ข่าว

พิมายยังอ่วมหนักบ้านหลายหลังถูกตัดขาด

พิมายยังอ่วมหนักบ้านหลายหลังถูกตัดขาด

21 ต.ค. 2553

พิมายโคราชอ่วมหนัก น้ำมูลล้อมตัวเมืองกลายเป็นเกาะ ชาวบ้านนับพันหลังคาเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก นครสวรรค์ฝนตกหนักดินสไลด์หินถล่มบ้านพัง2หลัง เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิเพชรบูรณ์เร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ

วันที่ 21 ต.ค.2553 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และชาวบ้านอำเภอพิมาย ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดอยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมอย่างสูงในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตลอดทั้งวัน ภายหลังจากที่ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นจากลำน้ำมูลทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 20 ต.ค.2553 ทำให้ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในเวลาไม่ถึง 5 ชั่วโมง

 สำหรับชาวบ้านที่เดือดร้อนอย่างหนัก เช่น นางฉลวย  ธนะกาญจน์ อายุ 50 ปี  ชาวบ้านทุ่งเลนทองหมู่ที่ 17 ต.ในเมือง อ.พิมาย และ บุตรชายวัย 15 ปี ที่พิการทางสมอง ซึ่งติดอยู่ภายในบ้านพักตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2553 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพิ่งสามารถที่จะเข้าให้การช่วยเหลือนำตัวทั้ง 2 คน ออกจากบ้านพัก ในเขตเทศบาลตำบลพิมาย เพื่อไปอาศัยอยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดใหม่ประตูชัย ซึ่งเป็นจุดอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ทางอำเภอได้จัดเตรียมไว้ ในขณะที่ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่องปล่อยให้อยู่ตามยถากรรม เนื่องจากไม่สามารถที่จะขนย้ายออกจากบ้านได้แล้ว

  นางฉลวย กล่าวว่า ตอนแรกระดับน้ำยังเอ่อไม่ถึงบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากตลิ่งลำน้ำมูลเกือบ 1 กม. แต่พอตกช่วงหัวค่ำระดับน้ำกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้พยายามจะแบกลูกซึ่งพิการทางสายตาออกจากบ้าน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะบุตรชายมีน้ำหนักเกือบ 60 กิโลกรัม แบกไม่ไหว  จึงจำใจต้องติดอยู่บนชั้น 2 ของบ้านมองดูน้ำบ่าเข้าท่วมข้าวของอย่างทำใจตลอดทั้งคืนโดยไม่ได้หลับได้นอน

 เนื่องจากไม่รู้ว่าปริมาณน้ำจะท่วมมาถึงชั้น 2 ของบ้านตอนไหน และหากท่วมสูงอย่างที่เป็นห่วงจริงตนเองและบุตรชายก็ไม่รู้ว่าจะร้องขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะทุกคนต่างก็ต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน กระทั่งมาถึงช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านเข้ามาให้ความช่วยเหลือออกจากบ้าน และพาไปยังศูนย์อพยพจึงค่อยคลายความกังวลลง แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายในบ้านถูกน้ำท่วมเสียหายเกือบทั้งหมด

  นายอโณทัย ธรรมกุล นายอำเภอพิมาย เปิดเผยว่า  สถานการณ์ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้  มาจากพื้นที่อำเภอพิมาย อยู่ติดกับลำน้ำมูลที่เป็นสายน้ำซึ่งต้องรองรับน้ำจากลำน้ำลำตะคอง ที่ไหลมาจากออำเภอสีคิ้ว , สูงเนิน , อ.เมือง ผ่านมายัง อ.โนนสูงและไหลเข้าสมทบลงลำน้ำมูลที่ ต.ทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย รวมถึงยังต้องรองรับน้ำจากลำน้ำลำพระเพลิง ซึ่งไหลจากพื้นที่ อ.ปักธงชัย ลงมายัง อ.โชคชัย ที่ต้องรองรับน้ำจากอำเภอครบุรีอีกทอด ก่อนจะไหลมารวมกันที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และไหลลงสู่ลำน้ำมูลที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และจะไหลสบทบไปยัง อ.โนนสูง เข้าสู่ลำน้ำมูลที่อำเภอพิมาย เช่นเดียวกัน

 ตลอดระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ปริมาณน้ำทั่วทุกพื้นที่ได้ไหลลงสู่ล้ำน้ำมูลที่อำเภอพิมาย ส่งผลให้ปริมาณน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ส่งผลให้ตำบลในเมือง อ.พิมาย กลายเป็นเกาะ ตกอยู่ในสภาพถูกน้ำจากลำน้ำมูลเอ่อล้อมตัวเมืองไว้ ประชาชนภายในพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากถนนทุกสายที่มุ่งหน้าเข้าออกจากพื้นที่ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร  รถยนต์เล็กไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ 

