 ครัวเรือน 6,698 คน ได้แก่ อำเภอตาคลี ลาดยาว หนองบัว ท่าตะโก และไพศาลี ,จ.ชัยภูมิ น้ำท่วมในพื้นที่ 16 อำเภอ 133 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 63,610 ครัวเรือน 185,742 คน ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว บำเหน็จณรงค์ เนินสง่า จัตุรัส บ้านเขว้า แก้งคร้อ หนองบัวแดง หนองบัวระเหว คอนสวรรค์ ซับใหญ่ คอนสาร ภักดีชุมพล เทพสถิติ และบ้านแท่น

 จ.สระบุรี น้ำท่วม ในพื้นที่ 8 อำเภอ 39 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี บ้านหม้อ พระพุทธบาท มวกเหล็ก แก่งคอย วังม่วง เสาไห้ และเฉลิมพระเกียรติ  เพชรบูรณ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ 49 ตำบล 271 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หนองไผ่ ศรีเทพ บึงสามพัน และวิเชียรบุรี ,จ.นครนายก น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบ้านนา 2 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 500 ครัวเรือน 1,500 คน ,จ.ศรีสะเกษ น้ำล้นสปริงเวย์เข้าท่วมในพื้นที่ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ  ,จ.ตาก น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 39 ตำบล 1เทศบาลนคร 267 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 30,332 ครัวเรือน 100,006 คน ได้แก่ อำเภออุ้งผาง พบพระ แม่สอด ท่าสองยาง แม่ละมาด และบ้านตาก ,จ.สุรินทร์ น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 33 ตำบล 252 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 25,422 ครัวเรือน 96,594 คน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สังขะ บัวเชด ศรีขรภูมิ ศรีณรงค์ ชุมพลบุรี และกาบเชิง

 จ.บุรีรัมย์ น้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ 62 ตำบล 485 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 13,275 ครัวเรือน 51,877 คน ผู้เสียชีวิต 4 คน ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ ได้แก่ อำเภอโนนดินแดง สตึก ปะคำ บ้านกรวด ประโคนชัย เฉลิมพระเกียรติ ละหานทราย นางรอง หนองหงส์ ลำปลายมาศ และชำนิ ,จ.ขอนแก่น น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูผาม่าน และบ้านไผ่ นอกจากนี้ จ.ลำปาง น้ำในอ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ ล้นตลิ่งและกัดเซาะแนวร่องระบายน้ำ เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มในบางส่วนของอำเภอแม่พริก ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จ.อุทัยธานี น้ำจากแม่น้ำวงก์และคลองโพธิ์ ไหลเข้าสู่แม่น้ำแควตากแดด ส่งผลทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลเนินแจง และตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 300 ไร่ ขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว 

 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย จัดส่งเรือท้องแบน 147 ลำ ถุงยังชีพ 37,157 ถุง เต๊นท์ 95 หลัง ไปติดตั้งเพื่อให้ผู้ประสบภัยมีที่พักอาศัยชั่วคราว รถผลิตน้ำดื่ม 8 คัน น้ำดื่ม 10,400 ขวด เครื่องสูบน้ำ 25 เครื่อง รถกู้ภัยทุกชนิด 34 คัน รถไฟฟ้าส่องสว่าง 4 คัน สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สุดท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานและให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 นายวิบูลย์ กล่าวถึงอุทกภัยในขณะนี้ว่า เป็นห่วงสถานการณ์น้ำที่ไหลจาก จ.นครราชสีมา ไปยัง จ.ชัยภูมิ จ.ยโสธร จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งกรมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ระดมให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือน้ำที่จะไหลลงไปอย่างเต็มที่ รวมถึงน้ำเหนือที่จะผ่าน จ.อยุธยา จ.ปทุมธานี และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยสุดสัปดาห์นี้ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มและน้ำทะเลหนุน น้ำจะทะลักเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

 นายวิบูลย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในวันนี้จะประกาศยกเลิกพื้นที่เฝ้าระวังพื้นที่ภัยพิบัติในจังหวัดระยองและตราด และเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังใน จ.นครปฐม และ จ.นนทุบรี พร้อมยอมรับว่าอุปกรณ์ที่ขาดแคลน ได้แก่ เรือท้องแบน เต็นท์ เครื่องอุปโภคบริโภค

 ผู้สื่อข่าวยรายงานว่า นอกจากนี้ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยพร้อมคณะลงพื้นที่มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ผู้ประสบภัยในจังหวัดสระบุรีและนครนายกด้วย