 ทางจังหวัดนครราชสีมา  ได้ประสานไปยังกองทัพภาคที่ 2  และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงหน่วยงานต่างที่เกี่ยวข้องเร่งนำรถบรรทุกสูง เรือยนต์  อาหารและน้ำดื่มเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว แต่เนื่องจากในหลายพื้นที่ยังคงประสบกับปัญหาอุทกภัยอย่างหนักจึงทำให้การให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอพิมายยังทำได้ไม่ทั่วถึง ไฟฟ้าประปาก็ใช้ไม่ได้ หน่วยงานราชการปิดทุกแห่ง ส่วนโรงพยาบาลอำเภอพิมาย ยังเปิดให้บริการ เนื่องจากจำเป็นที่จะต้องรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ที่มีอยู่จำนวนมาก 

 ทางสำนักชลประทานจังหวัดนครราชสีมา แจ้งเตือนทางอำเภอว่า ปริมาณน้ำจะยังคงไหลสบทบลงลำน้ำมูลอย่างต่อเนื่องตลอด 7 วันนี้  และอาจจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมสูงกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ถึง 1 เมตร

นครสวรรค์ฝนตกหนักดินสไลด์หินถล่มบ้านพัง2หลัง

 เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยฝนที่ตกติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ ทำให้มีน้ำจากยอดเขาคีรีวงศ์ หมู่ 13 ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้กัดเซาะดิน และหิน  ทำให้ต้นไม้ถอนรากถอนโคนไหลลงมากับน้ำพร้อมหินก้อนขนาดใหญ่หนักกว่า 10 ตัน และดินสไลด์ลงมาทับบ้านเลขที่ 107/8 ซึ่งเป็นบ้านของนางสมพงษ์ เกตทอง อายุ 53 ปี จนพังไปทั้งหลัง

 นางสมพงษ์  กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีก้อนหินตกลงมาจากยอดเขา เพราะมีฝนตกหนัก โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีก้อนหินตกใส่ศาลพระภูมิเจ้าที่จนพัง และต่อมาในวันที่ 18ตุลาคม ยังมีหินกลิ้งตกลงมาเรื่อยๆ ตนเอง จึงรีบขนย้ายข้าวของออกจากบ้าน แล้วไปอาศัยนอนที่บ้านญาติ

 นอกจากนี้ในวัน20ตุลาคม ก้อนหินขนาดใหญ่หนักกว่า 10 ตันกลิ้ง ยังได้ตกลงมาใส่กำแพงบ้านทะลุจนบ้านเลขที่ 99/5 หมู่ 13 ต.วัดไทร ของ นายโกสินทร์ ญานปัญญา อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นบ้านอยู่ติดกันเสียหาอีกหลังด้วยอย่างไรก็ตามสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจึงเกรงว่าจะมีดิน-หินไหล พังลงมาจากยอดเขาอีก ตนและครอบครัว จึงได้ขนย้ายสิ่งของออกไปอยู่บ้านญาติ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการช่วยเหลือนั้นในเบื้องต้น นางสมพงษ์ และนายโกสินทร์ ได้แจ้งให้เทศบาลนครนครสวรรค์ สำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ทราบแล้ว แต่ยังต้องรอการให้ความช่วยเหลืออยู่

เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิเพชรบูรณ์เร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ

  จากกรณีที่เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องใน จ.เพชรบูรณ์ ช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกน้ำท่วม ล่าสุดปริมาณน้ำจากอำเภอหล่มสักและหล่มเก่า ได้ไหลมาสมทบกับน้ำป่า ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน และไร่นาการเกษตรของประชาชน ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ เกิดความวิตกกังวล เนื่องจากข้าวกำลังออกรวงและใกล้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว จำเป็นต้องเร่งเกี่ยวข้าวก่อนที่จะถูกน้ำท่วมและสร้างความเสียหาย และคาดว่าหากระดับน้ำสูงกว่านี้ข้าวหอมมะลิในไร่นาของเกษตรกรอาจจะได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน

 นายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการออกตรวจและติดตามในพื้นที่ พบว่า ขณะนี้น้ำได้ท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 5 อำเภอ 34 ตำบล 271 หมู่บ้าน ซึ่งได้ออกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน และขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำป่าสัก ยังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอออกตรวจตราพื้นที่ประสบภัยและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากประสบภัยน้ำท่วมให้รีบรายงานให้จังหวัดทราบ และดำเนินการช่วยผู้เดือดร้อนได้ทันที

 นอกจากนี้ยังได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เช่น เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด แรงงานจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ต้องเตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างทันท่วงที